ดูจากรูปจะเห็นว่ามีตาสองชั้นหลบในเฉพาะตาขวา ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหลังจากบาดเจ็บตอนเด็กครับ เพราะตาสองข้างไม่เท่ากัน ผมเลยต้องคอยเบิกตาให้โตด้วยแรงตลอดเวลา ปกติแฟนผมก็ยังดูไม่ออกว่าตาไม่เท่ากัน แต่พอถ่ายรูปจะเห็นชัดมากว่าหนังตาข้างหนึ่งตก
ตอนปรึกษา ผมบอกว่าอยากทำสามอย่าง คือขยายขนาดตา รักษาตาชั้นเดียวไว้ และแก้ตาไม่เท่ากัน แต่เขาบอกว่าถ้าไม่ทำอย่างน้อยเป็นตาสองชั้นหลบใน ก็ทำให้ตาดูโตขึ้นไม่ได้ แล้วก็บอกว่าตาไม่เท่ากันของผมเกิดจากโครงกระดูก ทำให้ระดับความสูงของตาต่างกัน ดังนั้นการปรับความสูงด้วยการกรีดหนังตาบนมีขีดจำกัด อีกทั้งบอกว่าถึงจะเป็นการปรับรูปตาแบบตาชั้นเดียว แต่จะเกิดชั้นตาหลบในที่บางมาก แต่เขาบอกว่าผ่านการปรับกล้ามเนื้อตา ขนาดตาที่ปกติต้องออกแรงเบิกถึงจะได้ จะคงอยู่ได้แม้ตอนอยู่นิ่งๆ
เขาว่ากันว่าชั้นตาหลบในกำลังเป็นเทรนด์ แต่ผมเองก็มีความภูมิใจ(?) ในตาชั้นเดียวอยู่บ้างㅋㅋㅋ แล้วเพราะเป็นผู้ชาย ผมไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าทำศัลยกรรมมา ดังนั้นผมจึงผ่าตัดเป็นการปรับรูปตาแบบตาชั้นเดียวครับ เพื่อแก้ตาไม่เท่ากัน เขากรีดหนังตาซ้ายที่ตกเพิ่มอีกเล็กน้อยเพื่อปรับไลน์ให้ตรงกัน และเอาไขมันออกเล็กน้อยด้วย
หลังผ่าตัด ชั้นตาหลบในเดิมที่อยู่ด้านขวาหายไป และทั้งสองข้างเกิดชั้นตาหลบในที่บางมากๆ จริงๆ แต่ตอนนี้เขียนไปดูไป มันก็หายไปแล้วครับ จริงๆ ชั้นตาหลบในก็ต้องเอากระจกมาใกล้หน้าและพลิกตาดูถึงจะพอมองเห็นได้ ผมเลยไม่ได้ใส่ใจเท่าไร ตอนนี้กลายเป็นตาชั้นเดียวจริงๆ แล้วครับ
ผ่านมาประมาณสองเดือนครึ่งแล้ว ดูความต่างก่อนหลังผมก็ไม่คิดว่าเปลี่ยนไปแบบชัดเจนมาก ตอนนี้ถ่ายรูปก็ยังมีตาไม่เท่ากันอยู่เพราะระดับความสูงของตา แค่การไม่ต้องออกแรงเบิกตานี่สบายมากจริงๆ
อย่างที่รู้กันว่า คนเราไม่ค่อยตั้งใจเก็บรูปที่ถ่ายออกมาไม่ดีไว้ ดังนั้นรูปก่อนทำที่ตาไม่เท่ากันออกมาหนักๆ จึงไม่ค่อยมีครับ แทบทั้งหมดเป็นรูปที่ผมออกแรงเบิกตาถ่ายㅋㅋㅋㅋ ถ้าไม่ออกแรง หนังตาจะตกมากกว่ารูปแรกกับรูปที่สองอีกครับ และผมไม่ได้ตั้งใจใช้แสงหรือโฟโต้ช็อปแต่งรูปหลังทำให้ดูเกินจริง ตรงกันข้าม สภาพแย่กว่ารูปก่อนทำด้วยซ้ำ..
อยากอธิบายเรื่องผลข้างเคียงครับ ตั้งแต่วันที่สองหลังผ่าตัด เนื่องจากฟิล์มน้ำตาขยาย ประมาณสองสัปดาห์ผมมองข้างหน้าเบลอ ทีวีก็มองไม่เห็น มือถือก็มองไม่เห็น คอมพิวเตอร์ก็มองไม่เห็น โลกทั้งใบมองไม่เห็นไปหมด น้ำตาไหลพรากไม่เลือกเวลาเลยครับ
ตอนนี้อาการบวมเล็กๆ ก็ยุบหมดแล้ว แต่เส้นชั้นตา? เส้นคิ้ว? บริเวณนั้นบางครั้งคันครับ ไม่ได้รุนแรงมาก แค่ประมาณว่าใช้เล็บเกาเบาๆ แล้วรู้สึกว่า อ่า สบายดี ตั้งแต่เด็ก เวลานอนลงเพื่อจะหลับ น้ำตาจะไหลออกมานิดหน่อยโดยไม่รู้ตัวอยู่แล้ว แต่ความถี่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะงั้นพอตื่นนอนจะมีขี้ตานิดหน่อย ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยมี เมื่อไม่นานมานี้มีครั้งหนึ่งที่แสบตามาก เหมือนเหงื่อเข้าตา ผลข้างเคียงมีประมาณนี้ครับ ไม่ได้ถึงขั้นรบกวนการใช้ชีวิต เลยไม่มีอะไรที่จำได้ชัดมากกว่านี้
กลับกัน อาการบวมอยู่นานกว่าที่คิดครับ บวมใหญ่ยุบหมดช่วงสัปดาห์ที่ 2 ถึง 3 แต่บวมเล็กๆ เหมือนอยู่ประมาณสองเดือน ตอนครบหนึ่งเดือนออกไปข้างนอก ตายังบวมตุ่ยกว่าหลังทานรามยอนอีก มีคนถามด้วยว่าไปฉีดโบท็อกซ์ที่ตามาหรือเปล่า แล้วตอนแรกผมประคบเย็นนานเกินไป เลยมีรอยช้ำสีเหลืองรอบตา อันนี้ก็อยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์ครับ
หลังเปิดเทอม เพื่อนๆ บอกว่าภาพลักษณ์ดูชัดขึ้น บอกว่าเหมือนมีอะไรเปลี่ยนไปแต่ไม่รู้ชัด ดูเหมือนผอมลง ไม่ได้เปลี่ยนแบบดรามาติก แต่ส่วนตัวไม่เสียใจครับ คนที่กำลังกังวลเหมือนผม น่าจะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้ จบรีวิวเพียงเท่านี้ครับ
ถูกใจ 1