ฉันจะเขียนสิ่งที่รู้สึกมาตลอดช่วงที่ผ่านมาไว้ พอดูหัวข้อที่ทุกคนสงสัยมากที่สุดแล้ว คำถามที่ฉันเคยกังวลมากที่สุดก็ถูกถามขึ้นมาหลายข้อเลย ก่อนอื่น จะพูดเรื่องจมูกบานก่อนนะ ทุกคนก็น่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าจมูกยิ่งถูกจับหรือแกะมากเท่าไร ก็ยิ่งเกิดแผลเป็น ไม่ดีทั้งนั้น ภาวะรั้งแข็งในคอลลาเจนโดยทั่วไปจะเริ่มประมาณ 2 สัปดาห์ และอาจดำเนินต่อไปได้นานถึง 1 ปี คนที่จมูกใหญ่ กระดูกอ่อนปีกจมูกพัฒนาไม่ดี หรือผิวปลายจมูกหนา จะยาวไปถึง 1 ปี คนที่ผิวปลายจมูกหนาต้องคิดให้ดีจริง ๆ ตัวอย่างเช่น ลองจับผิวบริเวณข้อศอกดู จะบางมากใช่ไหม? คนที่มีจมูกฮัมพ์ ผิวบริเวณสันหว่างคิ้วตรงปุ่มฮัมพ์จะบางมาก เหตุผลคือ ตลอดหลายสิบปีที่เติบโตขึ้นมา กระดูกกดทับผิวหนังอยู่ตลอด ผิวจึงค่อย ๆ บางลง ผิวปลายจมูกก็เช่นกัน ถ้ากระดูกอ่อนปีกจมูก (จะขอพูดในความหมายว่าเป็นกระดูกตรงปลายจมูกนะ) มีขนาดเล็ก แรงกดต่อผิวปลายจมูกก็จะน้อยลงใช่ไหม แล้วผิวปลายจมูกก็จะบางเหมือนชาวตะวันตกที่กระดูกอ่อนปีกจมูกพัฒนาได้ดี (ในชาวตะวันตกมีหลายคนที่แค่มองปลายจมูกก็เห็นกระดูกอ่อนปีกจมูกได้เลย) ก็คือมีทั้งคนที่ผิวปลายจมูกบางและกระดูกอ่อนปีกจมูกเล็กด้วย แต่ก็มีคนที่กระดูกอ่อนปีกจมูกพัฒนาไม่ดี จนผิวจมูกหนา เพราะอย่างนี้ผลลัพธ์สุดท้ายของอาการบวมและรูปทรงจมูก บางคนใช้เวลา 3 เดือน บางคน 6 เดือน และบางคน 1-2 ปี อย่างที่เขียนไว้ข้างบน คนที่ซิลิโคนลอยให้เห็น หรือกระดูกอ่อนหูลอยให้เห็น เป็นเพราะซิลิโคนหรือกระดูกอ่อนหูกดทับผิวเป็นเวลาหลายปีหรือระยะยาว ทำให้ผิวค่อย ๆ บางลงจนเห็นชัด ดังนั้นในคนที่ผิวลอยให้เห็น บางกรณีจึงใช้ AlloDerm หรือชั้นหนังแท้ พังผืด ฯลฯ เพื่อเสริมความหนาของผิวควบคู่ไปกับการใส่วัสดุเสริม สรุปคือ คนที่ต้องผ่าตัดใหม่เพราะปัญหาลอยให้เห็น ถ้าจะทำก็ถอดออกไปให้เด็ดขาด หรือไม่ก็อยู่กับมันไปเลย เพราะสุดท้ายต่อให้เวลาผ่านไป ผิวก็จะบางลงและลอยให้เห็นอยู่ดี 2. สาเหตุที่จมูกใหญ่ขึ้นหลังผ่าตัดแก้ซ้ำหลายครั้งหรือหลังถอดออก จมูกแบ่งได้เป็น 4 ส่วน 1. กระดูกจมูก - 2. ผนังกั้นจมูก - 3. ผิวสันจมูก - 4. ปลายจมูก (ไปจนถึงฐานจมูก) (ดูภาพประกอบ) ในนี้ ข้อ 3 ผิวสันจมูก คือส่วนผิวที่หนาที่สุดของจมูก ยกตัวอย่าง สมมติว่าถอดวัสดุเสริมออกแล้ว แผลเป็น (ช่องว่าง) จะค่อย ๆ เติมเต็มตั้งแต่ข้อ 1, 2, 3 ทั้งหมดตั้งแต่ 1 ถึง 4 จะถูกดึงตึง แล้วข้อ 4 ก็จะสั้นลง และผิวที่ถูกดึงของข้อ 3 ก็จะหนาที่สุดใช่ไหม?? สิ่งที่เป็นตัวชี้ขาดว่าจมูกคนเราจะเล็กหรือใหญ่ คือผิวสันจมูกข้อ 3 นี่แหละ ถ้าส่วนนี้กว้าง หรือยื่นนูนไปด้านหน้า (คือสูง) ก็จะบอกว่าจมูกใหญ่ ตัวอย่างที่เห็นชัดก็คือคุณอีปานี ถ้าผิวสันจมูกข้อ 3 บานออกด้านข้าง ก็สามารถจัดเรียงกระดูกอ่อนปีกจมูกที่ปลายจมูกใหม่ แล้วเย็บรวมกระดูกอ่อนปลายจมูกให้ชิดเข้าหากันได้ (ในระดับหนึ่ง) แต่ถ้าผิวสันจมูกสูงขึ้นด้านบน ก็ไม่สามารถลดความยาวได้ ถึงจะรวบและลดกระดูกอ่อนด้านข้างลง แต่ถ้าผิวหนังหนาเอง ก็ลดได้แค่ด้านข้าง แต่ลดไปด้านหน้าไม่ได้ ก็คือถ้าผิวข้อ 3 สูง จมูกก็จะย่อลงอย่างชัดเจนไม่ได้ พอเกิดภาวะรั้งหรือหลังผ่าตัดแก้แล้วเกิดแผลเป็น ผิวข้อ 3 จะหนาขึ้น หรือเกิดช่องว่าง (dead space) ถ้าส่วนนี้ใหญ่ขึ้น จมูกก็จะใหญ่ขึ้นมาก เพื่อป้องกันก็มีหลายวิธี เช่น นวด Retin-A ฯลฯ แต่จากประสบการณ์ของฉัน หลังจากลองถอดออกและผ่าตัดแก้ซ้ำไปเรื่อย ๆ ตอนถอดออกแล้วนวด ภาวะรั้งจะคลายเร็ว เลยเคยคิดว่าเป็นผลของการนวด แต่พอทำซ้ำหลายครั้งแล้ว ก็ไม่ได้ต่างจากตอนที่ไม่นวดมากนัก (แค่รู้สึกไปเอง ชั่วขณะผิวจมูกนุ่มลงเท่านั้น) พอเริ่มจับจมูกครั้งหนึ่ง ก็จะกลายเป็นนิสัยที่ต้องจับต่อไปเรื่อย ๆ... สรุปเหตุผลที่ทำให้จมูกบานและจมูกใหญ่ขึ้นก็คือแบบนี้ ถ้าผิวสันจมูกข้อ 3 สูงยื่นไปด้านหน้า (มองจากด้านข้างจะเห็นว่าบริเวณใต้กระดูกจมูกสูง) หรือบานออกด้านข้าง จมูกก็จะดูใหญ่ คนส่วนใหญ่อาจรู้สึกว่าจมูกตัวเองใหญ่เพราะข้อ 4 ปลายจมูกใหญ่ แต่แกนหลักของจมูกบานคือข้อ 3 ข้อ 4 มีผลแค่รูปด้านข้างของปลายจมูกเท่านั้น แล้วจะพูดเรื่องจมูกเบี้ยวต่อ ถ้าจะให้จมูกดูตรง เส้นระหว่างคิ้วกับเส้นร่องเหนือริมฝีปากต้องตรงกันเป็นเส้นแนวตั้ง หมายความว่ายังไง... กระดูกจมูก - ผนังกั้นจมูก - ผิวสันจมูก (ด้านซ้ายขวาโดยมากหนาไม่เท่ากัน) - กระดูกอ่อนปีกจมูกที่ปลายจมูก (หลายคนไม่สมมาตร) คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครที่เส้นจากระหว่างคิ้วถึงริมฝีปากตรงเป็นเส้นเดียวกันหมด เพราะแกนของใบหน้าบิดเบี้ยว (ส่วนใหญ่ไม่รู้กัน กระจกคือเวลาที่เรามองตัวเอง แต่ตอนคนอื่นมองเรา ซ้ายขวาจะสลับกัน รูปเซลฟี่คือโหมดกระจก ส่วนตอนคนอื่นมองเราคือรูปที่คนอื่นถ่าย ถ้าดูรูปที่คนอื่นถ่ายหรือรูปสำหรับโรงพยาบาลจะตรวจเช็กได้) แล้วก็เป็นเรื่องของการจะจัดเส้นกึ่งกลางให้ตรงจากระหว่างคิ้วไปถึงปลายจมูก หรือจะให้ระหว่างคิ้วเป็นระหว่างคิ้ว ปลายจมูกเป็นไปตามเส้นเหนือริมฝีปาก ความต่างอยู่ตรงนี้ ลองสมมติว่าจัดตามระหว่างคิ้ว ถ้าส่วนที่เชื่อมระหว่างขากรรไกรบนกับกระดูกจมูกบิดไปทางซ้ายหรือขวา ปลายจมูกก็จะบิดตามไปด้วย ต่อให้จัดผนังกั้นจมูกให้ตรงแล้วก็อาจดีขึ้นได้บ้าง