โพสต์

รีวิวศัลยกรรมตา

รีวิวตระเวนปรึกษาเรื่องทำตาสองชั้นและแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

สวัสดีทุกคน เราอยากเขียนเล่ากระบวนการกว่าจะได้ทำศัลยกรรมครั้งแรกในชีวิต เผื่อว่าจะมีคนที่กำลังคิดหนักเหมือนเราอยู่บ้าง

ช่วงแรกเป็นแค่การบ่นยาว ๆ นะ ถ้าอยากอ่านข้อมูลให้ไปอ่านตั้งแต่หลัง ‘----’ เป็นต้นไป

เดิมทีเราก็ไม่ได้สนใจมากว่าใครจะไปทำศัลยกรรมอะไร แต่ตัวเราเองไม่เคยคิดจะทำเลย ไม่ใช่ว่าเราสวยมากอะไรนะ (จริง ๆ ก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่) แค่กลัว แล้วก็คิดว่าควรใช้ชีวิตไปตามที่เกิดมานั่นแหละ ใช้ชีวิตด้วยความคิดว่า “นี่แหละตัวเรา”..

แต่เพื่อนกลับบอกว่าเรามีภาวะหนังตาตก? เราเพิ่งรู้จักคำว่าหนังตาตกครั้งแรกตอนอายุ 30 กว่า ๆ นี่เอง ที่แท้ก็มีเหตุผลที่ทำให้ตาเล็กนี่เอง.. แต่ถ้าแค่ตาเล็กอย่างเดียวก็คงปล่อยไปได้ ทว่าเรามักจะใช้กล้ามเนื้อหน้าผากเยอะอยู่แล้ว ก็เลยเห็นว่าหน้าผากเริ่มมีริ้วรอยตั้งแต่ตอนนั้น และพอเริ่มเห็นแล้ว ทุกเช้าตอนอาบน้ำก็จะเห็นตลอด ยิ่งตอนดูทีวีแล้วเห็นคนที่หน้าผากมีรอยย่น เราก็ยิ่งคิดว่าถ้าไม่แก้ตรงนี้ สุดท้ายเราก็คงจะเป็นแบบนั้น เลยตัดสินใจว่าตัวเองต้องทำผ่าตัดเพื่อแก้หนังตาตก..

ภาวะหนังตาตกสามารถผ่าตัดได้ที่คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง แต่ก็สามารถผ่าตัดที่จักษุวิทยาได้เหมือนกัน และถ้าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหนังตาตกที่จักษุวิทยา บางทีก็สามารถเบิกประกันได้ ทำให้ทำได้ถูกลง แต่เราได้ยินมาว่ามาตรฐานการวินิจฉัยหนังตาตกของจักษุวิทยาค่อนข้างเข้มงวด เรื่องที่น่าสนใจก็คือ คำจำกัดความของหนังตาตกในตำราศัลยกรรมตกแต่ง กับในตำราจักษุวิทยาไม่เหมือนกัน ดังนั้นฝั่งศัลยกรรมตกแต่งจึงมองว่าเป็นหนังตาตกในคนจำนวนมากกว่า (อ้างอิง: (https://www.youtube.com/watch?v=R5WT_UVyLzE&t=215s&ab_channel=%EB%82%98%EC%9D%98%EB%8B%A5%ED%84%B0))

แล้วเราก็ไปถามคลินิกจักษุที่ทำศัลยกรรมรอบดวงตาด้วยว่าตรวจว่ามีหนังตาตกไหม ราคาแพงเหมือนกัน.. ไม่รู้ว่าเป็นเฉพาะที่นั่นหรือเปล่า แต่ที่นั่นคิด 50,000 วอน เราไม่อยากเสีย 50,000 วอนทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าจะได้ผลวินิจฉัยหรือเปล่า เลยเริ่มหาข้ออ้างให้ตัวเองในหัว

“50,000 วอนเหรอ? เอาไปซื้อไก่ทอดกินยังดีกว่า อีกอย่างถ้าทำที่คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง อย่างน้อยก็ต้องสวยขึ้นแหละมั้ง เพราะยังไงก็ทำแล้วนี่นา?”

จากนั้นเราก็เริ่มตระเวนไปปรึกษาคลินิกศัลยกรรมตกแต่ง นึกถึงเรื่องสมัยก่อนเหมือนเคยเป็นข่าวว่าคนไปทำแค่ตา แต่ถูกแนะนำให้ทำอย่างอื่นเพิ่ม แล้วก็ลงเอยด้วยทำหลายอย่าง เลยตั้งใจแน่วแน่ว่า “ฉันต้องมีสติ ห้ามโดนขายของ” แต่ปรากฏว่าคลินิกศัลยกรรมตกแต่งทุกที่กลับไม่ค่อยแนะนำอย่างอื่นเท่าไหร่ กลับเป็นว่ารวม ๆ แล้วแต่ละที่ดูเหมือนจะยึดมั่นในหลักของตัวเอง และแนะนำเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ

จากนี้ไปคือรายการที่เราไปตระเวนดู

---------------- รายการตระเวนดู ----------------

1. คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง D** ย่านกังนัม

ที่นี่เป็นที่แรกที่เราไป ได้ยินมาว่าที่นี่ทำดี (แถมโฆษณาเยอะด้วย) เลยไปที่นี่ก่อน เราไม่ได้ทำที่นี่จึงไม่รู้ผลลัพธ์ แต่รู้สึกว่ามีคนมาค่อนข้างเยอะจริง ๆ เพราะอาคารทั้งหลังแทบจะเป็นคลินิกศัลยกรรมตกแต่งเลย ผู้จัดการที่ให้คำปรึกษาก็ใจดี และคุณหมอที่มาคุยก็ดูมั่นใจมาก แต่เหตุผลที่ไม่เลือกคือราคายังไม่ค่อยใจดีเท่าไหร่ และมีความรู้สึกเหมือนเป็นระบบโรงงานที่ให้หมอประจำเวรทำ (ได้ยินว่ามีหมอประมาณ 40 คน? แล้วแต่ละคนก็มีสาขาเฉพาะของตัวเอง) เราไปเพราะดูจากแอป G...N... ราคาที่ในแอปถูกก็จริง แต่ราคานั้นเป็นกรณีที่ตกลงกับทีมการตลาดแล้วและเป็นเคสรับเป็นนางแบบเท่านั้น โดยทั่วไปไม่ใช่ราคานั้น และถ้าอัปรีวิวลง G...N... ถึงจะลดลงอีกหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ถูกเมื่อเทียบกับที่อื่น ที่อื่นยังบอกว่าถ้าจองวันนั้นเลยจะลดให้ แต่ที่นี่ที่เดียวที่ให้ราคาแบบไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย แล้วบอกให้กลับไปคิดดูก่อนค่อยติดต่อมา

2. คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง Y**B ย่านกังนัม

ที่ต่อมาที่เราไปคือ Y**B คลินิกนี้ดูสะอาดมาก และตึกก็ดูเหมือนเพิ่งสร้างได้ไม่นาน ชั้น 1 ของอาคารดูเหมือนกำลังปรับปรุงอยู่ด้วยซ้ำ… แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนคลินิกแบบโรงงาน สิ่งสำคัญคือราคา… ราคา!!! ไม่ถูกเลย กระเป๋าสตางค์ของเรามีค่ามาก ดังนั้นที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับการประนีประนอมแบบพอรับได้ พอเป็นแบบนั้นก็เลยจำรายละเอียดไม่ค่อยได้แล้ว.. หลังได้ยินราคา สิ่งเดียวที่คิดในหัวคือ “อ๋อ ต้องออกจากที่นี่แล้ว”.. ไม่รู้ว่าแพงแล้วจะเก่งไหม แต่เราหวังทั้งทำดีและราคาถูกไปพร้อมกัน..

3. คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง K**** ย่านชินนอนฮยอน (ตัดสินใจสุดท้าย)

ที่ต่อมาที่เราไปคือ K**** ศัลยกรรมตกแต่ง ตอนแรกก็ตัดสินใจเลือกที่นี่เลย ผู้จัดการก็ใจดีมาก และคุณหมอก็ดูมั่นใจเหมือนกัน ถ้ามองแค่นี้ก็เงื่อนไขคล้าย D** เลย แต่เหตุผลที่เลือกที่นี่คือเรารู้สึกว่าราคาสมเหตุสมผล และที่สำคัญที่สุดคือที่นี่เป็นคลินิกศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทางตา และเป็นคลินิกส่วนตัว พูดง่าย ๆ คือเป็นคลินิกส่วนตัวของแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตา น่าจะเป็นปัจจัยตัดสินใจที่ใหญ่ที่สุดของเราเลย และอย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ เราค่อนข้างกังวลเรื่องศัลยกรรมอยู่พอสมควร แต่ผู้จัดการที่นี่ช่วยปลอบใจเราได้ดีมาก… ระหว่างตระเวนดูเราก็มีความกังวลอยู่เหมือนกัน (แน่นอนว่านี่ก็คงเป็นส่วนหนึ่งของการขาย แต่ความสบายใจทางจิตใจก็สำคัญใช่ไหม?) เพราะสุดท้ายเราเลือกที่นี่ เลยดูเหมือนกำลังไล่ข้อดีอย่างเดียว แต่จริง ๆ เราก็ลังเลอยู่ไม่น้อย เพราะแม้จะเป็นราคาที่สมเหตุสมผล แต่มันก็ไม่ใช่ราคาถูกแบบที่เราคิดไว้ตอนแรก

4. คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง P* ย่านอัพกูจอง

ที่นี่เราไม่ได้ไปเอง แต่ฝากคุณแม่เอารูปเราไปปรึกษาแทน ราคาถูกที่สุด และโดยทั่วไปดูเหมือนจะเป็นหมอประจำเวรทำ แต่คุณหมอที่ดูแลบอกว่าหมอเจ้าของคลินิกจะเป็นคนทำเอง เราไม่ได้ไปเองจึงไม่รู้ข้อดีอื่นนอกจากราคา.. แต่เหตุผลที่ไม่เลือกคือที่นี่ผ่าตัดแบบที่ไม่ค่อยคลายตัว ซึ่งในแง่นี้ก็ดีเพราะไม่หลุดง่าย แต่เรากลับกังวลเรื่องผลข้างเคียงมากกว่า.. (ถ้าหาข้อมูลผลข้างเคียงของการแก้หนังตาตกก็น่าจะเจอ แต่กล้ามเนื้อ Müller เป็นกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาทอัตโนมัติและค่อนข้างไว ส่วนการแก้หนังตาตกแบบไม่กรีดก็คือการใช้ไหมผูกตรงนั้น เราคิดในจินตนาการแบบไม่เป็นวิชาชีพของตัวเองว่า ถ้าผูกกล้ามเนื้อ Müller ที่บอบบางนั้นมากเกินไปจะไม่ดีหรือเปล่า ถ้าคนที่ทำที่นั่นไม่มีใครบ่นอะไรเลย ก็คงไม่น่ามีปัญหาล่ะมั้ง?)

5. คลินิกศัลยกรรมตกแต่ง N**H ย่านอัพกูจอง

ที่นี่เราไปเอง และก็ลังเลอยู่พอสมควร การผ่าตัดกับคุณหมอที่แนะนำมาจะถูกกว่า แต่ถ้าอยากให้หมอเจ้าของคลินิกทำต้องจ่ายเพิ่ม เราคิดอยู่เหมือนกัน แต่พอถามตัวเองว่าแบบนี้สมเหตุสมผลไหม ก็สรุปว่าไม่ใช่ เลยตัดใจจากที่นี่ไป เสียดายอยู่นิดหน่อยที่ไม่ใช่หมอเจ้าของคลินิกทำเอง.. ก็เลยตกรอบ

สุดท้ายเราเลยทำเป็น [ยึดเกาะธรรมชาติ + แก้หนังตาตกแบบไม่กรีด + เอาไขมันออก + เปิดหัวตาแบบเฉียง] ตอนนี้หลังผ่าตัดมา 4 สัปดาห์แล้ว และค่อนข้างพอใจมาก…! แต่ก็ยังต้องดูต่อไปอีกสักพัก..

หลังผ่าตัดจนถึงก่อนตัดไหม ตอนนอนเรายังต้องมัดมือไว้เพื่อไม่ให้ขยี้ตา และประคบเย็นบ่อยมาก เลยทำให้อาการบวมยุบค่อนข้างเร็ว พอเข้าสัปดาห์ที่ 2 เราก็ออกไปข้างนอกแบบไม่ใส่แว่นกันแดดแล้ว

แต่ตอนแรกตาบวมมากจริง ๆ แล้วสองข้างดูไม่เท่ากัน เลยกังวลหนักมากว่าผ่าตัดพังหรือเปล่า แต่พอเวลาผ่านไป ทั้งสองข้างก็ค่อย ๆ เท่ากัน.. เชื่อคุณหมอไปก่อน!! เราไปหาข้อมูลมาแล้วเห็นว่า ตอนแรกมันดูไม่เท่ากันเพราะอาการบวมต่างกัน แต่พอเวลาผ่านไปส่วนใหญ่สองข้างจะเข้าที่เอง ถ้าหลังผ่าตัดแล้วดูแปลก ๆ ก็อย่ากังวลมากไป แค่เชื่อก่อนแล้วรอดูไปก่อน.. ประมาณสัปดาห์ที่ 2 ก็ค่อย ๆ ใกล้เคียงกันแล้ว

สิ่งที่รู้สึกจากการตระเวนดูคือ ไม่แนะนำให้เชื่อรีวิวในแอป.. พอไปดูเองจะรู้ว่ามักจะลดราคาให้เล็กน้อยโดยมีเงื่อนไขว่าต้องไปเขียนรีวิวให้ที่นั่น… แน่นอนว่าก็คงมีรีวิวจริงอยู่บ้าง แต่คงเหมือนหาไข่มุกในกองทรายล่ะมั้ง..?

แล้วก็มีเรื่องที่แอบเสียดายเล็กน้อยคือ เราไม่อยากให้ดูออกว่าทำศัลยกรรมมา เลยขอให้คุณหมอทำให้บางกว่าค่ามม.ที่แนะนำ แต่คุณหมอบอกว่าถ้าทำบางลง ตาก็จะไม่โตขึ้นมาก และบอกว่าไม่เป็นไร พอทำจริงแล้วก็แอบเสียดายที่น่าจะเชื่อคุณหมอ

หวังว่าโพสต์ของเราจะช่วยได้บ้างนะ..!! งั้นก็ 20000

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้