เพราะเหนียง เวลาถ่ายรูปทีไรฉันต้องยืดคอออกไปยาวๆ หรือไม่ก็เผลอเก็บคางแบบไม่จำเป็น แล้วก็จงใจเลี่ยงการถ่ายด้านข้างมานานพอสมควรแล้ว ฉันเป็นคนค่อนข้างผอม เลยคิดว่าลดน้ำหนักก็คงไม่ช่วย การผ่าตัดก็น่ากลัวเกินไป ส่วนหัตถการยกกระชับ ถ้าฟังรีวิวจริงจากคนที่เคยทำจริงๆ ไม่ใช่โฆษณา เขาก็บอกว่าผลลัพธ์กับระยะเวลาคงอยู่ไม่ค่อยดี และไม่ได้เปลี่ยนไปมาก เลยเคยคิดว่าคงต้องอยู่แบบนี้ต่อไปหรือเปล่า แต่พอความเครียดค่อยๆ หนักขึ้น ความคิดก็เริ่มเอนไปทางการผ่าตัด
ฉันกังวลมากว่าจะดูไม่เป็นธรรมชาติหรือเปล่า จะมีผลข้างเคียงอย่างรอยแผลเป็นหรือผิวไม่เรียบเป็นคลื่นไหม เลยหาข้อมูลคลินิกเยอะมากจริงๆ โดยเฉพาะคัดจากคลินิกที่มีเคสเหนียงหนักๆ แบบฉันเยอะๆ พอคัดไปเรื่อยๆ ก็เลยแคบลงมาเป็นคลินิกที่เน้นการดูดไขมันบริเวณใบหน้าเป็นหลัก และสุดท้ายฉันเลือกคลินิกที่เชี่ยวชาญด้านนี้ (คุณหมอผู้อำนวยการเหมือนจะดังเรื่องร้อยไหมด้วย แต่ฉันจน เลยทำแค่ดูดไขมันหน้า,,,,,)
ตอนปรึกษา เขาชี้สภาพคางของฉันได้อย่างแม่นยำ และบอกว่าจะออกแบบให้เข้ากับแนวคาง เพื่อให้กรอบหน้าตามเดิมเผยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ฉันเลยรู้สึกไว้ใจ~
การผ่าตัดเสร็จเร็วกว่าที่คิด ตั้งแต่เตรียมผ่าตัดกับเตรียมยาสลบแบบหลับ จนถึงตอนออกจากคลินิกเพื่อกลับบ้าน ความรู้สึกประมาณ 2 ชั่วโมง? พอตื่นจากยาสลบ ฉันตั้งสติสักพัก ใส่หมวกกับหน้ากาก แล้วขึ้นรถไฟใต้ดินกลับเองคนเดียว!
หลังผ่าตัดครบ 24 ชั่วโมงถึงถอดสายรัดหน้าได้ครั้งแรก แล้วหน้าตัวเองที่เห็นทันทีหลังลอกเทปออก..... ฉันตกใจนิดหน่อยเพราะแทบไม่มีอาการบวมหรือรอยช้ำเลย อันที่มีอยู่ก็น้อยมาก และพอผ่านไป 3 วันก็หายแล้ว
สิ่งที่ดีที่สุดหลังผ่าตัดดูดไขมันเหนียงคือขอบเขตระหว่างคอกับแนวกรามชัดขึ้น ซึ่งเป็นจุดที่พอใจที่สุด เวลาถ่ายเซลฟี่ก็ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องมุมแล้ว และไขมันใต้คางที่เคยจับแล้วรู้สึกหนักๆ ก็หายไป ทำให้ภาพรวมดูเบาขึ้นมาก
ถ้าคุณเป็นคนขี้กังวลเหมือนฉันและลังเลมานาน หรือกำลังลังเลเพราะไขมันเหนียงเยอะกว่าคนทั่วไปมาก ฉันอยากแนะนำให้หาคลินิกที่มีเคสเกี่ยวข้องเยอะๆ ให้ดี แล้วลองปรึกษาให้ละเอียดพอ!!