เป็นครั้งแรกที่เขียนรีวิวเกี่ยวกับศัลยกรรมค่ะㅎ ฉันทำศัลยกรรมโครงหน้า ถ้าพูดให้ตรงคือ โหนกแก้ม + กรามเหลี่ยม (แค่จัดแนวหลังใบหูให้เรียบร้อย + ตัดกระดูกชั้นนอก) + ไขมันแก้มลึก พอเขียนออกมาแล้วเหมือนทำหลายอย่างเลยㅎㅎ แต่เพราะทำในแนวทางที่ตัดกระดูกให้น้อยที่สุด เลยออกมาแบบนี้ค่ะ ที่อื่นๆ พูดให้ความหวังว่าอยากได้แบบไหนก็ทำให้ได้ ทำได้หมด ทุกครั้งที่ปรึกษาเลยลังเลว่า อ๊ะ ที่นี่เหรอ? ไม่ใช่ ที่นี่เหรอ? แต่ที่ที่ไปปรึกษาเป็นที่สุดท้าย เขาชี้เฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริงๆ และบอกประมาณว่าตรงนี้ไม่จำเป็นต้องตัดถึงกระดูก และไม่ได้แนะนำอะไรเพิ่มค่ะ ดูเหมือนคุณหมอจะพูดห้วนๆ แต่ตอบคำถามทุกอย่างดีมาก.. เขาว่ากันว่าพอไปปรึกษาหลายที่ จะรู้สึกชัดเจนว่า “ต้องเป็นโรงพยาบาลนี้” สำหรับฉันก็รู้สึกแบบนั้นที่โรงพยาบาลนั้นค่ะ ฉันก็ไปที่ที่ค่อนข้างมีชื่อจากปากต่อปากมาเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่ามีโรงพยาบาลที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ แน่นอนว่าต้องใช้เวลาไปดูหลายๆ ที่ค่ะ อย่างไรก็ตาม หลังผ่าตัด ตอนแรกฉันคิดว่า อา ทำไมฉันถึงจ่ายเงินแล้วต้องมาถึงขนาดนี้.. เพราะยาสลบ ทำให้มีเสมหะติดคอ และเพราะใส่ถุงระบายเลือด ปากเลยอ้าเล็กน้อยแล้วน้ำลายไหล (ฉันทำผ่าตัดกรอส่วนฮัมพ์ของจมูกด้วยค่ะ ปลายจมูกใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก ไม่ได้ใส่ซิลิโคน อันนี้ไม่ใช่ส่วนโครงหน้าเลยขอข้ามนะคะ) หายใจทางจมูกไม่ได้ ต้องหายใจทางปาก แต่จมูกก็มีสำลีอุดอยู่.. (พูดตรงๆ ฉันไม่เจ็บค่ะ ฉันถอนฟันจัดฟันกับทำตาสองชั้นก็ไม่เจ็บเหมือนกัน) สิ่งที่ทรมานที่สุดสำหรับฉันคือการหายใจค่ะ พี่พยาบาลเตรียมถังขยะเล็กๆ กระดาษทิชชู่ และน้ำดื่มให้ ฉันเลยคอยบ้วนเสมหะ เช็ดน้ำลาย และเพราะอ้าปากไม่ได้ ก็เช็ดน้ำที่หกตอนดื่ม...ㅠㅠ กลัวว่าถ้านอนหลับไปแล้วอาจตายโดยไม่รู้ตัว เลยโต้รุ่งค่ะㅎ ทำขั้นตอนข้างบนซ้ำไปเรื่อยๆ.. ส่วนการประคบเย็น ถ้ากดกริ่งข้างเตียง พยาบาลจะมาประคบเย็นให้ ถ้ารู้สึกว่าเริ่มอุ่นก็เรียกทันทีค่ะ วันถัดจากผ่าตัด รอแค่ให้ถอดสายระบายเลือด... นอนดิ้นแขนขาบนเตียง?ㅠㅠ ตอนนี้คิดแล้วขำ แต่ตอนนั้นถามตลอดว่าเมื่อไหร่จะถอด จู่ๆ ก็รู้สึกหิว (วันก่อนหน้านั้นไม่เป็นไร อาจเพราะได้สารอาหารทางสายน้ำเกลือ) และหายใจอึดอัด แถมโต้รุ่ง เลยรู้สึกว่าเวลายาวนานขึ้นอีก.. ตอนถอดนี่รู้สึกจริงๆ เหมือนดึงอะไรบางอย่างที่ปักลึกอยู่ในเนื้อออกมา..ㅠㅠ ข้างๆ พยาบาลจับมือให้ และฉันน้ำตาซึมนิดหน่อยㅎ หลังจากนั้นปกติจะนอนโรงพยาบาลหนึ่งวันแล้วกลับบ้าน แต่คุณหมอบอกว่าอยู่ที่โรงแรมของโรงพยาบาลประมาณ 5 วันดีไหม ฉันเลยคิดว่าเขาทำเพื่อเงินหรือเปล่า แล้วถามว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ เขาบอกว่าไม่ ฟรีเฉยๆ.. แถมให้ข้าวครบสามมื้อด้วย ฉันเลยตอบตกลงค่ะ บ้านฉันอยู่ไกลกว่าหนึ่งชั่วโมงนิดหน่อย และตอนนั้นบวมกว่าวันผ่าตัดอีก สภาพเหมือนสัตว์ประหลาดสุดๆ รอบตาก็บวมและช้ำ กระตุ้นต่อมน้ำตาจนน้ำตาไหลตลอด.. (ฉันถ่ายรูปมาตั้งแต่วันผ่าตัดจนถึงตอนนี้ พอดูตอนนี้ก็ยังดูน่ากลัว? รุนแรง? มากค่ะ) หลายอย่างทำให้เดินทางลำบาก และเหตุผลใหญ่ที่สุดคือฟรีและบอกว่ามีข้าวให้ค่ะㅎ ที่พักเป็นห้องเดี่ยว มีทีวี แอร์ เตียงกว้าง (กดปุ่มแล้วปรับขึ้นลงได้ㅎㅎ เอาไว้ใช้ตอนประคบ.. ฉันเป็นคนบ้านนอกเลยเล่นเหมือนเป็นเครื่องเล่นㅎㅎ...) ตู้เสื้อผ้า ห้องน้ำ มีครบและสะอาด เลยดีมากค่ะ ห้องพักผู้ป่วยคืนก่อนหน้านั้นมีหลายคน และเตียงเป็นเตียงเดี่ยวแข็งๆ.. อย่างน้อยอยู่ฝั่งผนัง เลยปิดม่านบังข้างหนึ่งได้ แต่คนที่ต้องเจอทุกครั้งที่ไปห้องน้ำㅠㅠ อึดอัดค่ะ ข้างเตียงก็มีกริ่ง เรียกแล้วเขามาประคบให้ และข้าวต้มก็ให้มาเป็นเซ็ตอะไรสักอย่าง แน่นอนว่าปากอ้าได้นิดเดียว เลยกินได้แต่พวกที่ดื่มเป็นหลัก.. รู้สึกเหมือนได้รับการดูแล เลยดีค่ะㅎ..... ข้อความยาวเกินไปแล้ว เดี๋ยวแบ่งเขียนนะคะㅠ เขียนด้วยมือถือเหนื่อยจัง
ถูกใจ 0