โพสต์

รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review

รีวิวครบ 1 เดือนหลังผ่าตัดขากรรไกรสองข้างและปรับโครงหน้า

เมื่อ 16 ปีก่อน เพื่อนฉันผ่าตัดแก้ปากยื่นแล้วสวยขึ้นมาก และด้านการใช้งานก็ใช้ชีวิตได้สบาย ฉันเองเดิมทีก็มีปัญหาข้อต่อขากรรไกร อ้าปากกว้างไม่ได้และมีอาการปวด เลยเคยคิดเหมือนกันว่าจะลองผ่าตัดดีไหม เพราะเวลาพยายามอ้าปากให้สบาย ใบหน้าจะเบี้ยวเล็กน้อยตอนอ้า จึงมีความไม่สมมาตรไปทางด้านขวาด้วย อ้าปากกว้างไม่ได้ อ้าได้ประมาณนิ้วเดียว ภายนอกดูเหมือนไม่มีปัญหา แต่เคี้ยวไม่สะดวก พอมันกลายเป็นนิสัยก็เคยคิดว่าจะลองอยู่แบบนี้ไปดีไหม แต่ความไม่สะดวกเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันพวกนี้กลายเป็นความเครียดใหญ่ในการใช้ชีวิต พอได้เห็นการผ่าตัดของเพื่อน ก็เหมือนสิ่งที่คั่งค้างอยู่ข้างในมันปะทุออกมา กินอะไรก็ไม่ได้เต็มที่และเริ่มจะรู้สึกซึมเศร้า ฉันเลยตัดสินใจว่าก่อนจะสายเกินไป ควรเข้ารับการผ่าตัดเหมือนกัน ส่วนปลายคางเมื่อก่อนเคยผ่าที่อื่นเพราะอยากสวยขึ้น ครั้งนี้ระหว่างผ่าตัดแก้ปลายคาง ก็เลยได้ผ่าตัดขากรรไกรสองข้างจากปัญหาความไม่สมมาตร รวมถึงกรามเหลี่ยมและ long curve ด้วย ตอนนี้ผ่ามาครบหนึ่งเดือนแล้ว เลยขอโพสต์สรุปรวมไว้เป็นบันทึกนิดหน่อย ไหน ๆ ก็จะผ่าแล้ว ปัญหาด้านการใช้งานเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดก็จริง แต่ฉันก็อยากสวยขึ้นในแง่ความงามด้วย เลยไปปรึกษาสองที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องผ่าตัดขากรรไกรสองข้างและปรับโครงหน้า~ สำหรับการผ่าตัดกระดูกใบหน้า ฉันได้รับคำแนะนำเรื่องศัลยกรรมช่องปากและขากรรไกรเยอะเหมือนกัน เลยไปทั้งคลินิกช่องปากและขากรรไกรกับโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือที่ที่เพื่อนผ่าตัด ฉันระบุขอปรึกษากับท่านที่ผ่าตัดให้เพื่อน และทั้งจากการปรึกษา ทั้งจากที่ฉันเห็นเพื่อนอยู่ข้าง ๆ ยังไงก็รู้สึกดึงดูดไปที่ที่เพื่อนผ่าตัดมากกว่า เขาบอกว่าสภาพปากของฉัน การผ่าตัดขากรรไกรสองข้างเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และสิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ต้องใช้ชีวิตได้ อันดับสองคือ ไหน ๆ ก็ผ่าแล้ว เขาจะใส่ใจด้านความงามด้วย และจะผ่าให้ดีโดยไม่ให้เกิดรูปปากแบบยุบเข้า