แต่ถ้าคดเป็นรูป C ก็จะตรงขึ้นได้แค่นิดหน่อย ไม่ได้ตรงเป็นเส้นตรง เพราะมันมีโอกาสกลับมาอีก สรุปก็คือ จมูกของชาวต่างชาติจริง ๆ แล้วคดกันหมด ถ้าจมูกสูง เล็กเกินไป หรือเรียวมาก ความคดจะยิ่งเห็นชัด ถ้าจมูกบาน ใหญ่ หรือเตี้ย ความคดจะไม่ค่อยเห็น ส่วนใหญ่ทุกคนคดกันอยู่แล้ว และเหตุผลที่รูจมูกไม่เท่ากันคือ ก่อนผ่าตัดจมูกถูกกดทับไว้ (รูจมูกนอนอยู่) พอตั้งขึ้นแล้วแกนจมูกจะดูเหมือนล้ม... ถ้าหลังถอดแล้วยังไม่เท่ากัน ก็อาจเป็นเพราะตอนทำแบบเปิด ผิวจมูกถูกดึงขึ้น หรือผนังกั้นจมูกคด หรือมีหลายปัจจัยแบบความน่าจะเป็น สรุปคือ ถ้าแค่จมูกคด การผ่าตัดที่จัดทั้งกระดูกจมูก ผนังกั้นจมูก และปลายจมูกไปพร้อมกัน มีโอกาสดีขึ้นสูง ถ้าแกนทั้งเส้นคด ไม่ควรเสริมจมูกให้สูงมาก ควรทำให้พอดี ๆ หรือถ้าทำให้เรียวเกินไปก็จะดูใหญ่ขึ้น (จมูกของคนผิวดำถึงจะคดก็แทบไม่เห็น แต่ของชาวตะวันตกจะเห็นชัดมาก) สุดท้ายคือคำถามเรื่องวัสดุ ผนังกั้นจมูก กระดูกอ่อนซี่โครง Medpor กระดูกอ่อนหู ซิลิโคน Gore-Tex ฯลฯ วัสดุทุกชนิดไม่ได้มีดีหรือแย่แค่ในตัวมันเอง ถ้าจะดึงผิวข้อ 3 ลงด้านล่าง โครงพยุงที่แข็งแรงที่สุดจะได้ผล แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับทักษะของแพทย์ พูดอีกอย่างคือ แพทย์ที่ใช้กระดูกอ่อนหูได้ดี ก็น่าจะมีเทคนิคของตัวเอง ในความคิดของฉัน กระดูกอ่อนซี่โครงเป็นวิธีสุดท้ายและค่อนข้างรุกแรง เพราะเวลาจะใช้เป็นโครงพยุงขั้นสุดท้าย (ใส่เสาค้ำระหว่างกระดูกอ่อนปีกจมูก) จะเกิดการสึกของส่วนสะพานกระดูกอ่อนด้านล่างจนค่อย ๆ บางลง ทำให้หลังถอดออกอาจยุบได้ Medpor ก็เช่นกัน (ไม่ต้องพูดมากก็รู้) ถ้าผิวข้อ 3 หนามาก กระดูกอ่อนซี่โครงอาจได้ผลดีที่สุด แต่หลังจากนั้นก็ต้องยอมรับผลตามมา ความพึงพอใจของคนไข้คือผลลัพธ์หลังศัลยกรรม (รูปทรง) ดังนั้นคุณหมอก็มักจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกดึงดูดด้วยโครงพยุงอย่าง Medpor หรือกระดูกอ่อนซี่โครง และถ้าใช้ให้เหมาะสมก็คิดว่าไม่เลว (Medpor ไม่ดี) ถ้าอยากทำให้ปลอดภัยที่สุด เช่นกรณีจมูกสั้น ผ่าตัดครั้งแรก ปลายจมูกใช้กระดูกอ่อนหู + จัดเรียงกระดูกอ่อนใหม่ + ไม่ใส่โครงพยุง ครั้งที่สอง กระดูกอ่อนปลายจมูก (หู/ผนังกั้นจมูก) + จัดเรียงกระดูกอ่อนใหม่ + โครงพยุงผนังกั้นจมูก ครั้งที่สาม กระดูกอ่อนปลายจมูก (หู/ผนังกั้นจมูก) + จัดเรียงกระดูกอ่อนใหม่ + โครงพยุงกระดูกอ่อนซี่โครง วิธีลดให้ชัดเจนที่สุดแบบรุกแรง ปลายจมูก (หู/ผนังกั้นจมูก) + จัดเรียงกระดูกอ่อนใหม่ + โครงพยุงกระดูกอ่อนซี่โครง + ลดปีกจมูก เท่านี้....
ถูกใจ 4