สวัสดีค่ะ !
ทำศัลยกรรมปรับรูปหน้ามาได้ประมาณเดือนครึ่งแล้วค่ะ !
หลังจากตัดสินใจทำ contour แล้วก็สมัครเข้าคอมมูนิตี้ศัลยกรรมความงาม
แล้วก็หาข้อมูลทางออนไลน์เรื่อยๆ พอค้นหาเรื่องปรับรูปหน้าบน Naver ไปๆ มาๆ
บังเอิญก็เข้าไปเจอบล็อกของคุณหมอที่คลินิก ㅅㅇㅅ แถวกังนัม
พออ่านบทความแล้วก็รู้สึกว่า อ๋อ ที่นี่มืออาชีพจริงๆ เป็นโรงพยาบาลที่คิดถึงคนไข้จริงๆ ! (แนวหน้าตาตามธรรมชาติที่เราตามหา ? แบบนี้ก็ดีมากเหมือนกัน เพราะเราไม่ชอบแบบที่เอาแต่ตัดให้เล็กลงอย่างเดียวโดยไม่ดูโครงหน้าแต่ละคน ㅠ )
เราอ่านเกือบทุกโพสต์ในบล็อกแบบละเอียดมาก
โพสต์ที่ชอบก็เปิดดูซ้ำๆ น่าจะเกินสิบรอบเลย อ่านซ้ำไปซ้ำมาอยู่เรื่อยๆ
หลังจากดูบล็อกนั้นแล้วก็ไปหาโรงพยาบาลศัลยกรรมอื่นในคอมมูนิตี้ต่างๆ ต่อ รู้สึกไหมคะ ? แบบว่า อ๋อ ที่นี่แหละใช่เลย อะไรแบบนั้น ?
แต่โรงพยาบาลอื่นก็ไม่เข้าตาอีกเลย.. เพราะการทำ contour เป็นการผ่าตัดที่สำคัญมาก
ตั้งใจว่าจะไปดู 3-4 ที่ แต่ไม่รู้ทำไมใจมันยังวนกลับไปที่โรงพยาบาลนั้นตลอดㅋㅋ
เลยคิดว่าไปปรึกษาก่อน ถ้าไม่ใช่ค่อยกลับมาหาข้อมูลและเดินดูใหม่
ก็เลยนัดคิวปรึกษาแล้วรอค่ะ ㅠㅠ
แล้วตอนปรึกษา ต่างจากคลินิกศัลยกรรมความงามที่เคยไปก่อนหน้านี้มาก
ผู้จัดการเคสถามแค่สิ่งที่จำเป็นจริงๆ (ไม่มีการขายของสักนิด ถามแต่เรื่องที่เราสงสัยและจำเป็นต้องรู้) แล้วบอกว่าคุณหมอจะมาหลังปรึกษาเสร็จไม่นาน ก็เลยรออยู่ค่ะ !
ได้ปรึกษากับคุณหมอ (น่าจะคุยกันประมาณ 1 ชั่วโมง)
ถามทุกอย่างที่สงสัย บอกว่าบริเวณไหนบนหน้าของเราที่จำเป็นต้องทำ
คุณหมอไม่ได้เน้นว่าจะต้องทำให้เล็กลงอย่างเดียว แต่ดูเรื่องสัดส่วนด้วย ! และพูดเฉพาะส่วนที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น เราได้รับคำแนะนำแค่ให้ทำคางหน้าไปข้างหน้า/ยืดคาง
พอบอกว่าอยากทำโหนกแก้มกับจมูกด้วย ก็ได้ปรึกษาส่วนนั้นด้วยค่ะ
หลังปรึกษาแล้วรู้สึกชอบมาก เลยมั่นใจว่าทำที่นี่แหละ
คงเป็นเพราะเชื่อใจคุณหมอ ! เลยเดินดูแค่ที่เดียวแล้วก็จองวันผ่าตัดทันที
แล้วเรายังจดลิสต์คำถามเกี่ยวกับศัลยกรรม contour ไว้ในโน้ตอีกด้วย
แต่ผู้จัดการเคสอธิบายทุกอย่างในลิสต์ที่เราจดไว้ก่อนที่เราจะได้ถามเสียอีก ? (ตรงนี้ยิ่งเพิ่มความเชื่อใจขึ้นไปอีก ..)
