โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม

รีวิวลดโหนกแก้มและถอดหมุด แนวทางมาตรฐานของการปรับรูปหน้า

ดูเหมือนคุณหมอมือไวมากๆ ค่ะ ฉันถอดหมุดปลายคาง ลดโหนกแก้ม และเอาไขมันแก้มชั้นลึกออกด้วย แต่การผ่าตัดเสร็จเร็วมากจนผู้ดูแลตกใจเลยค่ะ อาจเพราะเวลาผ่าตัดสั้น และเดิมทีฉันก็ผอมมากอยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าอาการบวมยุบเร็ว แผลผ่าเข้าทางด้านหลังจอนผม เลยกังวลเรื่องแผลเป็นน้อยลงหน่อย และเย็บได้เรียบร้อยมากๆ แผลผ่าในปากฉันลองใช้ลิ้นแตะไล่เบาๆ ดู ก็รู้สึกว่าสะอาดเรียบร้อยดีค่ะ วันผ่าตัด (วันที่ 1) ไม่ได้บวมมากอย่างที่คิด แต่ริมฝีปากล่างบวมตุ่ย เหมือน Bboturu ไม่เห็นรอยช้ำ แม้จะเป็นวันผ่าตัด แต่เห็นชัดเลยว่าโหนกแก้มถูกลดลง ตอนฟื้นจากยาสลบเจ็บมากๆๆๆ น้ำหนักตัวฉันน้อยเกินไป เขาเลยบอกว่าให้ยาแก้ปวดเยอะไม่ได้ ถึงอย่างนั้นก็ยังค่อยๆ ให้เพิ่มทีละนิดตามเวลา ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็พอทนได้ ไม่ได้หมายความว่าไม่เจ็บนะ.. ก่อนออกจากโรงพยาบาลได้ถ่าย CT แล้วดูพร้อมกับคุณหมอ คำแรกที่ฉันพูดคือ “ว้าว เข้าไปเยอะมากเลยนะคะ” กินของเหลวกับโจ๊กบดละเอียด ประคบน้ำแข็งตลอด และตั้งใจเดินเล่นรับลมเย็น ใช้แปรงสีฟันสำหรับสัตว์เลี้ยงแตะน้ำยาบ้วนปากแล้วแปรงเบาๆ และบ้วนปากอย่างตั้งใจ นอนในท่าพิงเอนเฉียง วันที่ 2 เริ่มบวมขึ้นทีละน้อย ริมฝีปากล่างยังเหมือน Bboturu มีอาการปวดที่รบกวนอยู่ แต่ทนได้ ยังไม่มีรอยช้ำเหมือนเดิม เพราะยาปฏิชีวนะทำให้คลื่นไส้มาก แทบกินอะไรไม่ได้เลย ไม่ว่าจะอาหารเหลวหรืออะไรก็ตาม ตั้งใจประคบน้ำแข็ง เดินเล่น และบ้วนปาก นอนพิง วันที่ 3 บวมมาก เพราะมีแผลผ่าตรงจอนผม เลยพยายามไม่ล้างให้มากที่สุด แต่รู้สึกไม่สบายตัวมาก จึงติดเทปกันน้ำอย่างละเอียดที่สุดแล้วอาบน้ำ แม้อาบน้ำแล้ว แผลผ่าตรงจอนผมก็ไม่มีปัญหาอะไร วันที่ 1 ตอนฟื้นจากยาสลบ ฉันจำได้ว่าปวดมากจนขยุ้มหน้าอกตัวเอง เพิ่งมาพบตอนนี้ว่าบริเวณหน้าอกกับท้องเต็มไปด้วยแผล.. ตอนนั้นคงเจ็บมากจริงๆ วันที่ 4 บวมถึงจุดสูงสุด มีรอยช้ำสีน้ำเงินขึ้นบริเวณคาง และใต้ตาซ้ายเหมือนจะเริ่มมีรอยช้ำสีม่วง เลยรีบทาครีมลดรอยช้ำ อาการปวดค่อยๆ หายไป วันที่ 5 พอตกเย็น อาการบวมเหมือนจะยุบลงนิดหน่อย หรืออาจจะไม่ก็ได้.. รอยช้ำตรงคางเข้มขึ้น ส่วนใต้ตากลับเป็นปกติ อาการปวดก็รู้สึกค่อยๆ ลดลง ตั้งแต่ตอนนี้เริ่มนอนราบ วันที่ 6 เหมือนอาการบวมค่อยๆ ยุบลงทีละนิด อาจเพราะกินไม่ค่อยได้ น้ำหนักเลยลดไปมากกว่า 2 กิโล.. วันที่ 7 บวมยุบลงอีกหน่อย อาการบวมไหลลงมาด้านล่าง เลยดูเหมือนมูมิน คุณหมอถอดไหมตรงจอนผมให้ด้วยตัวเอง แสบจี๊ดนิดเดียวและเสร็จเร็วมาก คุณหมอตรวจในปากให้ด้วย แล้วบอกว่าสะอาดเรียบร้อย พนักงานที่ถ่ายรูปติดตามผลตกใจที่อาการบวมยุบไปเยอะ ได้รับเลเซอร์ลดบวมแล้วกลับบ้าน วันที่ 8 บวมยุบลงอีก ดูเหมือนกึ่งมูมิน กินอาหารปกติแบบนิ่มๆ (ข้าวใส่ในซุปซอลลองทัง) โดยใช้กรรไกรตัดให้เป็นชิ้นเล็กๆ ตอนนี้น่าจะพูดได้ว่าไม่ปวดแล้ว วันที่ 9 บวมยุบลงไปอีกมาก ใส่หน้ากากเดินข้างนอกทั้งวัน พอกลับบ้านถอดหน้ากากออกก็ตกใจ เพราะบวมยุบไปเยอะมาก ถึงขั้นพอจะยืนยันได้ว่าเป็นคนที่หน้าตาแบบนี้อยู่แล้ว ตอนนี้น่าจะไม่ต้องใส่หน้ากากเพราะเรื่องบวมแล้ว รอยช้ำสีน้ำเงินที่คางยังเห็นจางๆ สัปดาห์ที่ 2 ยังมีบวมย่อยเล็กน้อย แต่ดูเหมือนคนที่หน้าตาเป็นแบบนี้อยู่แล้ว แต่งหน้าดีๆ แล้วออกไปข้างนอกได้ตามปกติ เวลาถ่ายรูปยังเหมือนหน้าตึงๆ อยู่ แต่ในชีวิตจริงก็ไม่ค่อยแน่ใจ สัปดาห์ที่ 4 จากความรู้สึกเหมือนบวมหายหมดแล้ว แต่ทางโรงพยาบาลบอกว่ายังมีบวมย่อยที่จะยุบลงได้อีก เห็นผลจากด้านหน้าด้วย แต่ผลจากมุม 45 องศาชัดมากจริงๆ และมีคนบอกเยอะว่าดูหรูขึ้น พูดตามตรง ฉันไม่ได้หวังถึงขั้นให้หน้าดูเล็กลงด้วยซ้ำ แต่กลับเป็นเรื่องที่ได้ยินบ่อยที่สุด ตอนนี้แม้ถ่ายรูปด้วยกล้องพื้นฐาน อย่างน้อยเรื่องรูปหน้าก็แทบไม่มีจุดที่ไม่ชอบแล้วค่ะ

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้