โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม

สภาพปัจจุบันหลังทำศัลยกรรมปรับโครงหน้า 3 จุดครบ 1 ปี และเรื่องผลข้างเคียงเกี่ยวกับผิวหย่อนคล้อย

ฉันเป็นคนหนึ่งที่มีปมเรื่องรูปหน้ามาตลอดค่ะ.. ตั้งแต่สมัยม.ต้นเคยบอกแม่ว่าจะทำศัลยกรรมปรับโครงหน้า แล้วโดนดุหนักมากจนยอมแพ้ไป แต่พอโตเป็นผู้ใหญ่แล้วมีวันที่ต้องถ่ายรูปมากขึ้น โหนกแก้มกับกรามเหลี่ยมก็ยิ่งกวนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างนั้นอัลกอริทึมก็เอาแต่ขึ้นคุณหมอพัคจองอิลของคลินิกแห่งหนึ่งมาให้เห็นบ่อยๆ เลยคิดว่าลองทำดูสักครั้งแล้วก็ไปผ่าตัดมาค่ะ!! ก่อนอื่น ผลลัพธ์คือพอใจมากๆๆ ค่ะ ก่อนผ่าตัดยุ่งกับการปรับแต่งรูปหน้าในรูปตลอด แต่ตอนนี้ไม่แตะรูปหน้าเลยสักนิด คนอื่นถ่ายให้ก็สวยมากค่ะ.. ใครที่มีปมใหญ่เหมือนฉัน อย่าลังเลแล้วไปหาคุณหมอพัคจองอิลเลยค่ะ!! ตอนนี้ครบ 1 ปีพอดี ก่อนผ่าตัดฉันรู้เรื่องอย่างผิวหย่อนคล้อย กระดูกไม่ติดกัน แนวโครงหน้าเบลอ หรือร่องแก้มลึกขึ้นอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นเครียดกับรูปหน้ามากจริงๆ เลยยอมรับความเสี่ยงแล้วผ่าตัด ถึงไม่ผ่าตัด พออายุเพิ่มขึ้นทีละปี ความหย่อนคล้อยและความแก่ก็เกิดขึ้นเหมือนกันอยู่ดี ดังนั้นฉันคิดว่าสู้ผ่าตัดแล้วดูแลตัวเองดีๆ ใช้ชีวิตให้สวยดีกว่า เลยผ่าตัดทั้งที่รู้ว่าอาจมีผลข้างเคียงได้ แต่โชคดีที่เลือกโรงพยาบาลได้ดี การผ่าตัดก็ออกมาดี และตอนนี้เหมือนจะไม่มีผลข้างเคียงพวกนั้นเลย สิ่งที่กลัวที่สุดคือความหย่อนคล้อย แต่ไม่รู้สึกเลยค่ะ ตอนปรึกษา ผู้อำนวยการก็บอกว่าถ้าทำศัลยกรรมปรับโครงหน้า อาจเกิดความหย่อนคล้อยได้ แต่คนไข้ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นแล้ว ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจเลยว่า ถ้ามันหย่อนแล้วจะไม่รู้ได้ยังไง??? แต่ตอนนี้เหมือนจะเข้าใจแล้วว่าหมายถึงอะไร ผู้เชี่ยวชาญอาจมองเห็นความต่างเล็กๆ ได้ แต่ฉันสงสัยว่าตัวเองไม่รู้เพราะเห็นหน้าตัวเองทุกวันหรือเปล่า เลยลองถามคนรู้จักที่ไม่ได้เจอกันนาน พวกเขาก็บอกว่าไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย ดูแล้วน่าจะโอเคค่ะ ฉันไม่ได้ดูแลอะไรเป็นพิเศษ แค่ทำ Shurink ประมาณ 300 ช็อตทุกๆ 6 เดือน ค่าใช้จ่ายไม่ถึง 100,000 วอนด้วยซ้ำ ช่วงนี้คลินิกมีเยอะมาก เลยมีหลายที่ที่ทำ Shurink ราคาถูกค่ะ ฉันทำปรับโครงหน้า 3 จุด และโหนกแก้ม 45 องศาก็เดิมทีใหญ่มาก เลยกรอออกด้วย การดมยาสลบทั้งตัวหนักต่อร่างกายมาก ส่วนการให้ยานอนหลับก็ให้ผลเหมือนกัน แต่ภาระต่อร่างกายน้อยกว่าการดมยาสลบทั้งตัวมาก ดังนั้นตั้งแต่แรกฉันจึงไปปรึกษาโรงพยาบาลโดยตั้งใจจะผ่าตัดด้วยยานอนหลับ หลังผ่าตัดเขาก็ให้ดู CCTV ทั้งหมด ฉันดูแล้วเห็นว่าไม่มีการขยับ และการผ่าตัดก็จบลงอย่างราบรื่น แน่นอนว่าไม่มีการผ่าตัดแทนโดยคนอื่นด้วย! ค่าใช้จ่ายแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย แต่ถ้าการผ่าตัดครั้งแรกพังแล้วต้องผ่าตัดแก้ จะเสียเงินมากกว่า ดังนั้นฉันคิดว่าทำครั้งเดียวให้ถูกต้องและจบตั้งแต่ผ่าตัดครั้งแรกจะดีที่สุดค่ะ! แล้วอาการบวมใหญ่ๆ จะยุบลงประมาณหนึ่งใน 2 สัปดาห์ แต่ถ้ายังไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังผ่าตัด หรือแม้แต่ 2 สัปดาห์ ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่อาการบวมทั้งหมดจะหายวับไปอย่างน่าทึ่ง จะมีช่วงที่จิตตกเรื่องบวม แต่สุดท้ายก็ยุบหมดค่ะ และฉันเริ่มออกไปข้างนอกตั้งแต่วันที่ 5 โดยใส่หมวกกับหน้ากาก หลังตัดไหมแล้วแค่ใส่หน้ากากก็ใช้ชีวิตประจำวันได้สบายๆ เพื่อนฉันก็เห็นว่าฉันทำออกมาดี เลยไปผ่าตัดที่คลินิกเดียวกัน และพอเห็นว่าเพื่อนก็ได้ผลมากเหมือนกัน ฉันคิดว่าผู้อำนวยการที่นั่นผ่าตัดเก่งค่ะ ขอจบรีวิวครบ 1 ปีไว้เท่านี้นะคะ

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้