โพสต์

รีวิวศัลยกรรมหน้าอก

รีวิว Motiva หลัง 1 ปี

เผลอแป๊บเดียว เวลาก็ผ่านไปครบ 1 ปีแล้วตั้งแต่ฉันผ่าตัดหน้าอก ก่อนผ่าตัด ฉันจำได้ว่าทุกคืนจะคอยค้นหารีวิวอ่าน ใช้ชีวิตแบบครึ่งหนึ่งกังวล ครึ่งหนึ่งคาดหวัง แต่ตอนนี้คุ้นเคยจนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายตัวเอง ถึงขั้นลืมไปเลยว่าตัวเองเคยผ่าตัดมา ฉันเลยอยากตั้งใจเขียนถึงการเปลี่ยนแปลงที่ได้สัมผัสด้วยตัวเองตลอด 1 ปีที่ยาวนานนี้ และความกังวลต่างๆ ที่เคยมีค่ะ

จริงๆ แล้วหลังจากตัดสินใจจะผ่าตัด ฉันเป็นคนที่ขยันไปสิ่งที่เรียกกันว่า “ตระเวนปรึกษาคลินิกศัลยกรรม” มากๆ พอไปปรึกษา หลายๆ โรงพยาบาลส่วนใหญ่แนะนำไซซ์ค่อนข้างใหญ่ ตั้งแต่ช่วงต้นๆ 300cc ไปจนถึงมากสุด 380cc เลยค่ะ ดังนั้นตอนที่ผู้อำนวยการคิมมินยองจากคลินิกศัลยกรรมแนะนำ 285cc ตอนแรกฉันก็ยอมรับว่ากังวลมากว่า “มันเล็กเกินไปหรือเปล่า?” แต่พอผู้อำนวยการพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า “เชื่อฉันแล้วใส่ 285 เถอะค่ะ ฉันจะทำให้เข้ากับรูปร่างคุณ ㅇㅇ อย่างเป็นธรรมชาติและสวยที่สุด” ฉันก็รู้สึกเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญและความมั่นใจนั้น จึงตัดสินใจค่ะ

พอมองย้อนกลับไปตอนนี้ ฉันคิดอย่างเดียวเลยว่าดีจริงๆ ที่ฟังคำของผู้อำนวยการ ถ้าตอนนั้นโลภแล้วใส่ใหญ่กว่านี้ ตอนนี้อาจรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมมาก หรือรู้สึกว่าร่างกายหนักเกินไปจนไม่สบายตัวก็ได้ ได้ยินมาว่าภายหลังถ้าอยากเพิ่มไซซ์ยังทำได้ แต่การลดไซซ์กลับลงมานั้นยากกว่ามากและเป็นการผ่าตัดใหญ่กว่า พอเห็นวอลลุ่มที่พอดีกับรูปร่างฉันตอนนี้และไลน์ที่เป็นธรรมชาติ ก็รู้สึกว่า “นี่แหละคือคำตอบที่ถูกต้อง” ฉันขอบคุณผู้อำนวยการจริงๆ ที่ไม่ทำให้ฉันหวั่นไหวไปกับรีวิวที่บอกให้ใส่ใหญ่ไว้ก่อน แต่ช่วยหาไซซ์ที่เหมาะสมที่สุดกับรูปร่างเล็กๆ ของฉันค่ะ

ฉันก็กลัวแผลผ่าตัดทางรักแร้มากเหมือนกันค่ะ เพราะเห็นคำพูดน่ากลัวบนอินเทอร์เน็ตเยอะมาก เช่น “ผ่าทางรักแร้เจ็บเหมือนตกนรก” “รู้สึกเหมือนรถบรรทุกทับผ่าน” เลยกลัวมากจริงๆ แต่พอได้เจอเอง กลับตกใจที่ฉันปกติดีกว่าที่คิดมาก แน่นอนว่าไม่ใช่ไม่มีความเจ็บเลยเหมือนไม่ได้ผ่าตัด แต่คงประมาณ 10% ของความเจ็บที่คนในเน็ตขู่ไว้ล่ะมั้งคะ? เป็นแค่อาการปวดตุบๆ มากกว่า และฟื้นตัวเร็วพอที่จะกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่นานหลังจากนั้น ฉันคิดว่าคงเป็นเพราะผู้อำนวยการเลาะโพรงอย่างละเอียดอ่อน และทำการผ่าตัดได้ดีมากจริงๆ อาการปวดเลยน้อยค่ะ

