โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review

รีวิวจริงวันที่ 3 หลังทำโหนกแก้มแบบซอฟต์ที่ ㅊㄷㅁㅇㅁㄷㄱ (ยาวนะคะㅠ)

ก่อน<ก่อนผ่าตัด><วันผ่าตัด><วันผ่าตัด 2><หลังผ่าตัดวันที่ 3><เปรียบเทียบก่อนผ่าตัดกับหลังผ่าตัดวันที่ 3>สวัสดีค่ะ ฉันเป็นผู้หญิงวัยกลาง 30 ที่ทุกครั้งเวลาถ่ายรูปก็มักจะใช้แอปลดโหนกแก้มมาตลอดค่ะ ฉันเข้ารับการผ่าตัดโหนกแก้มแบบซอฟต์เมื่อวันที่ 9 เมษายน และเพราะก่อนหน้านี้ฉันคอยอ่านหาข้อมูลเงียบๆ ในคอมมูนิตี้หนึ่ง เลยมาเขียนรีวิวนี้,希望ว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังกังวลเรื่องผ่าตัดโหนกแก้มเหมือนฉันค่ะ อย่างที่ทุกคนที่กำลังคิดเรื่องผ่าตัดโหนกแก้มรู้กัน ผลข้างเคียงอย่างแก้มห้อยทำให้ฉันกังวลมาก ฉันเลยเลือกโรงพยาบาลที่มีวิธีผ่าตัดที่ปลอดภัยและฟื้นตัวได้เร็วค่ะ