เรื่อง CCTV การนอนโรงพยาบาล การดูแลหลังผ่าตัด ฯลฯ ก็อธิบายให้ครบเองหมด
เลยแทบไม่มีอะไรต้องถามเพิ่ม สุดท้ายก็แค่ดูประวัติของคุณหมอแล้วจบเลย ..
(ความรู้สึกตอนปรึกษาคือมันไม่ขายของมากเกินไป ซึ่งดีมากเลยค่ะ !)
จากนั้นก็ตรวจร่างกายก่อนผ่าตัด แล้วฉีดยาละลายฟิลเลอร์คางและรอค่ะ !
วันผ่าตัด ก่อนผ่าตัดตื่นเต้นมากจริงๆ
เปลี่ยนเสื้อผ้า คุยกับคุณหมอ แล้วก็เข้าผ่าตัด
เพราะกลัวมากก็เลยคิดว่า อยากหลับตาแล้วลืมตาขึ้นมาแล้วเสร็จไปเลยจัง
อ้อ แล้วเราไปกับพี่สาวแท้ๆ ด้วย
เพราะ SureS สามารถดู CCTV ได้
เราก็เลยขอให้พี่สาวช่วย พี่สาวคอยดู CCTV ให้ค่ะ ~!
(ตรงนี้ก็ยิ่งรู้สึกน่าเชื่อถือมาก ? ความไว้วางใจพุ่งขึ้นเลย)
แล้วการผ่าตัดก็เสร็จ
พอตื่นจากยาสลบยังมึนๆ งงๆ อยู่เลย เลยให้พี่สาวถ่ายรูปให้ ㅋㅋ น่าจะไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่
แล้วหลังผ่าตัดคุณหมอก็เข้ามาบอกว่าการผ่าตัดของเราทำได้ดี ก็เลยรู้สึกสบายใจและอารมณ์ดีขึ้นมาก !
ตอนกลับบ้านเหนื่อยเลยนั่งแท็กซี่กลับค่ะ
- วันผ่าตัดดูบวมไม่มากอย่างที่คิด
ดูอวบๆ นิดหน่อย ตลกดี เหมือนตัวการ์ตูน
- วันที่ 1-3,4 ? บวมหนักมากจริงๆ
เข้าใจเลยว่าคำว่าเหมือนหน้าจะระเบิดมันเป็นยังไง
บวมจนคิดว่าแบบนี้โอเคจริงเหรอ แล้วก็แน่นๆ เหมือนจะปริแตก แถมเจ็บด้วย ?
ยิ่งเราทำจมูกร่วมด้วยก็ยิ่งลำบาก
กว่าจะถึงวันที่ 3,4 อาการบวมถึงหยุด แล้วตอนนั้นก็เอาเทปออก จากนั้นถึงเริ่มรู้สึกว่าบวมค่อยๆ ยุบลง
สัปดาห์แรกเราลำบากมากจริงๆ เวลาเหมือนไม่เดินเลย
เจ็บมาก ㅠ เพราะทำจมูกร่วมด้วยเลยรู้สึกว่าหนักกว่ามาก
เราแค่อยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆ ... ตอนนี้เวลาก็พุ่งผ่านไปเร็วมาก
วันที่ 3 เอาเทปออก แล้วตอนครบ 1 สัปดาห์ก็เอาไหมตรงข้างโหนกแก้มออก ? คงใช่ไหม ?
หลังจากนั้นก็รู้สึกเหมือนได้กลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้ง
หลังจากนั้นก็แค่รอให้อาการบวมยุบลงเร็วๆ
กินเต้าหู้นิ่มๆ ทุกวัน หาโพสต์รีวิวดู ถ่ายรูป
ประมาณนั้นเลยค่ะ
พอครบ 2 สัปดาห์และเอาไหมในปากออกหมดแล้วก็รู้สึกโล่งมากจริงๆ
แล้วพอประมาณ 2 สัปดาห์ก็รู้สึกว่าอาการบวมก้อนใหญ่หายไปหมดแล้ว
รู้สึกว่าเดินออกไปข้างนอกได้แล้ว
ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาล คุณหมอก็จะอธิบายเรื่องที่เราสงสัยหลังผ่าตัดอย่างกระตือรือร้นมาก ? ซึ่งดีมากค่ะ
ถ้ามีอะไรสงสัยเพิ่มก็จะคุยกับผู้จัดการเคสผ่านแชตของโรงพยาบาล !!
