ไม่นานมานี้ฉันทำศัลยกรรมตาสองชั้นแบบกรีดมาค่ะ ก่อนทำ ฉันต้องใช้หน้าผากช่วยลืมตา แล้วก็ต้องยกคิ้วด้วย ตาถึงจะลืมขึ้นได้ และถ้าจะปิดปากก็ต้องเบิกตาขึ้น เลยกังวลมากจริงๆ ค่ะ ก็เลยคิดว่าอาจจะเป็นภาวะหนังตาตก จึงลองหาข้อมูลทั้งโรงพยาบาลดังในคังนัมและหลายๆ ที่ แต่ราคาก็แพงมาก และความเสี่ยงเรื่องผลข้างเคียงหลังผ่าตัดก็ ค่อนข้างสูงด้วยค่ะ ได้ยินมาว่าอาจจะยิ่งดูไม่เป็นธรรมชาติกว่าเดิม หรือไม่ก็หลับตา ได้ไม่สนิท เป็นต้น ไม่ว่าจะเป็นคลินิกศัลยกรรมที่ดังแค่ไหน ก็ยังบอกว่าเป็นการผ่าตัดที่ยากค่ะ แต่ละคน มีประเภทของภาวะหนังตาตกหลากหลายมาก และแม้จะคิดว่าเป็นเคสคล้ายกัน แล้วทำหัตถการไป ผลลัพธ์กลับออกมาต่างกันโดยสิ้นเชิง ก็มีเยอะมากค่ะ ดังนั้นหลังจากคิดอยู่พักใหญ่ ฉันจึงตัดสินใจ ไปพบจักษุแพทย์ก่อนค่ะ เพราะคุณหมอเหล่านั้นไม่น่าจะเป็นแพทย์ที่ แนะนำสิ่งที่ไม่จำเป็นเพียงเพื่อทำธุรกิจของตัวเอง ฉันเลยไปถามดู แล้วคุณหมอบอกว่าเป็นภาวะหนังตาตกเทียมค่ะ ท่านบอกว่าถ้าทำในสภาพแบบนี้ กลับจะทำให้รูปตา ดูไม่เป็นธรรมชาติมากขึ้น โชคดีมากจริงๆ ค่ะ ถ้าเผลอไปปรึกษาที่คลินิกศัลยกรรมแล้วทำเลย เพราะที่นั่นส่วนใหญ่จะปรึกษากับผู้จัดการให้คำปรึกษา ฉันคิดว่าไม่เหมาะสมค่ะ แม้แต่จักษุแพทย์ซึ่งเป็นแพทย์เฉพาะทาง ก็ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีให้ฉันหลับตาแล้วลืมตา มองตรงนี้ เอาไม้บรรทัดมาวัด มองตรงนั้น มองขึ้น มองลง ลองยกตาขึ้น ดูไปเรื่อยๆ ทั้งที่เป็นงานที่ท่านทำอยู่ตลอดค่ะ จักษุแพทย์เป็นผู้ที่เรียนเกี่ยวกับลูกตาและบริเวณใกล้เคียง รวมถึงกล้ามเนื้อรอบดวงตาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ปี และฉันคิดว่าไม่มีอะไรแม่นยำไปกว่านั้นค่ะ ดังนั้นฉันจึงทำแค่ตาสองชั้น และตอนนี้ก็ไม่มีเรื่องต้องยกหน้าผาก หรือคิ้วไม่อยู่ในตำแหน่งเดิมแล้วค่ะ กลับกัน ตาลืมได้ดีมากจนฉันตกใจเลยค่ะ ㅋ ทุกคนก็อย่าคิดแค่ว่าศัลยกรรมก็ต้องไปคลินิกศัลยกรรมนะคะ ก่อนหน้านั้น ลองถือเงินแค่ 3,000 วอน แล้วค่อยๆ เดินไป พบจักษุแพทย์ก่อนดูค่ะ ฉันคิดว่าไม่จำเป็นต้องเสียดาย 3,000 วอนจนต้องเสีย 2 ล้านวอน หรือรับความเสี่ยงทั้งหมดกับดวงตาที่อาจไม่จำเป็นต้องทำเลยค่ะ นี่เป็นสิ่งที่ฉันพูดจากประสบการณ์ของตัวเองค่ะ ฉันเขียนโพสต์นี้ด้วยความหวังว่าทุกคนจะได้รับการผ่าตัด โดยไม่มีผลข้างเคียง และในราคาที่เหมาะสมสมเหตุสมผลค่ะ ^^ ขอให้ทุกคนสวยขึ้นนะคะ~
ถูกใจ 0