ฉันอยู่ปูซาน และตอนนี้ก็ใกล้จะครบวันที่ 40 หลังจากทำจมูกครั้งแรกที่ปูซานแล้ว ก่อนทำจมูก ฉันได้รับความช่วยเหลือจากหลายคนที่นี่เยอะมาก เลยลองมาเขียนรีวิว เผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้าง
1. เดินปรึกษา ฉันคิดว่าตัวเองกังวลเรื่องทำจมูกมาจริงๆ น่าจะประมาณ 20 ปีแล้ว (เพราะอายุก็อายุนี้แล้ว) กังวลเรื่องผลข้างเคียงอะไรต่างๆ เยอะมาก แต่โดยพื้นฐานร่างกายฉันฟื้นตัวจากหัตถการ (ปลูกถ่ายไขมัน) หรือการผ่าตัด (เคยแก้กล้ามเนื้อตาหนึ่งครั้ง) ได้ดี ไม่มีผลข้างเคียงใหญ่ และบวมค่อนข้างน้อย เลยตัดสินใจว่าจะเชื่อร่างกายตัวเอง(?) แล้วทำตอนที่ตัดสินใจได้
เดิมทีตั้งใจว่าจะต้องไปทำที่โซลเท่านั้น แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่า ถ้าหลังผ่าตัดเกิดมีอะไรผิดพลาดหรือมีปัญหา ฉันคงนึกภาพตัวเองจับจมูกที่เจ็บแล้วนั่งรถไฟไปโรงพยาบาลไม่ออกจริงๆ และน่าจะเครียดมาก เลยคิดว่าจะลองพิจารณาโรงพยาบาลในปูซานก่อน แล้วไปเดินปรึกษาแถวซอมยอนเป็นหลัก (ฉันคิดว่าเป็นการเลือกตัวเลือกที่แย่น้อยกว่า แทนที่จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด...)
ตอนเดินปรึกษา โรงพยาบาลที่มีหมอรับจ้างเยอะๆ อย่าง ㅎㄴ, ㄴㄹㅇ ฉันไม่มองเลย และถึงฉันจะชอบความเป็นธรรมชาติ แต่โรงพยาบาลที่ทำให้ดูเหมือนไม่รู้ว่าทำหรือไม่ทำ แล้วบอกว่า “ออกมาดูเป็นธรรมชาติดี” ฉันก็กรองออกก่อนเหมือนกัน (นี่เป็นเกณฑ์ส่วนตัวของฉันล้วนๆ นะ เพราะจมูกคือความพอใจของตัวเอง ฉันคิดว่าเรื่องนี้ก็คงต่างกันมากแล้วแต่คน)
สรุปแล้วเหตุผลที่ฉันตัดสินใจเลือก ㅅㅍ หลังจากเดินปรึกษา คือสไตล์ของผู้อำนวยการไม่ได้ตรงกับแบบที่ฉันต้องการเป๊ะๆ แต่ทรงส่วนใหญ่สวยและเข้ากับหน้า ดูมีเซนส์ด้านความงามและฝีมือน่าจะโอเค นั่นเป็นเหตุผลหลักที่สุด และฉันคิดว่าถ้าคุยกับผู้อำนวยการเรื่องดีไซน์ที่ต้องการได้ดี “อย่างแย่ก็คงไม่ทำพัง” เพราะฉันไปเดินปรึกษาเองโดยตรง เขาเลยไม่ได้พูดเรื่องส่วนลดรีวิวอะไรกับฉันเลย ยังไงก็ตาม ราคาที่ได้ก็ถือว่าไม่แย่ภายในงบที่ฉันคิดไว้
2. ลุคที่อยากได้ ก่อนอื่น จมูกฉันเป็นจมูกเนื้อปลายมนเล็กน้อยและจมูกต่ำ (ไม่ใช่จมูกสั้น) ฉันเป็นคนที่กระดูกคิ้วกับช่วงล่างของใบหน้าค่อนข้างเด่น พอจมูกต่ำก็ทำให้ปากดูยื่นมาก และโดยรวมดูไม่ค่อยมีความเนี้ยบ รูปทรงจมูกเองไม่ได้มีปัญหาใหญ่อะไร แต่เพราะสันจมูกต่ำมาก เลยคอยฉีดฟิลเลอร์แล้วสลาย ฉีดแล้วสลายอยู่แบบนั้น (นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ตัดสินใจทำจมูก)
