เพราะ USB ที่ใช้ให้คอมที่บ้านอ่านรูปเสีย เลยอัปโหลดรูปไม่ได้ค่ะ/ครับ ถ่ายไว้ทุกวันไม่หยุดแล้ว เดี๋ยวเร็วๆ นี้จะไปร้านอินเทอร์เน็ตแล้วอัปให้นะคะ/ครับ ช่วงวันหยุดตรุษเกาหลีทั้งหมด ฉัน/ผมใช้ชีวิต ท่ามกลางสายตาสงสารของญาติๆ โชคดีที่รอยช้ำจางลงทุกวัน แต่รอยเลือดคั่งในลูกตาอยู่นานจริงๆ ใช้เมกอัปปิดรอยช้ำใต้ตาแบบคร่าวๆ แล้วสุดสัปดาห์ก็ไปเดตกับแฟนด้วยค่ะ/ครับ ตลอดเวลาที่เดินด้วยกัน เขาก็บ่นให้ปิดหน้าหน่อย.. ㅡㅅㅡ ก่อนอื่น หลังผ่าตัดวันที่ 31 วันที่ 5 ไปถอดผ้ารัดหน้า และวันที่ 9 ไปตัดไหมค่ะ/ครับ ยังมีเลือดออกจากกรามซ้ายทีละนิดอยู่เรื่อยๆ เลยคิดว่าไหมอาจจะหลุดหรือแตก แต่เขาบอกว่าส่วนที่บวมเป็นก้อนแข็งตามแนวกราม คือเลือดคั่ง เรียกกันว่า “ซอนจี” เหมือนซอนจีในซุปเลือดนั่นแหละค่ะ/ครับ ㅋㅋ เขาบีบมันออกให้ อึ่ก เจ็บมาก เลือดดำเต็มปากเลย~~ เขาบอกว่าเลือดจะยังออกต่อไปอีกพักหนึ่ง กลับมาบ้านก็ขยันกดตรงที่เจ็บแน่นๆ แล้วบีบเลือดออก ดังนั้นข้างซ้ายยังไม่ได้ตัดไหมค่ะ/ครับ พอบีบเลือดออกแล้ว ข้างซ้ายก็ดูเรียวขึ้นด้วย คิดว่าถ้าตัดไหมแล้วจะโล่ง แต่ในปาก เต็มไปด้วยเนื้อแผลแข็งๆ เขาบอกว่าเป็นแผลผ่าตัดเล็กที่สุด แต่รู้สึกเหมือนฉีกยาวหมดเลย เหนือเหงือกบน 3 ซม. ใต้เหงือกล่าง 3-4 ซม. ตรงโหนกแก้มใต้ตาขวาที่ช้ำมาก มีก้อนแข็งๆ กลมๆ อยู่ค่ะ/ครับ อันนี้ก็น่าจะเหมือน “ซอนจี” แต่ตรงนั้น ตัดไหมหมดแล้วและแผลปิดแล้ว เลยไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง.. วันนี้มีนัดโรงพยาบาล แต่นอนตื่นสายเลยไม่ได้ไป;; งานก็ยุ่งมากด้วย ไม่รู้ว่าไปมะรืนนี้จะได้ไหม.. 1. ผลการผ่าตัด - ตอนใส่ผ้ารัดหน้าอยู่ คิดว่ามันเล็กลง แต่เข้าใจผิดไปเอง ตอนนี้ผ่านไป 10 วันหลังผ่าตัด ถึงโครงหน้าจะเริ่มเห็นบ้างแล้ว เส้นหน้าดูละมุนขึ้น แต่ไม่ได้เล็กลงค่ะ/ครับ เดิมทีหัวฉัน/ผมก็ใหญ่ และไม่ได้เป็นสไตล์ที่มุมกรามเด่นมาก เลยคงเป็นแบบนั้น ถ้าเป็นคนที่หน้าดูใหญ่เพราะมุมกรามเด่นมาก อาจจะพอใจมากก็ได้ ฉัน/ผมหวังให้หน้าเล็กลงแม้แต่นิดเดียว และพี่พยาบาลก็พูดชัดเจนว่าใส่โหนกแก้มเข้าไปเยอะ แต่ความกว้างไม่ได้แคบลงเลยแม้แต่น้อย แค่ดูเรียบลื่นขึ้นนิดหน่อย.. แล้วอาจเป็นเพราะบริเวณจอนที่ผ่ากรีด ยังบวมอยู่นิดหน่อยก็ได้ เขาฉีดโบท็อกซ์ที่ขมับให้ แต่สงสัยว่าผลของโบท็อกซ์จะเริ่มเมื่อไหร่ แล้วถึงเห็นผล มันจะเล็กลงจริงไหมก็ยังสงสัย กรามดูเรียวขึ้นมากค่ะ/ครับ 2. อาการบวมและรอยช้ำ รอยช้ำจางลงทุกวัน ส่วนบวม ตอนเช้าตื่นมาก็ยังบวม แต่ถ้าเทียบกับรูป เมื่อสองวันก่อนก็ดูยุบลงมาก ไม่คิดเลยว่ารอยช้ำรอบตาที่เคยดำมาก เหมือนโดนผู้ชายแรงเยอะๆ ซ้อมมา จะจางเร็วขนาดนี้ วันนี้รอยช้ำจางลงจนใช้คอนซีลเลอร์ปิดได้แล้ว แต่รอยเลือดคั่งที่ตาขาวยังอีกไกลค่ะ/ครับ 3. สภาพร่างกาย อ้าปากได้กว้างพอใส่นิ้วสองนิ้ว และตั้งแต่วันที่ 6 ก็ฝืนอ้าปาก แปรงฟันแล้วค่ะ/ครับ ตอนนี้เคี้ยวข้าวนิ่มๆ กินได้แล้ว เพราะในปากเต็มไปด้วยเนื้อแผลแข็งและบวม เลยรู้สึกอึดอัดในปาก ตอนที่ไปวันที่ 9 คุณหมอบอกให้กดโหนกแก้มแบบค่อยๆ แต่ให้เจ็บนิดๆ ฉัน/ผมเลยกดบ่อยๆ เผื่อมันจะเข้าไปอีกสักนิด แต่ทำให้ปวดหัว;; ตอนนอนยังต้องนอนหงายอยู่ เลยรู้สึกว่าท้ายทอยจะผมร่วงเอา เจ็บด้วย; ปกติเวลานอนฉัน/ผมนอนตะแคงตลอด เลยไม่สบายมาก แล้วก็ยังปวดหัวเล็กน้อยตลอด หัวหนักๆ แล้วแค่วิ่งนิดเดียวก็หอบมาก รู้สึกชัดเจนว่าร่างกายอ่อนแอลง โดยเฉพาะตอนขึ้นบันไดหรือ วิ่ง.. อาจเพราะฉัน/ผมไม่ค่อยออกกำลังกายด้วย.. คงต้องออกกำลังกายจริงจังเพื่อเสริมความแข็งแรง ตอนแรกท้อใจไปแล้วว่าบวมหนักมาก คงต้องขังตัวเองอยู่บ้าน สักเดือนหนึ่ง แต่วันนี้วันที่ 11 จริงๆ แล้ว กลับมาเป็นรูปเป็นร่างเหมือนคน สามารถออกไปเดินข้างนอกได้แล้วค่ะ/ครับ รอยช้ำก็หายหมดแล้ว อาจเป็นเพราะประคบอุ่นอย่างขยันมากจนถึงวันที่ 9.. กินก็เก่งมากด้วยค่ะ/ครับ เหมือนจะอ้วนขึ้นนิดหน่อย,, อาจเพราะตอนผ่าตัดใส่เครื่องช่วยหายใจ (?) ในทางเดินหายใจ คอยังเจ็บอยู่ และเพราะมีเลือดดำจากกรามออกมาทีละนิดเรื่อยๆ ตอนเช้าจึงขากเสมหะปนเลือดดำออกมา หลังผ่าตัดคาดหวังว่าหน้าจะเล็กลง แต่ไม่เล็กลงเลย เลยผิดหวังมากค่ะ/ครับ.. แต่ตอนนี้หน้ายังกลมๆ อวบๆ อยู่ เลยจะคาดหวังกับหน้าตาหลังจากบวมยุบหมดในอีก 2-3 เดือน.. จะอดทนรอค่ะ/ครับ แต่คงไม่ได้เล็กลงแบบปิ๊งขึ้นมาทันทีแน่ๆ คนที่จะผ่าตัด อย่าคาดหวังผลลัพธ์แบบดรามาติกเด็ดขาดนะคะ/ครับ.. แค่คิดว่าเส้นหน้าจากหน้าเดิมจะดูละมุนขึ้นก็พอค่ะ/ครับ ถ้าโหลดรูปได้เมื่อไหร่ จะมาอัปผลลัพธ์ให้นะคะ/ครับ
ถูกใจ 0