ตอนนี้ผ่านมา 1 ปี แผลเป็นที่รักแร้เข้าที่เหมือนรอยพับรักแร้ตามธรรมชาติไปแล้วค่ะ ถ้าไม่จ้องดูใกล้ๆ ก็แทบไม่รู้ว่าเป็นรอยผ่าตัด ดังนั้นหน้าร้อนเวลาใส่เสื้อแขนกุดหรือยกแขนก็ไม่กังวลเลย ไม่รู้ว่าเพราะผ่าตัดออกมาดีหรือเปล่า แต่มันนิ่มมากจริงๆ ผู้อำนวยการดูก็บอกว่าเป็นความนุ่มที่ดีที่สุดเท่าที่ Motiva จะให้ได้เลยค่ะ เวลานอนหรือขยับ มันแผ่ออกอย่างนุ่มนวลไม่มีขอบเขต เหมือนเนื้อของฉันเองเลยค่ะ

การเปลี่ยนแปลงที่มีความสุขที่สุดคือความมั่นใจค่ะ ช่วงนี้เวลาไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ฟิตเนสหรือโรงอาบน้ำสาธารณะ ฉันมักจะรู้สึกได้เบาๆ ว่าคนรอบข้างมองอยู่ ทรงหน้าอกอวบสวย แต่กลับไม่เห็นแผลเป็นตรงรักแร้หรือรอบหน้าอก ทุกคนเลยดูเหมือนจะคิดว่าหน้าอกฉันสวยมาแต่เดิมค่ะ ฉันก็เลยเดินให้เห็นอย่างมั่นใจไปเลย เป็นการผ่าตัดที่ตอบโจทย์ความต้องการของฉันได้อย่างสมบูรณ์แบบ คืออยากได้วอลลุ่มชัดเจนแต่ดูไม่ออกว่าทำมา

ฉันอยากบอกคนที่กำลังลังเลอยู่จริงๆ ค่ะ ว่าการใส่ใหญ่ไว้ก่อนอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้เจอผู้อำนวยการที่สามารถประเมินไซซ์ที่เหมาะกับรูปร่างและโครงอกของตัวเองได้อย่างแม่นยำ และมีรสนิยมความงามที่เป็นธรรมชาติ หวังว่ารีวิวครบ 1 ปีของฉันจะช่วยในการตัดสินใจของทุกคนได้บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ!

*ทรงและความนุ่ม (ส่วนที่พอใจที่สุด!) ตอนนี้ที่ผ่านไป 1 ปี ดูเป็นธรรมชาติกว่าช่วง 3~6 เดือนแรกมากค่ะ เวลานอนจะกระจายออกด้านข้างอย่างเป็นธรรมชาติ และเวลายืนจะตกลงมาเป็นทรงหยดน้ำสวยๆ ความรู้สึกตอนจับ ตอนนี้นิ่มจนแยกไม่ออกแล้วว่าเป็นเนื้อของฉันเองหรือเปล่า ถ้าไม่บอกคนรอบข้าง เขาก็แทบไม่รู้ว่าฉันผ่าตัดมาเลยค่ะ

*ไซซ์ (285cc) ฉันรู้สึกว่าถ้ามากเกินไปจะเป็นภาระ เลยปรึกษากับผู้อำนวยการคิมมินยองแล้วตัดสินใจที่ 285cc ซึ่งฉันคิดว่ามันเป็น “หมากเด็ด” จริงๆ ค่ะ เป็นวอลลุ่มที่พอดีกับรูปร่างของฉัน ทำให้ใส่เสื้อผ้าแล้วทรงสวยขึ้นชัดเจน เมื่อก่อนฉันกังวลเพราะวอลลุ่มช่วงเนินอกด้านบนค่อนข้างยุบ แต่ตอนนี้แค่ใส่เสื้อยืดบางๆ ตัวเดียวก็มีความมั่นใจแล้วค่ะ

*แผลเป็น (ผ่าตัดทางรักแร้) เพราะเป็นการผ่าทางรักแร้ ช่วงแรกๆ เวลาเงยแขนหรือยกแขนก็แอบกังวลนิดหน่อย แต่พอผ่านไป 1 ปี แผลเป็นจางลงมากค่ะ ดูเหมือนรอยพับรักแร้ ถ้าไม่ดูละเอียดก็แทบไม่เห็นเลย คิดว่าเป็นเพราะผู้อำนวยการเย็บให้อย่างประณีตมากค่ะ

