ฉันเป็นคุณป้าปีนักษัตรจอค่ะ ตอนเรียนประถมปี 3 ที่โรงเรียนประชาชน เอ่อ ใช่ ฉันแก่ขนาดนั้นแหละ ประธานาธิบดีพัคจองฮีก็ถึงแก่อสัญกรรมไปแล้ว ตอนสาว ๆ ฉันใช้ชีวิตจมอยู่กับงาน พอถึงปีที่อายุครบ 50 ปีแบบนับเต็ม ฉันก็ลาออกจากงานที่ทำอยู่ แล้วเริ่มรู้สึกว่าอยากหันมาใส่ใจตัวเองที่ละเลยไปนานสักหน่อย ระหว่างที่ทั้งหาข้อมูลทั้งลงพื้นที่ ดูโรงพยาบาลกับคุณหมอมามากมาย แล้วก็ไปฟังเรื่องของคนอื่นในที่แบบนั้น สุดท้ายแค่ดูรูป Before/After ก็ถึงขั้นเดาได้เลยว่า “อ้อ คนนี้ทำมาจาก xxx นี่เอง” วันที่ไปปรึกษาครั้งแรก ฉันออกไปเผื่อเวลาไว้เยอะแล้ว แต่ดันจำสถานีรถไฟใต้ดินผิด เลยต้องวกกลับไปใหม่ ทำให้ไปสายประมาณ 20 นาที ตอนนั่งรถไฟกลับไป ฉันโทรหาผู้จัดการสาขาแล้วอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง เพราะนัดปรึกษาไว้ค่อนข้างดึกอยู่แล้ว เธอคงจะหงุดหงิดบ้างก็ไม่แปลก แต่เธอกลับคอยเตือนให้ระวังอย่าขึ้นรถผิดอีก แถมยังให้กำลังใจ(?) ฉันด้วย ฉันรู้สึกขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ การปรึกษากับคุณหมอใหญ่: ตอนนั้นก็เกือบ 6 โมงเย็นแล้ว แถมยังต้องมาคุยกับคนที่มาสายอีก คงเหนื่อยไม่น้อย แต่คุณหมอกลับตั้งใจฟังทีละเรื่องว่าอะไรที่ฉันสงสัย อะไรที่ฉันต้องการ แล้วก็ถามเรื่องของฉันหลายอย่าง ทำให้ฉันรู้สึกชัดเจนมากว่าไม่ได้มองฉันเป็นแค่เคสผ่าตัดอีกหนึ่งคนเท่านั้น ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกขอบคุณเวลามีใครสักคนฟังฉันพูด และสนใจว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ ในทางกลับกัน พออายุมากขึ้น ฉันเองก็ยิ่งทำแบบนั้นให้คนอื่นได้ยากขึ้น คุณหมออธิบายอย่างละเอียดว่าถ้าเทียบกับคนที่ผ่าตัดตอนอายุ 20 หรือ 30 ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ และควรมีความคาดหวังแบบไหน หลังจากคุยปรึกษาเรื่องหน้าท้องที่เป็นเรื่องกังวลที่สุดได้ละเอียดแล้ว ฉันก็นัดวันผ่าตัดทันที ตอนคุยกับผู้จัดการสาขา ฉันรู้สึกได้ถึงความเชื่อมั่นและความเคารพอย่างไม่มีขีดจำกัดที่มีต่อฝีมือของคุณหมอ จริง ๆ ตอนที่ไปปรึกษาที่นั่น ฉันได้วางเงินมัดจำไว้ที่อีกสองที่แล้ว แต่พอปรึกษาที่นี่เสร็จ ฉันถึงกับคิดว่า “อ้อ เงินมัดจำที่วางไว้สองโรงพยาบาลนั้นจะขอคืนได้ไหมนะ? ไม่เอาล่ะ ต่อให้หายไปฉันก็คงไม่เสียดายมากขนาดนั้น” (โชคดีที่ได้คืนค่ะ แถมหนึ่งในสองที่นั้นยังใช้ผลตรวจเลือดที่ฉันเพิ่งตรวจไว้ไม่กี่วันก่อนหน้านั้นได้อีก เลยไม่ต้องจ่ายค่าตรวจเลือดที่นี่เพิ่ม) ผ่าตัด: ฉันผ่าตัดบริเวณหน้าท้องเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2021 ฉันเป็นคนทนเจ็บไม่เก่ง เลยกังวลในใจกับการทนความเจ็บหลังผ่าตัดมากว่าจะผ่านไปได้ยังไง (พอเป็นคุณป้าที่ทำงานอยู่ในอเมริกามานาน อาจจะชินกับการต้องดูแข็งแรงต่อหน้าคนอื่น เลยอายมากเวลามีคนเห็นตอนฉันกำลังกังวล) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ฉันตกใจจริง ๆ อย่างแรกเลย ตอนฉีดยาชาฉันไม่เจ็บเลยสักนิด แถมยังจำได้ว่าคนฉีดกลับกังวลว่าฉันจะเจ็บมากกว่าฉันอีก เหมือนที่คนอื่น ๆ พูดกัน ฉันก็ได้ยินแค่คำว่า “จะฉีดยานะคะ” แล้วหลับไป พอตื่นขึ้นมาก็นอนอยู่ในห้องพักฟื้นพร้อมผ้าพันแผลกับผ้าก๊อซติดอยู่ คุณผู้จัดการสาขากับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เข้ามาเช็กบ่อย ๆ พอเห็นว่าฉันเท้าเย็นก็เอาถุงเท้านอนน่ารักมากมาให้ใส่ให้ด้วย (จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังใส่อยู่ดี....) คุณหมอเองก็เข้ามาอธิบายรายละเอียดของขั้นตอนผ่าตัดและไขมันที่เอาออกไป พร้อมทั้งย้ำอีกครั้งว่าหลังจากนี้ต้องระวังอะไรบ้าง และจะถึงเวลาตรวจติดตามครั้งต่อไปเมื่อไร แน่นอนว่าอาจเป็นเพราะเพิ่งฟื้นจากยาสลบก็ได้ แต่ฉันไม่เจ็บเลยจริง ๆ (มีแค่ความอึดอัดนะ เพราะมีผ้าพันแผลกับผ้าก๊อซติดอยู่ และเริ่มรู้สึกว่ามีอาการบวมขึ้นแล้ว) เลยตกใจนิดหน่อย ความจริงแต่ละคนความทนเจ็บไม่เหมือนกันก็จริง แต่คนที่กลัวเจ็บอย่างฉันยังไม่เจ็บเลย มันแปลกดีนะ… ฉันคิดแบบนั้น แล้วพอเหลือเวลาก่อนบินออกนอกประเทศอีกราวเดือนครึ่ง ฉันเลยคิดว่าน่าจะกล้าได้อีกนิด ก็เลยนัดวันผ่าตัดแขนกับต้นขาต่อทันที คุณป้าวัย 50 ที่ไม่เคยมีลูกเลย ช่วงที่ผ่านมาฉันเคยผ่าตัดใหญ่ที่สุดก็เลสิกกับผ่าตัดไส้ติ่งเท่านั้น… แต่พอได้เจอคุณหมอ ฉันกลับกล้ามากกว่าที่ตัวเองคิดไว้เยอะ และตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2021 เป็นต้นมา ฉันก็ “แปรจากหมีเป็นจิ้งจอก” ใช้ชีวิตเหมือนคนผอมมาแต่เดิม พอถึงตอนกลับเข้าอเมริกา อาการบวมก็ยุบ แผลผ่าตัดก็หายดีหมดแล้ว พอกลับถึงก็ไปตีกอล์ฟ เล่นเทนนิส เล่นฮอตโยคะต่อทันที และยังใช้ชีวิตแอคทีฟอยู่เหมือนเดิม ถ้าเมื่อก่อนฉันเป็นหมีที่แอคทีฟ ตอนนี้ก็เป็นผู้หญิงวัย 50 กว่าที่ดูแลตัวเองดีและแอคทีฟ..... ฉันจำได้ว่าคุณหมอบอกว่าให้มาได้ตลอดถ้าจะมาดูแลแผลเป็นด้วยเลเซอร์ พอฉันกลับเกาหลีอีกครั้งในปี 2022 ก็เลยติดต่อไป คนที่รับสายยังจำฉันได้และต้อนรับอย่างอบอุ่นมาก.. ฉันก็รู้สึกขอบคุณมากจริง ๆ… ความจริงแผลเป็นก็แทบไม่เหลืออะไรเลย รักแร้นี่ต่อให้พยายามมองหาจะชี้ให้ดูก็ยังหาไม่เจอ ส่วนรอยที่อยู่ทั้งสองข้างของเชิงกรานก็จางมาก เห็นเพียงนิดเดียวเอง แต่ฉันก็ยังอยากแวะไปพบและทักทายคุณหมอ เลยจัดวันเอาไว้ด้วยพอดี เพราะนี่เป็นการลงทุนกับตัวเองก้อนใหญ่ ระหว่างพักฟื้นฉันก็ใช้ Saxenda ควบคู่กับการคุมอาหารด้วย แล้วตอนกลับอเมริกาก็ซื้อมาตุนไว้ 10 ปากกา จริง ๆ ไม่ได้ใช้บ่อย แต่ถ้าเป็นเช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ที่น่าจะกินเยอะ หรือวันที่มีนัดสังสรรค์ ฉันก็จะฉีดไว้ และเช้าวันนี้ฉันก็ฉีดหยดสุดท้ายจากปากกาหลอดสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องไปเกาหลีพอดี เพราะฉันออกกำลังกายเยอะอยู่แล้ว โชคดีเลยที่ไม่โยโย่กลับมา ฉันมีปมเรื่องขามาตลอดชีวิต ทำงานก็ใส่แต่สูทกางเกงมาตลอด แต่ช่วงนี้ฉันเริ่มมั่นใจในรูปร่างตัวเองมากขึ้น และเพราะออกไปข้างนอกบ่อยมากตลอดปีที่ผ่านมา ตอนนี้บนหน้าก็เริ่มมีฝ้าสีน้ำตาลขึ้นทีละนิด.... ครั้งนี้ตอนอยู่เกาหลี ฉันตั้งใจจะไปรักษากับคลินิกผิวหนังดี ๆ สักแห่ง... หวังว่าโชคดีที่ได้เจอคุณหมอจะตามมาช่วยเรื่องการหาคลินิกผิวหนังด้วยนะคะ. ^^
- แพทย์
- 정 원장님
- ราคา
- ₩9,600,000
- ประเภทการเข้าพบ
- 2
คะแนน
- ความเป็นมิตรของแพทย์5/5
- ความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษา5/5
- ความเป็นมิตรของพนักงาน5/5
- สถานที่5/5
- ความคาดหวัง5/5