จมูกเดิม - เป็นจมูกที่สันจมูกสูงมาก มีฮัมพ์ที่สันจมูกเล็กน้อย ปลายจมูกไม่กลมและให้ความรู้สึกค่อนข้างผู้ชาย
ผ่าตัดครั้งแรกปี 2013 - ทำแบบไม่ใส่วัสดุเสริม เขาบอกว่าจะเหลากระดูกฮัมพ์ ตัดกระดูกลดความกว้างสันจมูก วาง AlloDerm และทำปลายจมูกให้กลมด้วยกระดูกอ่อนหลังหู ผลลัพธ์ - สันจมูกที่เคยสูงมากถูกเอาออกไปมากเกินไป และ AlloDerm ก็ถูกดูดซึมหมดหลังจากประมาณ 4 ปี ทำให้ใบหน้ากลายเป็นแบบที่แทบไม่มีสันจมูกระหว่างหัวตาเลยจริงๆ จมูกเดิมก็เป็นจมูกสูงอยู่แล้ว แต่พอสันจมูกหายไปหมด ตาก็ดูห่างกันมากขึ้น และภาพรวมหน้าดูจืดมาก.. เรื่องนั้นทำให้เครียดมาก เลยสอบถามเรื่อง AS
AS ปี 2018 - ฉันไม่น่ารับการผ่าตัดรีทัชครั้งนี้เลย.. ถ้าย้อนเวลาได้ ฉันอยากกลับไปก่อนผ่าตัดจมูกจริงๆ และถ้าไม่ได้ ก็อยากกลับไปก่อน AS ปี 2018 เพราะ AlloDerm ถูกดูดซึมไปแล้ว ตอนนั้นจึงคุยกันว่าจะไม่ใช่การผ่าตัดแบบไม่ใส่วัสดุเสริมแล้ว แต่จะผ่าตัดใส่ซิลิโคน แต่ในวันผ่าตัด พอฉันนอนบนเตียงผ่าตัด ผอ.ก็เปลี่ยนคำพูด เขาบอกว่าไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียง แล้วทำแบบไม่ใส่วัสดุเสริมเถอะ ฉันเสียใจมาตลอดที่ตอนนั้นไม่ได้วิ่งออกจากห้องผ่าตัด..
ทั้งครั้งแรกและ AS ฉันทำกับผอ.คนเดียวกัน แต่ตั้งแต่สไตล์การกรีดคอลูเมลลาก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าเพราะผิวฉันบางแต่เขาไม่ได้เลาะชั้นเนื้อเยื่ออย่างถูกต้องหรือเปล่า เขาทำให้สันจมูกฉันบางและเรียวมาก.. กลายเป็นจมูกยาว ทั้งหมดนั้นมองทะลุออกมา และทำให้เป็นจมูกเหมือนแท่งชอล์กไปเลย แถมยังเบี้ยวด้วย.. ส่วนด้านขวาหายไปแทบหมด.. อยากลงรูปมากค่ะ.. ที่น่าช็อกกว่านั้นคือ เขายังแปะอะไรเหมือนแผ่นปะรูปสี่เหลี่ยมไว้ที่ส่วนบนของสันจมูก.. ผ่านมา 7 ปีแล้วตอนนี้ก็ยังมองเห็นทะลุผิวออกมา..
หลังผ่าตัดไปดูผลติดตามครั้งแรก เห็นในชาร์ตเขียนชื่อผอ.คนอื่น? อยู่ พยาบาลเลยพาไปห้องผอ.คนอื่น.. ตั้งแต่นั้นความสงสัยก็กลายเป็นความมั่นใจ.. สไตล์การผ่าตัดต่างกันมาก รูปทรงรอยกรีดคอลูเมลลาก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง.. วิธีเติมกระดูกอ่อนหลังหูที่ปลายจมูกก็ไม่เหมือนกัน.. เอาเป็นว่า
พอฉันถามเอาเรื่องว่า ส่วนปะรูปสี่เหลี่ยมบนจมูก.. นี่คืออะไร ตอนนั้นเพิ่งผ่าตัดได้ประมาณ 7 วัน แต่เขาใช้มือกดสันจมูกแรงๆ มาก แล้วบอกว่าต่อไปก็ให้ใช้มือกดสันจมูกต่อไปเรื่อยๆ.. มันเป็นคำพูดไร้สาระค่ะ ฉันคิดจริงๆ ว่าผอ.คนนี้เป็นโรคจิตหรือเปล่า.. มีเรื่องที่อยากพูดเยอะมากจริงๆ แต่พวกเขามักจะให้ Naver ระงับโพสต์ด้วยข้อหาหมิ่นประมาท พวกเขาทำลายกึ่งกลางใบหน้าของฉันจนเกือบทำลายชีวิตของผู้หญิงสาวคนหนึ่ง แต่กลับเป็นฝ่ายอ้างเรื่องเกียรติของตัวเอง
ตอนนั้นฉันเจ็บปวดมากจริงๆ และเกิดความไม่ไว้ใจมนุษย์ จึงไม่มีความกล้าจะรับการผ่าตัดแก้อีกครั้ง ใช้ชีวิตไปพร้อมกับสาปแช่ง แล้วเผลอแป๊บเดียวก็ผ่านไป 7 ปีแล้ว จมูกยิ่งสภาพแย่ลงเรื่อยๆ ฉันรวบรวมความกล้าอีกครั้ง และกลับมาที่ชุมชนนี้ เพราะอยากหลุดพ้นจากฝันร้ายเรื่องจมูกทั้งหมดนี้จริงๆ เนื้อหาทั้งหมดนี้มาจากประสบการณ์ของฉัน.. เป็นการถ่ายทอดข้อมูลเพื่อคนอื่นๆ และเป็นความจริง 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