ก่อน <ใครเห็นก็รู้ว่าคางร่น..!> หลัง <ตอนบวมสุด ๆ..> หลัง <มีรูปแค่ถึงวันที่ 4 เอง 5555> ตอนแรกฉันผ่าตัดโหนกแก้มที่โรงพยาบาลในอับกูจองที่มีชื่อเสียงเรื่องโครงหน้า แต่พอทำแค่โหนกแก้มแล้ว กรามเหลี่ยมกับคางร่นก็กวนใจมากเลย คิดอยู่พักหนึ่งแล้วผ่าตัดเมื่อเดือนมีนาคมปีนี้! ไหน ๆ ก็จะดมยาสลบแล้ว เลยถามเรื่อง AS แก้ไขโหนกแก้ม เขาแนะนำว่าไม่ควรเหลากระดูกโหนกแก้มด้านข้างเพิ่มแล้ว 5555 (ฉันเคยไปปรึกษาโรงพยาบาลอื่นด้วย ที่นั่นก็บอกว่าโหนกแก้มถูกเหลาไปพอแล้ว ต่อให้ผ่าตัดก็แทบไม่มีผล และฉันน่าจะไม่พอใจ 555..) ฉันอยากให้หน้าไม่หย่อนคล้อยมากที่สุด เลยคิดว่าผู้อำนวยการคงห้ามเพราะถ้าเหลาเกินกว่านี้อาจหย่อนคล้อยได้ ฉันเองก็รู้ แต่คนเราก็เริ่มโลภขึ้นเรื่อย ๆ คิดว่า “ตรงนี้น่าจะเหลาเพิ่มอีกนิดไหม?” แต่พออ่านโพสต์เรื่องผลข้างเคียงแล้วก็หวาดเสียว.. ฉันคิดว่าเส้นหน้าแบบตุ๊กตาที่สมบูรณ์แบบต้องทำโดยยอมรับว่าความหย่อนคล้อยจะมาเร็วขึ้น และอาจมีแก้มตอบหลังผ่าตัดทันที.. ตอนแรกฉันแค่อยากจัดเส้นหน้าให้เรียบร้อย แต่ค่อย ๆ โลภขึ้น คิดว่าไหน ๆ ก็จ่ายแพงแล้วจะทำให้เห็นชัดดีไหม แต่สุดท้ายก็ฟังคำผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการก็ดูเหมือนจะเน้นความเป็นธรรมชาติด้วย แต่เขาบอกว่ายังสามารถ shave โหนกแก้ม 45 องศาได้นิดหน่อย ฉันเลยทำ shaving โหนกแก้ม 45 องศา, กรามเหลี่ยม, เลื่อนปลายคางไปข้างหน้า และดูดไขมันแก้มไปด้วยตอนดมยาสลบ ฮิฮิ ตอนนี้เห็นบวมค่อย ๆ ยุบแล้วพอใจมาก!! วันแรกเจ็บกว่าที่คิด เลยแอบเสียใจแวบหนึ่ง แต่พอเวลาผ่านไปหน่อยก็ดีขึ้น̌̈̆̎꙼̈ หลังออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านมา ตั้งใจดูแลอาการบวม แล้วก็เริ่มชินกับความรู้สึกตึง ๆ หน่วง ๆ ที่คาง? 5555 ไม่ได้สนใจเรื่องเส้นประสาทเลย คิดแต่จะจัดการบวมยังไง แล้วก็วางแผน.. แต่ปกติฉันเป็นจมูกอักเสบรุนแรงมาก ๆ หายใจทางจมูกไม่ได้ แล้วริมฝีปากก็บวมมากจนหายใจทางปากไม่ได้ด้วย เขาบอกว่าอย่าใช้หลอด แต่ฉันก็ยัดหลอดเข้าปาก ผ่อนแรงที่ริมฝีปาก แล้วหายใจ 555… ตั้งแต่วันแรกหลังผ่าตัด มีหลายครั้งที่หลับแล้วตื่นเพราะหายใจไม่ออก เลยค่อนข้างกลัว ผ่านไปประมาณ 5 วัน ไม่รู้ว่าเพราะยาที่โรงพยาบาลสั่งให้หรือเปล่า น้ำมูกหายเกลี้ยงเลย 5555 พอหายใจได้ดีแล้วสบายมาก จนหลับไปโดยไม่รู้ว่าคางถูกกดอยู่ โชคดีที่เขาบอกว่าถ้าคางถูกกดนิดหน่อยแต่ไม่เจ็บก็ไม่เป็นไร ฮิฮิ เขาว่าการดูแลบวมต้องใช้เวลา แต่บวมใหญ่ ๆ พอกินยาแล้ว ยุบเร็วที่สุดในชีวิตการบวมจากศัลยกรรมของฉันเลย กินยาที่เขาว่าตรงกับอาการบวมมาก แล้วเดินเล่นประมาณ 10 นาที พอกลับบ้านมาส่องกระจกก็เห็นความต่างทันที.. ตอนนี้ระยะทางพอประมาณก็เดินเอา แล้วก็กำลังไดเอต.. ทำเป็นช่วง ๆ เช่น เปลี่ยนมื้ออาหารวันละหนึ่งหรือสองมื้อเป็นเชค.. ยังไงก็ตาม ฉันเขียนเพราะนึกถึงตอนที่เคยหาข้อมูลหลายที่ก่อนศัลยกรรมโครงหน้า!! ฉันคิดว่าศัลยกรรมโครงหน้าต้องหาข้อมูลให้มากพอ และต้องสอบถามทั้งออนไลน์กับไปปรึกษาด้วยตัวเองเยอะ ๆ ฉันอยู่ต่างจังหวัด เลยหาข้อมูลออนไลน์อย่างเดียวแล้วไป แต่โชคดีที่ได้ผลลัพธ์ที่พอใจมาก กระดูกของฉันที่ถูกเหลาไปแล้วจะไม่กลับมาอีก แล้วคนรอบข้างก็ต้องพูดเรื่องหย่อนคล้อยแน่นอน ฉันคิดว่าความหย่อนคล้อยยังไงสักวันก็ต้องมา ต่อให้ไม่ผ่าตัดและแก่ลงตามธรรมชาติ ผิวก็หย่อนคล้อยอยู่แล้ว พอเหลากระดูกที่เคยพยุงออกไป แน่นอนว่าน่าจะหย่อนคล้อยเร็วกว่าคนที่ไม่ได้ผ่าตัด แต่ฉันก็ดูแลเป็นระยะ ๆ ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน และไปทำหัตถการเพื่อป้องกันไว้ล่วงหน้าด้วย ตั้งใจว่าหลังจาก 2 ปีไปแล้วจะทำเลเซอร์ยกกระชับอย่างสม่ำเสมอ
+ เพิ่มเติม ใช้ภาษาสุภาพไม่ได้เหรอ???? เพิ่งสมัครมาได้สองวันเลยเพิ่งรู้ เลยแก้แล้ว