โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม

จบอาการหมกมุ่นเรื่องรูปหน้าด้วยการผ่าตัดปรับโครงหน้า

<ก่อน><หลัง><หลัง>ไม่รู้ว่าในรูปก่อนผ่าตัดจะเห็นชัดไหม แต่ฉันมีความไม่สมมาตรอยู่บ้าง และถึงโครงหน้าไม่ได้ใหญ่ กรามเหลี่ยมหรือโหนกแก้ม ก็ไม่ได้ยื่นออกมามาก แต่เส้นหน้ามันขรุขระมาก เลยทำศัลยกรรมปรับโครงหน้าค่ะ ฉันทำงานด้านดีไซน์ เป็นคนที่คลั่งไคล้เรื่อง “เส้น” กับ “จุด” มาก ถ้ามันขรุขระหรือตำแหน่งคลาดไปนิดเดียวก็รู้ทันที เข้าใจไหม? พอเป็นหน้าตัวเองแบบนั้น ทุกครั้งที่ส่องกระจกก็อยากทำโครงหน้ามากๆ เพราะมีเรื่องเล่าน่ากลัวว่าทำโครงหน้าแล้วอาจอ้าปากไม่ค่อยได้ เลยคิดอยู่นาน แต่ตอนนี้อ้าปากได้ดีมากๆ เลยโล่งใจค่ะ.. จริงๆ แม่ฉันก็เป็นคนที่เคยทำหัตถการหรือผ่าตัดมาบ้างทีละนิด เลยค่อนข้างเปิดกว้างเรื่องศัลยกรรม แต่เรื่องโครงหน้านี่ห้ามสุดตัวเลย^^;; คงเพราะเป็นการผ่าตัดที่ขอบเขตกว้างมากและเสี่ยงมาก แต่ก็อย่างว่า ไม่มีพ่อแม่คนไหนชนะลูกได้ พอฉันร้องไห้เหมือนเด็กว่าฉันอยากทำมากๆ แม่ก็ยอมแพ้ทั้งสองมือสองเท้าและอนุญาตให้ ฉันบอกแม่ว่าไม่ต้องห่วง จะทำให้ไม่มีปัญหา เพื่อไม่ให้กลายเป็นผู้หญิงที่หน้าดูไม่ถูกใจ แต่จริงๆ ฉันเองก็ทำศัลยกรรมโครงหน้าเป็นครั้งแรก เลยตระเวนปรึกษาโรงพยาบาลเยอะมากจริงๆ.. แน่นอนว่าดูประสบการณ์ของผู้อำนวยการแพทย์ และอ่านรีวิวเพื่อทำความคุ้นกับบรรยากาศด้วย เพราะคิดว่าการผ่าตัดต้องออกมาดีตั้งแต่แรก การดูแลหลังผ่าตัดเลยกลายเป็นเรื่องรองไป ได้ยินมาว่าสถานที่ที่ค่าใช้จ่ายสูงมากก็ไม่ได้แปลว่าทำเก่งเสมอไป และที่ราคาถูก ก็ไม่ได้แปลว่าทำแย่มากเสมอไป ฉันเลยคิดว่ายิ่งไปดูหลายที่เท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นประโยชน์กับตัวเอง หลังจากลังเลจนถึงที่สุด ก็ผ่าตัดปรับโครงหน้า 3 ส่วน (โหนกแก้ม กรามเหลี่ยม คางหน้า) เสร็จเรียบร้อยค่ะ เห็นได้ชัดเลยว่าเส้นหน้าดูสะอาดขึ้น ตอนนี้เดินไปไหนมาไหนเหมือนคนปกติแล้ว แต่ช่วงแรกหลังผ่าตัด รู้สึกมึนและชาเหมือนโดนใครฟาดแรงๆ จริงๆ แม่เป็นห่วงมาก ฉันเลยไม่ได้แกล้งทำเป็นเจ็บให้แม่กังวล แต่พูดตรงๆ ช่วงสัปดาห์แรก ทั้งการเคี้ยวและการกินลำบากมาก แม้แต่ตอนกินโจ๊กเหลวๆ ช้อนยังรู้สึกหนักเลยค่ะ ตอนอยู่บ้านแม่ช่วยดูแลให้ แต่ตอนแม่ไม่อยู่ ฉันก็หงอยอยู่คนเดียวจนมีน้ำตาซึมนิดๆ คิดว่าตัวเองโอเคอยู่แล้ว แต่หลังจากตัดไหมในช่องปาก ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 อาการบวมยุบลงชัดมาก พอตัดไหมในปากแล้ว อาการบวมใต้คางก็ยุบดีด้วย เรื่องอ้าปาก ฉันฝึกต่อเนื่องโดยดูหน้ากระจก โรงพยาบาลบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำอะไรเป็นพิเศษ แต่เผื่อไว้ ฉันก็ยืดเหยียดขากรรไกรต่อไปค่ะ ผ้ารัดหน้าก็ใส่ไปตามปกติ ได้ยินว่าหลังรัดแล้ว การนวดหนังศีรษะช่วยป้องกันผมร่วงได้ด้วย เลยนวดหนังศีรษะไปด้วย เดินเล่น คุมอาหาร และดูแลลดบวมอย่างจริงจังมาก พอเลี่ยงอาหารเผ็ดและเค็ม ก็รู้สึกว่าการสร้างนิสัยแบบนี้ในชีวิตประจำวันสำคัญจริงๆ แต่จริงๆ แล้ว ตัวการผ่าตัดเองไม่เจ็บค่ะ กลับกัน เป็นการผ่าตัดที่ใช้เวลาไม่นาน แต่ลำบากเพราะรอยช้ำกับอาการบวมมากกว่า พอเวลาผ่านไป จะมีช่วงที่คิดว่า “ลำบากก็จริง แต่ทำแล้วดีแล้ว” พอเริ่มยุบ เห็นโครงหน้าเข้ารูปแล้วพอใจมากๆ ถ้ามีใครกำลังลังเลอยู่ อยากบอกให้ลองไปหลายๆ โรงพยาบาลแล้วตัดสินใจอย่างรอบคอบนะคะ~~

รีวิวนี้เป็นรีวิวศัลยกรรมที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้