ช่วงนี้อยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำเลย.ㅎㅎ เลยขออัปเดตของวันถัดมาด้วยนะ. ㅎㅎ เพราะปิดเป็นความลับจากเพื่อน เลยบอกเพื่อนๆ ไม่ได้ ปากมันคันยุบยิบ.ㅋㅋ เช้าวันถัดมาหลังผ่าตัด! ตื่นขึ้นมาในสภาพที่ยิ่งกว่าปลาบู่เลย,ㅎㅎ อย่างที่คิดคือไม่ค่อยเจ็บ มีแค่ตึงๆ ตรงหลังคอนิดหน่อย (เลยค่อนข้างระวังตอนเงยหัวไปข้างหลัง ตอนนอนหรือตอนก้มหน้า ต้องเอามือข้างหนึ่งรองคอถึงจะรู้สึกมั่นคง.ㅋ) ดื่มน้ำฟักทอง กินโจ๊กฟักทองที่แม่ทำให้ (เพราะอ้าปากไม่ได้ เหมือนใช้เวลากินไปตั้ง 1 ชั่วโมงเลย.ㅠㅠ) กินยาที่โรงพยาบาลให้มา (ให้มาสำหรับ 7 วัน) เพราะอ้าปากได้ไม่ค่อยดี เลยเอายัดเข้าไประหว่างฟันทีละเม็ด มันตลกดี.ㅋㅋ เป็นวันที่ต้องไปโรงพยาบาลเพื่อเอาผ้ารัดออก ทางโรงพยาบาลบอกให้ไปประมาณ 11 โมง ก็เลยดูทีวีฆ่าเวลากันไป.ㅎㅎ ปกติไม่ค่อยดูทีวี แต่พอดู High Kick ที่กำลังฉายอยู่ตอนนี้ไปพร้อมกับประคบน้ำแข็ง ก็สนุกกว่าที่คิดไว้ นั่งยิ้มไปเรื่อยๆ เวลาผ่านไปไวดี รู้สึกดีเหมือนกัน.ㅋ จากนั้นก็ไปโรงพยาบาลกับแม่ ถึงจะใส่ฮู้ดดี้แล้วเอาหน้ากากดึงปิดไว้ แต่ผ้ารัดพื้นที่กว้างกว่าที่คิดเลยยังโผล่ออกมาให้เห็นนิดหน่อย;; (ยังบวมเยอะอยู่ แถมก็ยังรู้สึกเกะกะเพราะผ้ารัด เลยลำบากนิดหน่อยถ้าจะใช้ขนส่งสาธารณะคนเดียว;;) พอไปถึงก็เอาผ้ารัดออกให้ทันที แล้วก็เอาเลเซอร์? ส่องหน้าให้ เลยได้นอนเคลิ้มๆ ง่วงๆ อยู่ตรงนั้น.ㅎㅎ หลังจากนั้นก็สระผมให้ด้วย.ㅎㅎ พอเอาผ้ารัดออกแล้วสระผม โอ้...สบายจริงๆ.ㅋㅋ ต่อมาก็ฉีดยาปฏิชีวนะที่ก้น (อันนี้เจ็บ.ㅋ) กับยาลดบวม แล้วก็ได้พบคุณหมอ เจ้าหน้าที่ก็ลอกเทปที่แปะไว้ตรงหน้า (ใต้หู) ออกเพิ่มข้างละ 1 แผ่น (มันติดผมไปด้วยเลยเจ็บนิดหน่อย;).ㅋㅋ พอเจอคุณหมอ คุณหมอบอกว่าบวมไม่มาก ด้านซ้ายกระดูกใหญ่กว่า ด้านขวากล้ามเนื้อใหญ่กว่า แต่เพราะด้านซ้ายกระดูกใหญ่แต่ไม่ได้แยกออกมาก จึงกรอกระดูกทั้งสองข้างพอๆ กัน และเอากล้ามเนื้อด้านขวาออกมากกว่า (เดิมทีมันก็ไม่ค่อยสมมาตรกันอยู่แล้ว) พอเอาผ้ารัดออก แล้วลอกเทปทั้งสองข้างออก เทปกดก็เหลือแค่รอบๆ คาง ทำให้แค่ใส่หน้ากากก็ปิดได้มิดชิดเลย.ㅋ ไม่ต้องดึงฮู้ดดี้ขึ้นก็ได้.ㅋ แต่..เรื่องที่กังวลนิดหน่อยคือ.. ริมฝีปากด้านซ้ายยังชาๆ เสียวๆ อยู่ คุณหมอบอกว่าเร็วสุดอาจกลับมาใน 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าช้า อาจต้องดูถึง 1 ปี.. เหมือนคุณหมอก็เป็นห่วง เลยให้กลับไปอีกครั้งในอีก 2 วัน (ปกติต้องไปตัดไหมวันที่ 6) ผมก็เบื่อทั้งวันอยู่แล้ว เลยรอคอยที่จะได้ไปโรงพยาบาล รับเลเซอร์ แล้ววันนั้นก็จะถอดเทปกดรอบๆ คางออกหมดด้วย พอถึงวันนั้นน่าจะอ้ากรรไกรได้มากขึ้นด้วย เลยค่อนข้างตื่นเต้น พอกลับถึงบ้านก็หิว (ตอนนี้ร่างกายเหมือนจะโอเคแล้ว เลยเริ่มรู้สึกหิวด้วย) ก็เลยกินน้ำฟักทอง โจ๊กฟักทอง แล้วก็ยังเอามันหวานมาอบ เคี้ยวกินช้าๆ ด้วย.