ผมคิดจริงๆ ว่าคำพูดที่ว่าเรื่องการปรับโครงหน้า เวลาเป็นคำตอบนั้นไม่ได้พูดกันเล่นๆ ช่วงแรก 1-3 เดือน ถึงผมจะคิดว่าอาการบวมใหญ่ๆ ยุบไปแล้ว แต่ก็ยังมีความรู้สึกแข็งๆ อยู่บอกไม่ถูก และรู้สึกชาๆ ทื่อๆ เล็กน้อย เลยยังคิดอยู่เรื่อยๆ ว่า “มันยังยุบไม่หมดหรือเปล่า?” แต่พอผ่าน 6 เดือนและเข้าสู่เดือนที่ 7 รู้สึกได้ชัดว่าเส้นโดยรวมของใบหน้าถูกจัดให้เข้าที่ขึ้นอีกครั้ง โหนกแก้มที่เคยดูบานออกด้านข้างก็ดีขึ้นมาก พอมองจากด้านหน้าแล้วความกว้างของใบหน้าดูแคบลง ส่วนกรามเหลี่ยม มุมกรามถูกปรับให้ดูนุ่มนวลขึ้น ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูละมุนขึ้นมาก ปลายคางก็เชื่อมต่ออย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ดูแยกออกมา โดยเฉพาะเส้นด้านข้างของใบหน้าดูสะอาดขึ้นมาก เวลาถ่ายรูป เมื่อก่อนผมต้องใส่ใจเรื่องมุมมาก และต้องแต่งรูปเสมอเพื่อไม่ให้โหนกแก้มเด่น แต่ช่วงนี้ถ่ายด้วยกล้องปกติก็ไม่ค่อยกังวลแล้ว ทั้งด้านหน้าและด้านข้างดูมั่นคงสมดุลขึ้น และผมก็ลองทรงผมได้หลากหลายกว่าเดิมด้วย อาการบวมยิบย่อยอาจยังไม่ได้หายเป็นศูนย์ทั้งหมด แต่ใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่มีความไม่สะดวกเลย และความรู้สึกก็กลับมาเกือบหมดแล้ว ตอนนี้ในเดือนที่ 7 เป็นช่วงที่ผมรู้สึกพึงพอใจมากที่สุด และรู้สึกว่ายิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น สรุปแล้วผมคิดว่าตัดสินใจทำถูกแล้ว สำหรับคนที่กำลังกังวลเรื่องการปรับโครงหน้า ผมแนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบร้อนจากการดูแค่ผลลัพธ์ช่วงแรก และควรเฝ้าดูอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ชาย ความเป็นธรรมชาติสำคัญมาก และตอนนี้ผมคิดว่าผลลัพธ์เข้าที่ไปในทิศทางนั้นพอดีครับ
ยังไม่มีความคิดเห็น