ก่อน <ก่อนผ่าตัด> <ตอนนี้> ตาขวาดูใหญ่มากเพราะรอยบุ๋มจากการเปิดหัวตา + เส้นตาสองชั้น ส่วนตาซ้ายดูเล็กเพราะชั้นตาหลุด + เส้นแปลกประหลาด ถ้าดูแค่รูปที่ตัดเฉพาะตาออกมาก็ไม่ได้รุนแรงมาก แต่ถ้าดูทั้งหน้าแล้วเหมือนใส่ฟิลเตอร์ Snow เลยㅋㅋ... ฉันกลัวว่าคนตรงข้ามจะสังเกตเห็นว่าตาฉันแปลก เลยไม่กล้ามองตาตรง ๆ โดยเฉพาะเวลายิ้ม ตาจะยิ่งดูประหลาด จนยิ้มแบบสบาย ๆ ไม่ได้ ทุกครั้งที่ดูรูปก็ถอนหายใจ เลยไม่ถ่ายรูปแล้ว และเครียดมาก แต่กว่าจะมีเวลาก็อีก 1 ปีข้างหน้า ตอนนี้เลยใช้ชีวิตแบบไม่ส่องกระจก ไม่ถ่ายรูป และก้มตาลงตลอด ครั้งแรกที่ผ่าตัดคือเปิดหัวตา + ทำตาสองชั้น พอฉันบอกว่าตาแปลก เขาก็ยอมรับเอง และบอกว่าจะเติมรอยบุ๋มที่เขาทำขึ้นให้ด้วย ฉันเลยได้รับการแก้เปิดหัวตา + แก้ตาสองชั้นอีกครั้ง แล้วก็กลายเป็นแบบนี้ㅎㅎ ฉันรู้ว่าตาพังอีกแล้ว และบอกว่าจะไปโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านการแก้เปิดหัวตา แต่เขาก็ยังบอกว่าเข้าใจแล้ว ขอให้มาที่โรงพยาบาลของเขาเพื่อให้ดูอาการติดตามผลอย่างน้อยก็ได้ ฉันเลยไปด้วยความรู้สึกว่า “ดูซะว่าตาของฉันพังยังไง” ทั้งที่เขาก็รู้ว่าฉันคงไม่ทำที่นั่นอยู่แล้ว อย่างน้อยก็น่าจะแกล้งทำเป็นขอโทษ หรือแกล้งทำเป็นอยากให้บริการ A/S ก็ยังดี ไม่อย่างนั้นก็ไม่ควรเรียกให้ไปตั้งแต่แรก ตอนแรกฉันคิดจริง ๆ ว่าเขาเป็นคนดี แต่ท่าทีเปลี่ยนไปมากเกินไป (ฉันไม่เคยขึ้นเสียงเพราะอารมณ์หรือทำตัวเสียมารยาทเลยสักครั้ง) เลยทำให้ฉันรู้สึกหดลง และคิดว่าตัวเองไว้ใจคนง่ายเกินไปอีกแล้วหรือเปล่า.... ฉันอยากดูว่าเขาจะทำได้ถึงแค่ไหน เลยถามไปตามมารยาทว่า A/S ได้ไหม เขาบอกให้จ่ายเพิ่มอีก 1.3 ล้าน? 2.3 ล้าน? วอนㅋㅋㅋ.... ต่อให้ฟรี ใครจะไปทำที่นั่นอีกล่ะ ยิ่งกว่านั้นเพราะเขาเป็นผู้อำนวยการใหญ่ ฉันยังจ่ายเพิ่มอีก 1 ล้านวอนด้วยซ้ำ แต่ผลออกมาเป็นแบบนี้ㅋㅋㅋㅋ ช่วงนี้ฉันคิดว่า ไม่ใช่ว่าเป็นผู้อำนวยการใหญ่แล้วจะผ่าตัดเก่งเสมอไป ผู้อำนวยการใหญ่อาจแค่มีเงินเยอะเลยเปิดโรงพยาบาลในกังนัม ส่วนแพทย์ประจำที่ถูกดึงตัวมาอาจมีฝีมือมากกว่าก็ได้ อย่างไรก็ตาม ฉันอยากรีบทำอะไรสักอย่าง แต่คงต้องอยู่แบบนี้ต่อไปจนถึงอีก 1 ปีข้างหน้าสินะ.... ㅠㅠ
ถูกใจ 10