ㅋ (ยังใช้เวลานานกว่าจะกินหมดอยู่ดี; แต่เขาบอกว่าอย่าเอาแต่กลัวกรามจนไม่ขยับ ให้ฝึกอ้าปากด้วย) เขาบอกว่าถ้าขยับร่างกายไปเรื่อยๆ ก็จะช่วยให้บวมยุบดีขึ้น เลยใส่หน้ากากแล้วไปเดินรอบๆ เขาด้านหลังบ้านประมาณ 40 นาที.ㅎㅎ ใบไม้เปลี่ยนสีสวยมาก ดีเลย.ㅎㅎ ปกติช่วงเวลานี้ฉันไม่ค่อยอยู่บ้าน เลยเหมือนไม่เคยมีเวลาว่างแบบนี้มาก่อน.ㅋ พอถึงเย็น ก็คงเพราะฤทธิ์ยาลดบวม+การเดิน ทำให้บวมยุบลงไปเยอะ แล้วพอเทปข้างหูหายไปก็เห็นเลยว่ามุมใต้หูหายไปแล้ว นั่งจ้องกระจกทั้งคืนเพราะรู้สึกแปลกมาก.ㅎㅎ แม่กับพ่อก็ดูดีใจกันมาก แล้วก็พูดวนไปว่า น่าจะทำตั้งนานแล้ว! ซ้ำไปซ้ำมา.ㅋㅋ ตอนเย็นก็เคี้ยวมันหวาน 1 หัวจนหมด ดื่มนมถั่วเหลืองไป 1 แก้ว แล้วก็ดื่มน้ำฟักทองอีก พอกลางคืน รอบๆ ปากก็บวมขึ้นมาอีก แต่ก็บวมไม่มากอย่างที่คิด.. ถ้าบวมระดับตอนเย็นเมื่อกี้ ก็พอใช้ชีวิตประจำวันได้เลย น่าประหลาดใจจริงๆ แค่วันเดียว! มุมใต้หูก็หายไป แถมก็บวมไม่มากด้วย! (แค่ปิดเทปตรงคางก็พอ.ㅋ) ตอนกลางคืนฉันกับแม่ยังไป Baskin ซื้อไอศกรีมด้วย.ㅋ แค่วันเดียวหลังผ่าตัดก็ออกไปเดินเล่นแล้ว น่าแปลก..ㅋㅋ ได้ยินมาว่าการกินไอศกรีมก็ช่วยลดบวมได้ด้วย เลยอาศัยโอกาสนี้ซื้อไอศกรีมที่ชอบเป็น quarter กลับมาด้วย.ㅋㅋ ตอนสั่งเพราะอ้าปากไม่ได้ เลยออกเสียงเพี้ยนไป.ㅠㅠ แม่ช่วยพูดแทนให้..ㅠㅠ ปกติแม่จะชอบห้ามไม่ให้กิน บอกให้ลดน้ำหนัก แต่ตอนนี้เป็นอิสระแล้วล่ะ (แต่ยังไงปากก็อ้ากว้างไม่ค่อยได้ ก็กินได้ไม่มากอยู่ดี.ㅋ) อ้อ..แล้วยังมีเพื่อนโทรมาอีก ถามว่าเสียงเป็นอะไรไป.ㅋㅋ ก็เลยอ้างไปว่าป่วย.ㅋㅋ เพื่อนบอกว่าช่วงนี้ไข้หวัดแรง ให้ระวังหน่อย.. (ขอโทษนะเพื่อน;; จริงๆ ฉันทำกรามมา.ㅋㅋ) อ๊ะ! แล้วก็แอบหวังเหมือนกันว่าจะผอมลงนิดหน่อย แต่เพราะบวมอยู่มั้ง.. กลายเป็นน้ำหนักขึ้นมา 1 กก. ซะงั้น;; (รู้สึกหนักขึ้นจริงๆ เหมือนน้ำหนักหัวเพิ่มมา 1 กก. คอเองก็ตึงๆ) แล้วก็คงเพราะเคี้ยวไม่ค่อยได้ เลยเรอออกมานิดหน่อย;; เพราะงั้นพวกมันหวานก็เลยกลืนลงไปมากกว่าเคี้ยว เลยไม่ท้องผูก.ㅋㅋ (ไฟเบอร์ลงไปทั้งก้อนเลย.ㅋㅋㅋ) อยากให้พอบวมยุบแล้วน้ำหนักลงไปด้วยจัง.ㅠ จะได้บอกคนอื่นได้ว่าผอมลง หน้าเรียวขึ้นเพราะน้ำหนักลด.ㅋㅋ อา..ยังไงก็ตาม ตอนนี้ทั้งใจสั่นทั้งมีความสุขเลย.ㅋ
โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง
โพสต์อื่นในหมวดนี้
รีวิวศัลยกรรมใบหน้า@face-review31 ต.ค. จริงๆ แล้วดีขึ้นมาก
แต่ก่อนแถวตาด้านล่างของฉันบุ๋มลงและคิ้วดูอ่อนลงเล็กน้อย จึงไปปรึกษาเพราะไม่แน่ใจว่าจะต้องผ่าตัดอะไร เมื่อเล่าประเด็นที่กังวล ก็มีแผนทำการยกหน้าผาก การจัดตำแหน่งไขมันรอบตาล่าง และการปลูกถ่ายไขมันหน้าด้วย จึงได้ดำเนินการ ก่อนผ่าตัดกลัวว่าท่าท
รีวิวศัลยกรรมใบหน้า@face-review31 ต.ค. มินิลิฟติ้งในวัย 40
<ก่อน><หลัง><ก่อน><หลัง>ฉันเป็นผู้หญิงวัย 40 กว่า ๆ ตั้งแต่เด็กก็มีไขมันแก้มเยอะ แต่พออายุมากขึ้นก็เริ่มหย่อนคล้อยลงเรื่อย ๆ เลยคิดอยู่พักหนึ่งแล้วตัดสินใจทำมินิลิฟติ้งกับการเอาไขมันแก้มชั้นลึกออก ตอนนี้ผ่านมาประมาณ 20 วันแล้ว เหตุผลที่เลื
รีวิวศัลยกรรมใบหน้า@face-review30 ต.ค. รีวิวศัลยกรรมวัยกลางคนครบห้าเดือนที่คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง AB - ผู้อำนวยการแพทย์โดคยองฮยอน
ปกติฉันมีริ้วรอยค่อนข้างมาก เลยรู้สึกไม่มั่นใจที่ดูแก่กว่าอายุจริงค่ะ ฉันเคยลองปล่อยหน้าม้าลงมาปิดแล้ว แต่สุดท้ายก็คิดว่าน่าจะต้องแก้ที่ต้นเหตุ เลยตัดสินใจผ่าตัดค่ะ ฉันทำ Endotine ยกหน้าผาก + ศัลยกรรมเปลือกตาบน + ศัลยกรรมเปลือกตาล่าง + ยกกร
รีวิวศัลยกรรมใบหน้า@face-review30 ต.ค. มินิลิฟต์, ดึงหน้า
เพื่อนของฉันสองคนทำมินิลิฟต์ที่โรงพยาบาลนี้และพอใจกับผลลัพธ์ ฉันเลยตัดสินใจทำมินิลิฟต์ที่โรงพยาบาล ㅅㅅㅇ ค่ะ/ครับ เหนือสิ่งอื่นใด คุณหมอผู้อำนวยการมีประสบการณ์มาก ไม่มีการรักษาเกินความจำเป็น และตอนให้คำปรึกษาก็ให้รายละเอียดอย่างละเอียด ซึ่งดี
รีวิวศัลยกรรมใบหน้า@face-review27 ต.ค. รีวิว 8 เดือนหลังผ่าตัดปรับรูปหน้าแบบ 1 รายการสำหรับกรามเหลี่ยม และดูดไขมัน
ฉันผ่าตัดกรามเหลี่ยมและดูดไขมันใบหน้ากับผอ. Kwon Jae-hyun ที่ Soda Plastic Surgery มา เผลอแป๊บเดียวก็ครบ 8 เดือนแล้ว! ตอนนี้อาการบวมหายไปหมดแล้ว และเส้นหน้าก็เข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ในสภาพที่เสถียรมากจริงๆ ช่วงแรกอาการบวมบริเวณช่วงล่า
รีวิวศัลยกรรมใบหน้า@face-review27 ต.ค. ผลข้างเคียงผิวหย่อนหลังทำศัลยกรรมโครงหน้า.. รีวิวหลังดึงหน้า 1 ปี
เห็นที่นี่มีคนถามว่าคนอายุ 30 กว่าๆ ก็ดึงหน้ากันไหม เลยมาทิ้งรีวิวดึงหน้าครบ 1 ปีไว้.. ก่อนอื่น ฉันทำศัลยกรรมโครงหน้าตอนอายุ 20 กว่าๆ และผลข้างเคียงคือผิวหย่อนรุนแรงมาก แก้มก็ตอบลงมา แนวกรามพังไปหมดเลย ช่วงหนึ่งฉันเลยบ้าทำ Ultherapy มาก ทำไ