❤วันผ่าตัด ฉันงดอาหารประมาณ 5 ชั่วโมง และผ่าตัดตอนบ่าย 2 โมงค่ะ ฉันเป็นคนกลัวมาก พอถึงวันผ่าตัดจริงๆ ก็รู้สึกเหมือนอาการมือเท้าเย็นยิ่งหนักขึ้น.. แต่ฉันก็ตั้งสติใหม่ คิดถึงใบหน้าที่จะดูนุ่มนวลขึ้นหลังผ่าตัดโหนกแก้ม แล้วขึ้นไปนอนบนเตียงผ่าตัดค่ะ อ้อ! ก่อนผ่าตัด ใบยินยอมผ่าตัด ผู้อำนวยการแพทย์อธิบายให้ฟังด้วยตัวเองค่ะ เลยรู้สึกสบายใจกว่าโรงพยาบาลที่รีบๆ ดำเนินการอย่างชัดเจน รู้สึกเหมือนเขาเตรียมการผ่าตัดเพื่อฉันคนเดียวค่ะ ก่อนหน้านี้ฉันเคยทำจมูกที่โรงพยาบาลที่วุ่นวายมาก ตอนนั้นกลัวมากจริงๆ..ความรู้สึกห้องผ่าตัดเหมือนตลาด..ㅠㅠ เพราะงั้นอย่างน้อยผ่าตัดโหนกแก้มก็เป็นการผ่าตัดกระดูก..ฉันเลยอยากเลือกโรงพยาบาลที่ดูใส่ใจและโฟกัสที่ฉันค่ะ ยังไงก็ตาม ฉันนอนบนเตียงผ่าตัด แล้วเขาฉีดยาให้ ซึ่งจริงๆ เป็นเข็มที่เจ็บน้อยที่สุดตั้งแต่เคยโดนฉีดมาเลยค่ะ ㅎㅎ ผู้อำนวยการแพทย์เข้ามา แล้วออกแบบโดยหมุนหน้าฉันไปมา ฉันคิดว่าเฉพาะเวลาออกแบบก็น่าจะใช้ประมาณ 15 นาที? รู้สึกว่าเขาตั้งใจและใส่ใจอย่างละเอียดมาก... แต่ฉันตื่นเต้นมากจนตลอดเวลาที่นอนอยู่ ปากแห้งผากไปหมด.. เวลานอนอยู่ ลองคิดถึงตอนที่ตัวเองจะสวยขึ้น แล้วคิดเรื่องอื่นไปด้วยนะคะ~ แบบนั้นน่าจะช่วยให้ตื่นเต้นน้อยลงหน่อย ㅜㅜ ยังไงก็ตาม พอคิดนู่นคิดนี่ไปมา การผ่าตัดก็เสร็จไปแล้ว... คุณพยาบาลปลุกฉันขึ้นมา และบอกให้สบายใจว่าผ่าตัดเสร็จแล้ว ทำออกมาได้สวยดีค่ะ จริงๆ แล้วคำนั้นคงเป็นสิ่งที่อยากได้ยินที่สุดเลย.. เขาให้ไปห้องพักฟื้นแล้วบอกให้นั่ง อย่านอน ฉันเลยนั่งอยู่ แต่ยาชายังไม่หายดีเลยมึนหัวอยู่ค่ะㅜ ฉันใช้การดมยานอนหลับค่ะ! สักพักเขาเอาถุงน้ำแข็งมาให้และบอกให้ประคบเย็น ฉันเลยประคบรอบตาในสภาพครึ่งๆ กลางๆ เหมือนสติยังไม่เต็ม ความเจ็บน้อยกว่าที่คาดไว้ค่ะ ที่มากกว่านั้นคือหน้าถูกพันด้วยผ้าพันแผล เลยรู้สึกแน่นและอึดอัด อ่านรีวิวแล้วเห็นบางคนบอกว่าคลื่นไส้ แต่ฉันไม่เป็นอะไรที่ท้องค่ะ แค่เหมือนมีอาการปวดหัว เป็นความรู้สึกหนักๆ เขาบอกว่าฉีดยาแก้ปวดให้ครบแล้ว เดี๋ยวผ่านไปสักพักจะดีขึ้น แต่ถ้ายังเจ็บให้กดกริ่ง ฉันรู้สึกว่าเป็นระดับที่ทนได้ค่ะ เขายังเอาน้ำอุ่นมาให้ด้วย และระหว่างอยู่ในห้องพักฟื้นก็เข้ามาเช็กเป็นระยะๆ ค่ะ หลังผ่าตัดฉันพักประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมงครึ่งแล้วออกมา ก่อนกลับ ผู้จัดการก็อธิบายข้อควรระวังให้อีกครั้งค่ะ นัดวันตัดไหมแล้วกลับบ้านค่ะ ถ้าจะให้ทิปสำหรับวันผ่าตัด คือเพราะต้องกลับบ้านพร้อมผ้าพันหน้า ให้ใส่เสื้อฮู้ดซิปทรงหลวมไปนะคะ แทนที่จะใส่เสื้อที่ต้องถอดทางศีรษะ ใส่เสื้อแบบเชิ้ตที่ปลดกระดุมได้ แล้วคลุมด้วยฮู้ดซิปจะดีกว่าค่ะ กลับถึงบ้านฉันดื่มนมถั่วเหลืองแล้วกินยาค่ะ ตอนนอน เขาบอกว่าต้องนอนหงายตรงๆ ฉันเลยใช้หมอนรองศีรษะและหมอนรองคอค่ะ เพราะผ้าพันแผลทำให้อึดอัด เลยหลับๆ ตื่นๆㅠㅠ ทิปคือให้เอานิ้วสอดเข้าไปตรงผ้าพันแผลบริเวณใต้คาง แล้วคอยยืดออกเรื่อยๆ ค่ะ ถ้าช่วยให้ไหลเวียนได้ จะเจ็บน้อยลงและอึดอัดน้อยลงจริงๆ แล้วก็มีรสเลือด? เหมือนไหลลงไปด้านหลังคอค่ะ เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ได้ฟังมาในข้อควรระวัง เลยไม่ตกใจ.. ในวันนั้นฉันคิดว่าตัวเองบวมมากที่สุดค่ะ เพราะยาชา เลยรู้สึกเหมือนริมฝีปากบนไม่มีความรู้สึก แต่ตอนกลับถึงบ้าน ยาชาก็คลายและความรู้สึกกลับมาแล้วค่ะ ฉันรู้สึกเหมือนจะจามบ่อยๆ พอกดบริเวณรอบจมูกก็รู้สึกว่าสงบลงหน่อย หาวก็เหมือนจะออกมาบ่อย แต่เขาบอกให้พยายามอย่าหาว ฉันเลยอดทนสุดๆ ทุกครั้ง ดื่มน้ำก็ดูเหมือนช่วยได้ค่ะ ㅎㅎ