รูปด้านล่างคือหน้าปัจจุบันตอนนี้ค่ะ
น่าจะประมาณเดือนกับ 2 สัปดาห์ ?
จมูกไว้จะลงรีวิวแยกเฉพาะจมูกทีหลังนะคะ
อาการบวมก้อนใหญ่เหมือนจะหายหมดแล้วตอนครบ 1 เดือน เหลือแค่บวมตกค้างนิดๆ ?
ตอนนี้กินได้ทุกอย่างแล้ว คิดว่าได้กินทุกอย่างเร็วกว่าที่คิดอีก
กินปิ้งย่างห่อผัก กินเนื้อพวกนี้ด้วย...ㅋㅋㅋㅋ
ความรู้สึกก็คิดว่ากลับมาค่อนข้างเร็วเหมือนกัน
ริมฝีปากล่างมีความรู้สึกแล้ว ? ตอนนี้เหลือแค่ด้านซ้ายของริมฝีปากบนที่ยังรู้สึกไม่กลับมาหมด ! เป็นความรู้สึกเหมือนตอนยาชา ? แต่พอผ่าน 1 เดือนขึ้นไปแล้ว
ก็เริ่มรู้สึกว่าความรู้สึกค่อยๆ กลับมาทีละนิด ... หรือว่าเราฟื้นตัวเก่งก็ไม่รู้ในระดับนี้ ..
(โหนกแก้ม, คางหน้าไปข้างหน้า, ยืดความยาว)
ตอนนี้พอใจกับหน้ามากๆ แล้วค่ะ แล้วก็รอให้อาการบวมยุบหมดให้ผิวหดตัวลงด้วย
ตอนนี้ครบเดือนครึ่งแล้ว คนรอบตัวนอกจากครอบครัวไม่มีใครรู้เลยว่าเราทำศัลยกรรมมา แต่พอเจอกันนานๆ เขาก็บอกว่าเราผอมลงเยอะ จมูก (เพราะเขาดูออก เราเลยบอกไป) หน้าเล็กลง คางดูเรียวขึ้น เราเลยบอกเพื่อนๆ ว่าไปทำ InMode มา... ดูเหมือนหน้าจะเล็กลงจริงๆ แม้แต่คนอื่นก็เห็น ! พอใจมากค่ะ ตอนนี้เพิ่งเดือนครึ่งเอง จากนี้ไปตลอด 1 ปีน่าจะสวยขึ้นอีกแน่นอน ^^ กำลังรอคอยมากเลย !
แล้วนี่คือรูปก่อนผ่าตัดค่ะ !
เดิมทีรูปหน้าเราไม่ได้เป็นหน้าเหลี่ยมจัดอะไรเลยนะคะ ! เป็นทรงหน้าที่ถ้าบอกว่าจะทำ contour คนก็จะถามว่า จำเป็นเหรอ ? อะไรแบบนั้น !
แต่พอถ่ายรูปแล้วบอกเลยว่าไม่ขึ้นกล้องสุดๆ และเครียดมาก ....
แม้แต่ถ่ายด้วยแอปก็ต้องแต่งโหนกแก้มและแก้รูปหน้าทั้งหมดตลอด
ดูแบนๆ เหลี่ยมๆ และมุมข้างก็ดูแปลก
ส่วนตัวเราก็เครียดกับโหนกแก้มด้านข้างมากเหมือนกัน
ตอนนี้สัดส่วนหน้าก็ลงตัวแล้ว และสัดส่วน ? เส้น ? ที่คุณหมอเน้น
พอส่องกระจกแล้วหน้าดูเล็กลงจริงๆ ก็เลยพอใจกับตัวเองตลอด
ยืดคางแล้วแต่หน้ากลับยิ่งดูเล็กลง น่าอัศจรรย์ ... รู้สึกว่ากลายเป็นสวยแบบธรรมชาติเหมือนหน้าคนดังจริงๆ ! จบรีวิวเท่านี้ค่ะ ㅋㅋㅋ
- อ่า เขียนมั่วมากเลย ... ไม่รู้ว่าจะช่วยได้ไหมนะคะ
ทุกคนต้องศึกษาข้อมูลให้ดีๆ ก่อนทำ contour นะคะ ! ศัลยกรรมก็ต้องเพื่อความพอใจของตัวเองจริงๆ !
ไลก์ 21