โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม

รีวิวผ่าตัดกรามเหลี่ยมหลังหู

ช่วงวันหยุดยาวโกลเดนฮอลิเดย์ปีที่แล้ว วันที่ 2025.10.4 (เสาร์) ประมาณเที่ยง ฉันเข้ารับการผ่าตัดกรามเหลี่ยมหลังหู + ผ่าตัดตัดกล้ามเนื้อกรามค่ะ วันที่ 7 หลังผ่าตัด ฉันใส่หน้ากากอนามัยแล้วไปทำงานตามปกติ ยังมีอาการบวมเหลืออยู่นิดหน่อย (รู้สึกบวมกว่าวันถัดมาหลังจากคืนก่อนดื่มหนัก กินเยอะ แล้วหน้าบวมนิดเดียว??) พอรอยช้ำที่กรามกำลังค่อยๆ จางลง ก็มีรอยช้ำสีเหลืองอ่อนตั้งแต่คอไปจนถึงกระดูกไหปลาร้า แต่เป็นระดับที่ใช้เครื่องสำอางปกปิดได้ค่ะ จากนั้นได้พักต่อช่วงสุดสัปดาห์ 2 วัน และตอนกลับไปทำงานตามปกติในวันที่ 9 หลังผ่าตัด แม้จะถอดหน้ากากอนามัยแล้ว ก็เป็นธรรมชาติจนไม่มีใครรอบข้างสังเกตเห็นเลยค่ะ ตอนนี้คนรู้จักที่รู้จักฉันมาก่อน พูดกันเยอะมากว่า ทำไมผอมลงขนาดนี้ หน้าเล็กลงมาก เป็นต้นค่ะ เขาว่ากันว่าศัลยกรรมที่สำเร็จคือศัลยกรรมที่ไม่มีใครรอบข้างดูออก ฉันคิดว่าฉันเป็นเคสนั้นพอดีค่ะ แม้แต่เพื่อนสนิทที่รู้ว่าฉันผ่าตัด ตอนเจอกันครั้งแรกหลังผ่าตัดก็ยังดูไม่ออกในทันที เพราะผลออกมาเป็นธรรมชาติมาก เลยพอใจค่ะ ส่วนอาการปวดหลังผ่าตัด คืนแรกหลังผ่าตัด ตอนจะนอนเท่านั้น แม้จะนอนหนุนศีรษะให้สูงแล้ว แต่ยังมีความรู้สึกปวดตุบๆ สะเทือนๆ (ระดับความปวดประมาณหลังรักษาฟันผุที่ทันตกรรม) ทำให้นอนหลับยากเล็กน้อย แต่ตั้งแต่วันที่สองเป็นต้นไปก็ไม่มีแล้วค่ะ ปากอ้าได้ไม่ค่อยดีจนแปรงสีฟันเข้าไปไม่ได้ ประมาณ 3 วันหลังผ่าตัดจึงทำความสะอาดด้วยการบ้วนปากอย่างเดียว และหลังจาก 3 วันจึงเริ่มแปรงฟันด้วยแปรงสีฟันค่ะ เรื่องอาหาร ประมาณ 5 วันหลังผ่าตัด ใส่เข้าปากได้แค่ขนาดช้อนกาแฟ จึงตัดอาหารทุกอย่างเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วกิน ยกเว้นของแข็งที่เคี้ยวยากค่ะ ตอนนี้ผ่าตัดมาได้ประมาณ 7 เดือนแล้ว ใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่มีความไม่สบายใดๆ เลย ราวกับว่าเคยทำศัลยกรรมเมื่อไหร่กันนะ สำหรับฉัน ใบหน้าที่เป็นเหลี่ยมเหมือนเป็นปมด้อยที่เก็บไว้มานานตลอดชีวิต ตอนนี้เลยรู้สึกโล่งและพอใจ เหมือนได้แก้โจทย์ใหญ่ของชีวิตแล้วค่ะ ถ้ารอบตัวมีใครกำลังลังเลเรื่องผ่าตัดกรามเหลี่ยมเหมือนฉัน ฉันอยากบอกว่าให้ลองรวบรวมความกล้าขึ้นมาอีกนิดเหมือนฉัน แล้วเวลามากมายที่เคยกังวลอยู่ จะกลับทำให้รู้สึกเสียดายขึ้นมาแทนค่ะ ยังไงก็ตาม ฉันพอใจมากๆ เลยขอแนะนำ Bondi Plastic Surgery เป็นการส่วนตัวค่ะ

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้