ฉันคิดเรื่องการผ่าตัดปรับรูปหน้ามาค่อนข้างนานแล้วค่ะ ทุกครั้งที่ถ่ายรูป โหนกแก้มด้านข้างจะดูเด่น และแม้มองจากด้านหน้าก็รู้สึกว่าหน้าดูกว้าง เรื่องนี้ทำให้เครียดมาตลอด โดยเฉพาะตอนเตรียมสัมภาษณ์งาน ฉันรู้สึกบ่อยมากว่าใบหน้าของตัวเองที่ปรากฏบนหน้าจอดูแข็งกว่าที่คิดไว้ เลยตัดสินใจทำค่ะ ฉันเข้ารับการผ่าตัดกรามเหลี่ยมและโหนกแก้มกับผู้อำนวยการแพทย์ Oh Jeong-seok ที่คลินิกปรับรูปหน้าแห่งหนึ่งค่ะ
ก่อนผ่าตัด พูดตามตรงว่ากังวลเยอะมากค่ะ ฉันเห็นรีวิวเกี่ยวกับอาการบวม ความเจ็บ และความไม่เป็นธรรมชาติเยอะมาก เลยกลัวด้วย และคิดอยู่ตลอดว่าหรือเรากำลังทำอะไรที่ไม่จำเป็นหรือเปล่า แต่พอได้ปรึกษาแล้ว คุณหมออธิบายแนวทางการปรับให้เหมาะกับรูปหน้าของฉันโดยไม่ทำมากเกินไป ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย และสุดท้ายก็ตัดสินใจดำเนินการค่ะ
วันผ่าตัดฉันตื่นเต้นมาก แต่เสร็จเร็วกว่าที่คิด และในวันนั้นเพราะฤทธิ์ยาสลบจึงไม่ได้รู้สึกเจ็บมากค่ะ แต่ตั้งแต่วันถัดมา อาการบวมก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ตอนนั้นถึงรู้สึกจริงๆ ว่า อ๋อ เราทำไปแล้วจริงๆ โดยเฉพาะวันที่ 3-5 เป็นช่วงที่บวมมากที่สุด หน้า swollen มากจนการส่องกระจกทำให้เครียดนิดหน่อยค่ะ
แต่หลังผ่านสัปดาห์แรก อาการบวมใหญ่ๆ ก็เริ่มยุบลงทีละน้อย และประมาณสัปดาห์ที่ 2 ก็แทบจะใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติแล้วค่ะ ถึงจะยังมีอาการบวมเล็กน้อยอยู่ แต่เริ่มรู้สึกชัดเจนว่าเส้นหน้าดูเป็นระเบียบขึ้น โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้มด้านข้างที่ดูนุ่มนวลและยุบเข้าไป ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเล็กลง และมีหลายคนบอกว่าภาพลักษณ์ดูอ่อนโยนขึ้นมากค่ะ
ตอนนี้เวลาผ่านไปหลังผ่าตัดอีกสักพักแล้ว ส่วนที่พอใจที่สุดคือความเครียดเวลาถ่ายรูปลดลงค่ะ เมื่อก่อนฉันใส่ใจกับมุมกล้องมากๆ แต่ตอนนี้ถ่ายหน้าตรงก็รู้สึกกดดันน้อยลง และรู้สึกว่าจุดที่เคยกังวลเพราะรูปหน้าได้รับการปรับปรุงอย่างชัดเจนค่ะ
แน่นอนว่าคุณหมอบอกว่ายังต้องใช้เวลาอีกกว่าจะเข้าที่อย่างสมบูรณ์ ฉันจึงยังดูแลอย่างต่อเนื่องอยู่ค่ะ โดยรวมแล้ว เมื่อเทียบกับเวลาที่เคยกังวล ความพึงพอใจถือว่าค่อนข้างสูงค่ะ อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดปรับรูปหน้ามีระยะพักฟื้นและกระบวนการบวมที่นานกว่าที่คิด ดังนั้นฉันคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการหาข้อมูลให้เพียงพอ และทำให้เป็นธรรมชาติในแบบที่เหมาะกับสไตล์ของตัวเองค่ะ
ถ้าใครเคยกังวลเรื่องรูปหน้าเหมือนฉัน แนะนำให้ปรึกษาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจค่ะ