❤หลังผ่าตัดวันที่ 1 น่าจะเพราะอึดอัดจากผ้าพันแผล ฉันเลยตื่นเช้า เพราะเป็นพนักงานออฟฟิศ ฉันลาพักร้อนแค่วันถัดมา และตั้งใจจะกลับไปทำงานตั้งแต่มะรืนนี้ เลยใส่ใจกับการลดบวมมากค่ะ ลืมตาขึ้นมาก็ประคบเย็นทันที และไม่ได้นั่งเฉยๆ แต่เดินไปมาในบ้านตลอด นั่งที่ห้องนั่งเล่นพร้อมประคบเย็นไปด้วย ดูทีวีไปด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคือเขาบอกว่าถ้าก้มไปข้างหน้าอาจเกิดรอยช้ำหรือบวมได้ ฉันเลยระวังมากๆ อาจเพราะแบบนั้น ฉันเลยไม่มีรอยช้ำเลยค่ะ ตอนกลางวันออกไปเดินเล่นช้าๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง เวลาลุกจากนั่ง หรือเวลาลุกจากนอน ยังมึนหัวอยู่ค่ะ เพราะงั้นไม่ว่าจะขยับทำอะไร ฉันก็ขยับอย่างระมัดระวังและช้าๆ เวลาออกไปเดินข้างนอกก็เดินช้าๆ อย่างระวัง...ㅠㅠ น้ำฟักทองก็ดื่มต่อเนื่องเหมือนน้ำเปล่าค่ะ ที่โรงพยาบาลบอกว่าให้ระวังเรื่องกินมากที่สุด ห้ามเคี้ยวเด็ดขาด... ฉันเลยกินของที่เน้นดื่มเป็นหลักตลอดค่ะ คงเพราะหลังผ่าตัด ร่างกายยังฟื้นกำลังได้ไม่ดี เลยรู้สึกไม่มีแรงㅜㅜ ฉันกินซุป Bonobono, โปรตีนเชค, โยเกิร์ต, โจ๊กฟักทองค่ะ กินเท่าไรก็ยังหิว เลยดื่มอะไรอยู่เรื่อยๆ โยเกิร์ตดริงก์, นมถั่วเหลือง, นม......ซุป Bonobono รสเชดดาร์ชีสอร่อยค่ะ! การแปรงฟัน ด้านฟันหน้าสามารถใช้แปรงสีฟันปกติได้ แต่เอาเข้าไปในปากยาก ด้านในปากเลยใช้น้ำยาบ้วนปากค่ะ ยาสีฟันแบบแข็งของ Lush ที่หน้าตาเหมือนเม็ดยา เอาอันนั้นดันเข้าไปในปาก ดื่มน้ำนิดหน่อยให้เกิดฟอง แล้วบ้วนปาก จะรู้สึกสดชื่นค่ะ หรือจะใช้น้ำยาบ้วนปากบ่อยๆ ก็ได้น่าจะโอเคค่ะ การกินยา เพราะอ้าปากยาก เลยใส่ยาเข้าไปทีละเม็ดแล้วกินค่ะ ตรงนี้มีทิปอีกอย่าง คือเวลาจะกินอะไร ใช้มือข้างหนึ่งยืดใต้ผ้าพันแผลไว้ จะกินยาหรือกินอะไรก็ง่ายขึ้นมากค่ะ แล้วเพราะพันผ้าพันแผลทั้งหน้า บริเวณข้างหูก็ไหลเวียนไม่ดี เลยรู้สึกอึดอัด พอเอามือสอดเข้าไปทีละนิดทั้งสองข้างแล้วดึงยืด หูที่ถูกกดก็สบายขึ้นนิดหน่อยㅠㅠ ฉันค้นพบเองค่ะ.. ตั้งแต่วันที่ 2 จะถอดผ้าพันแผลได้ ฉันเลยนับนิ้วรอแค่วันถัดไปเลยค่ะ ฉันคิดว่าวันหลังผ่าตัดเป็นวันที่ลำบากที่สุด.. ประคบเย็นแบบแทบคลั่งตลอด พอตกเย็นก็รู้สึกว่าบวมลดลงเยอะมากค่ะ เขาบอกว่าช่วงแรกหลังผ่าตัดให้ประคบเย็นสักพัก แล้วหลังจากนั้นให้สลับกับประคบอุ่น เขาบอกว่าจะช่วยให้บวมยุบเร็ว.. ทุกครั้งที่มีเรื่องสงสัย ฉันส่ง KakaoTalk ไปถามโรงพยาบาลเป็นระยะๆ และเขาตอบค่อนข้างเร็วค่ะ เขาบอกว่าหลังถอดผ้าพันแผลแล้วสามารถสระผมได้ และล้างหน้าเบาๆ ได้ค่ะ เรื่องนี้ก็ถามผ่าน KakaoTalk เหมือนกันㅎㅎ อ้อ! หลังผ่าตัด ริมฝีปากก็บวมด้วย พอบวมยุบแล้วริมฝีปากแตกแห้งมาก ทาลิปบาล์มบ่อยๆ นะคะ~