- รีวิวผู้อำนวยการคิมมินยอง & คลินิกศัลยกรรม ตั้งแต่ตอนปรึกษา ผู้อำนวยการละเอียดอ่อนมากจริงๆ ค่ะ ฉันมีเรื่องสงสัยเยอะ เลยถามรัวๆ แต่ท่านก็ตอบทีละข้ออย่างมืออาชีพ และที่สำคัญที่สุดคือไม่ได้แนะนำไซซ์ใหญ่แบบฝืนๆ แต่บอกขนาดที่เหมาะสมที่สุดกับขนาดโครงอกและความยืดหยุ่นของผิวฉัน เลยทำให้เชื่อใจค่ะ ตอนแรกฉันคิดว่า 285? เอ๊ะ เล็กเกินไปไหม? แต่ตอนนี้คือ ว้าว… กำลังดีเลย.. ธรรมชาติมาก แต่ก็อวบอิ่มมากค่ะ หลังผ่าตัด ทางคลินิกก็ดูแลหลังผ่าตัดอย่างละเอียดมากจริงๆ ทุกครั้งที่ไปตรวจตามนัดก็เช็กสภาพให้ดี และให้การตอบรับอย่างเป็นมิตร ทำให้ฉันฟื้นตัวได้อย่างสบายใจจนจบค่ะ

- เคล็ดลับสำหรับคนที่กำลังคิดจะผ่าตัด *การสื่อสารกับผู้อำนวยการ: ฉันคิดว่าทางลัดที่เสี่ยงพลาดน้อยที่สุดคือการบอกความต้องการของตัวเองให้ชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็เชื่อและทำตามความเห็นเชิงวิชาชีพของผู้อำนวยการ แน่นอนว่าฉันคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการดูรีวิวของโรงพยาบาลที่มีฝีมืออย่างละเอียดและค้นหาให้ดี นอกจากนี้ ฉันคิดว่าส่วนที่สำคัญจริงๆ ไม่ใช่การสื่อสารกับผู้จัดการที่ปรึกษา แต่คือ “หลังผ่าตัดสามารถสื่อสารกับผู้อำนวยการได้ดีหรือไม่” ได้ยินว่ามีหลายกรณีที่ทำแค่ผ่าตัดให้ แล้วพอภายหลังเกิดปัญหาก็มีแต่ผู้จัดการที่ปรึกษาออกมา ควรลองพิจารณาว่ารับผิดชอบการผ่าตัดจนถึงที่สุดไหม ตรวจผลการผ่าตัดให้ดีไหม หลัง 1 ปี 2 ปี และหลังจากนั้นยังตรวจว่าเต้านมเทียมอยู่ในสภาพดีหรือไม่ เป็นต้นค่ะ

*ความสำคัญของการดูแลหลังผ่าตัด: ช่วงแรกถ้าเดินเล่นเยอะๆ และดูแลตามที่โรงพยาบาลสั่งให้ดี สัมผัสจะดีขึ้นเร็วอย่างชัดเจนค่ะ! และฉันคิดว่าควรเลือกโรงพยาบาลหลังจากตรวจดูด้วยว่ามีโปรแกรมดูแลหลังผ่าตัดที่จำเป็นและพร้อมหรือไม่ ฉันเองให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลหลังผ่าตัดที่ดีเป็นอันดับต้นๆ เลยค่ะ! ทุกขั้นตอนผู้อำนวยการตรวจเช็กด้วยตัวเองอย่างละเอียดทั้งหมด ดังนั้นการฟื้นตัวจึงเร็ว และสามารถตรวจความผิดปกติได้เป็นระยะๆ นี่น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ฉันสบายใจมากค่ะ แล้วพอดูเพื่อนรอบตัวที่ผ่าทางใต้ราวนม ต่อให้ดูแลแผลเป็นดีแค่ไหนก็ยังเห็นอยู่ดี.. ดังนั้นพูดตามตรง ถ้าคนรอบตัวจะทำหน้าอก ฉันแนะนำผ่าทางรักแร้ค่ะ ผ่านมา 1 ปีแล้ว เวลาเร็วจริงๆ ฉันขอบคุณผู้อำนวยการคิมมินยองที่ช่วยให้ฉันเอาชนะปมด้อย และใส่เสื้อผ้าสวยๆ ได้อย่างเต็มที่ เพราะฉันพอใจมากจริงๆ เลยแนะนำให้คนที่กำลังคิดเรื่องศัลยกรรมหน้าอก ลองใส่คลินิกศัลยกรรมแห่งนี้ไว้ในรายชื่อปรึกษาด้วยนะคะ!

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้