ตกลงจะทำแบบผ่าตัดก่อนแล้วจัดฟันทีหลัง เขาบอกว่าถ้าผ่าก่อน การฟื้นตัวจะเร็วขึ้นและลดเวลาโดยรวมลงได้ ฉันจดสิ่งที่ปรึกษาไว้เพื่อกลับมาดูหลังผ่าตัด และรู้สึกว่าได้ผ่าตัดตามที่ผู้อำนวยการบอกไว้จริง ๆ หลังผ่าตัดก็ไม่ได้บวมมากค่ะ หลังผ่าและออกจากโรงพยาบาล สภาพร่างกายไม่ค่อยดี ตัวหนาว และรู้สึกวุ่นวายมาก หลังจากนั้นก็เริ่มดูแลด้วยการประคบและอื่น ๆ เริ่มรู้สึกชา ๆ ซ่า ๆ และอ้าปากลำบากจนกินอะไรไม่ได้เลย น้ำหนักก็น่าจะลดไปด้วย อย่างอื่นลำบากก็จริง แต่เพื่อดูแลอาการบวม ฉันก็ออกไปเดินเล่นทันที และใส่สายรัดหน้าอย่างสม่ำเสมอ ไปโรงพยาบาลสัปดาห์ละครั้งเพื่อรับการรักษาทางทันตกรรมด้วย ระหว่างรับการรักษาทางทันตกรรม เขาก็ดูแลอาการบวมให้ด้วย เลยรู้สึกว่าการดูแลหลังผ่าตัดดีมาก เพราะดูแลหลังผ่าตัดดี แค่หนึ่งสัปดาห์ก็ฟื้นตัวเร็ว และทุกคนก็บอกว่าดูเหมือนไม่ค่อยบวมเลย ไม่มีรอยช้ำหรือบวม และความรู้สึกเวลาอ้าปากก็ต่างจากก่อนผ่าตัดอย่างชัดเจน ตอนนั้นแหละที่ฉันรู้สึกจริง ๆ ว่า ฉันผ่าตัดมาแล้วจริง ๆ.. ก่อนหน้านั้นมัวแต่สนใจเรื่องฟื้นตัวอย่างเดียว แล้วเหมือนเพิ่งรู้ตัวขึ้นมา เพราะไม่บวม เลยเห็นไลน์ใบหน้าและเห็นว่าไม่มีรูปปากเฉพาะแบบนั้น ดีมากค่ะ ตอนนี้หลังผ่าตัด สิ่งที่น่าทึ่งกว่าสิ่งอื่นคือไม่มีอาการปวดข้อต่อขากรรไกรแล้ว คนที่ไม่เคยเจออาจไม่รู้และคิดว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่กล้ามเนื้อกรามเองมันปวดและล้ามาก ๆ พอจุดนั้นหายไปเลยดีใจค่ะ ไม่มีอาการปากม้วนเข้าในด้วย ปากยังอ้าได้ไม่มาก แต่ตอนนี้ใส่นิ้วได้ประมาณ 2 นิ้วแล้ว กลับกัน การอ้าปากและอาการปวดดีกว่าก่อนผ่าตัด นี่ทำให้ฉันมีความสุขค่ะ~ เนื่องในโอกาสครบหนึ่งเดือน เลยเขียนทุกอย่างที่รู้สึกมาจนถึงตอนนี้ไว้ก่อน รูปถ่าย ตอนนี้กำลังดูอัลบั้มอยู่ เลยจะลงรูปที่ถ่ายตอนสัปดาห์ที่ 2 ไปด้วยค่ะ ช่วงนี้นอกจากเดินเล่นแล้ว ยังออกไปเที่ยวข้างนอกไม่ได้ เลยไม่ค่อยได้ถ่ายเซลฟี่ อยากให้อากาศดีเร็ว ๆ จะได้ออกไปเที่ยวข้างนอกเยอะ ๆ ครั้งหน้าถ้าไปเที่ยวแล้วถ่ายเซลฟี่ จะเอามาลงอีกนะคะ ตั้งแต่ 6 เดือนถึง 1 ปีจนถึงช่วงคงที่ ฉันตั้งใจจะไปโรงพยาบาลสม่ำเสมอ ดูแลตัวเอง และระวังไม่ให้ใบหน้าไปชนอะไรค่ะ ครั้งหน้าจะมาสรุปรีวิวลงอีก ช่วยเป็นกำลังใจให้ฉันฟื้นตัวดีต่อไปด้วยนะคะ~

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้