❤หลังผ่าตัดวันที่ 3 ฉันเริ่มมีนิสัยตื่นเช้ามาแล้วเช็กหน้าก่อนเลยค่ะㅎㅎ ว่าบวมหรือไม่บวม วันนี้บวมกว่ามื่อวานอย่างชัดเจนค่ะ เลยก่อนออกไปทำงาน ฉันประคบเย็นแค่ 10 นาทีแล้วไปทำงานค่ะ ส่วนตัวคิดว่าการประคบเย็นกับไม่ประคบเย็นมีความต่างกัน น้ำฟักทองก็ยังดื่มอยู่ค่ะ การแปรงฟัน ตอนนี้อ้าปากได้นิดหน่อยแล้ว เลยแปรงถึงด้านในได้ค่ะ อ้อ! หลังทำโหนกแก้มแล้ว บริเวณหางตาด้านนอกเหมือนเปิดออก คล้ายทำเปิดหางตา ทำให้รู้สึกว่าตาโตขึ้น ตาก็ดูใจดีขึ้นนิดหน่อย^^ ฉันรู้เพราะคนในครอบครัวและคนรู้จักรอบตัวเป็นฝ่ายพูดก่อนค่ะ ตอนนี้ความเจ็บอยู่ในระดับโอเคแล้ว แต่บางครั้งก็มีความรู้สึกจี๊ดๆ และตึงปวดหน่วงๆ .. เป็นอาการที่เกิดขึ้นตอนจะกินอะไร หรือเกิดขึ้นเป็นบางครั้ง พอถามแล้วเขาบอกว่าเป็นอาการของเส้นประสาทหรือความรู้สึกที่กำลังจะกลับมา ไม่ต้องกังวล ฉันเลยไม่ได้กังวลมากค่ะ.. ก่อนหน้านี้ฉันอ่านแต่รีวิวในคอมมูนิตี้ ใช้ชีวิตแบบครึ่งกังวลครึ่งคาดหวัง แล้วสุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลด้วยแรงผลักดันของตัวเองจริงๆ และผ่าตัดอย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์จนถึงตอนนี้พอใจมากค่ะㅎㅎ อ่านแต่ตัวหนังสือเยอะมาก ลองจำลองผ่าตัดโหนกแก้มดูด้วย... ลองทำสารพัดอย่าง แต่สรุปแล้วศัลยกรรมก็น่าจะเป็นความพึงพอใจของตัวเองค่ะ.. โรงพยาบาลนี้มีทั้งรีวิวดีและรีวิวไม่ดี แต่ฉันขอแนะนำค่ะ ถึงจะเพิ่งวันที่ 3 เท่านั้น แต่ฉันเป็นคนฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้ว่าเป็นวันที่ 3 ค่ะㅎㅎ

สัปดาห์หน้าฉันจะตัดไหม แล้วหลังจากบวมยุบลงอีก จะมาโพสต์รีวิวเพิ่มนะคะ ขอบคุณที่อ่านรีวิวยาวๆ นี้ค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังคิดเรื่องผ่าตัดโหนกแก้มจริงๆ ค่ะ!

ถูกใจ 35

ยังไม่มีความคิดเห็น