ฉันผ่าตัดครั้งแรกวันที่ 27 ม.ค. และลุคที่อยากได้คือจมูกทรงตรงที่ช่วงหว่างตาไม่สูงและไม่ดูยาว แม้แต่ทรงตรงมีโค้งเล็กน้อย สำหรับฉันก็ยังดูหรูเด่นเกินไป เลยบอกว่าอยากได้ทรงตรง ผู้อำนวยการบอกว่าช่วงแรกต้องทำให้เกินเล็กน้อย จึงจะออกมาให้ความรู้สึกทรงตรงมีโค้งนิดๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ปลายจมูกลงมานิดหน่อย ก็จะเหมือนทรงตรง ฉันเลยโอเค
ฉันขอให้ช่วงหว่างตาดูต่ำเล็กน้อย (เหมือนจมูกธรรมชาติ) และย้ำหลายครั้งว่าสิ่งสำคัญที่สุดคืออยากให้เข้ากับใบหน้าเดิมของฉัน ฉันไม่ใช่คนหน้าตาโดดเด่นหรูหรา เลยไม่ชอบมากๆ ถ้าหน้าดูมีแต่จมูกเด่นขึ้นมา
ผู้อำนวยการบอกว่าจะใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก กระดูกอ่อนซี่โครงบริจาค (บอกว่าจะใช้ถ้าจำเป็นหลังเปิดจมูกดู) และกระดูกอ่อนหู ส่วนความสูงซิลิโคนจะใช้ประมาณ 3.5
3. ความเจ็บหลังผ่าตัด หลังผ่าตัดเสร็จก็เหมือนกัน คือแทบไม่มีความเจ็บจริงๆ ฉันเป็นคนที่เวลาไปทำหัตถการก็ทนได้ค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่วันแรกก็คิดว่าหลังยาชาหรือยาสลบหมดฤทธิ์คงจะปวดตุบๆ บ้าง แต่ก็ไม่เป็นแบบนั้นเลย ถ้าไม่แตะก็ไม่เจ็บเลย และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยเจ็บ
ตอนทำศัลยกรรมแก้กล้ามเนื้อตา พอยาหมดฤทธิ์คือเจ็บมากจริงๆ อยู่ในห้องพักฟื้นถึงขั้นด่าออกเสียงจริงๆ แล้วโวยวายว่าเจ็บมากๆ เคยทำนานมากแล้ว แต่ยังจำได้อยู่เลยว่าเจ็บแค่ไหน เมื่อเทียบกับอันนั้น ความเจ็บครั้งนี้คือ 0 จริงๆ (ฉันคิดว่าขึ้นกับแต่ละคนจริงๆ และอาจเป็นเพราะฉันโชคดีก็ได้)
4. ความพอใจต่อโรงพยาบาล โดยรวมพอใจกับผลผ่าตัด แต่ไม่พอใจกับการสื่อสารของสตาฟและพยาบาล แต่ตั้งแต่แรกฉันเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับหมอมากที่สุด เรื่องพนักงานใจดีแค่ไหนอะไรแบบนั้น ไม่ได้ถือมากนัก
เหตุผลที่ไม่ค่อยพอใจเรื่องการสื่อสารคือ หลังผ่าตัดเสร็จ ตอนฉันตื่นจากยาสลบแบบคร่าวๆ แล้วกำลังจ่ายเงิน เขาบอกฉันว่า “ใช้แค่กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก” ฉันเลยแบบ ห๊ะ???? เพราะจมูกฉันเล็กและต่ำ เวลา CT ไม่ว่าที่ไหนก็เคยบอกว่าปริมาณกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกของฉันอยู่ประมาณ 5% ล่างสุด แล้วใช้แค่นั้นจะทำอะไรยังไงได้ ฉันเลยงงและตกใจมากจริงๆ แถมหูก็ยังปกติดีอีก
แล้วกลับบ้านไปคืนนั้นก็นอนไม่หลับเลย คิดจริงๆ ว่า “นี่คืออุบัติเหตุทางการแพทย์(?) แบบนั้นเหรอ” วันต่อมาไปดูอาการหลังผ่าตัด เลยถามหมอโดยตรง หมอบอกว่าใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก + กระดูกอ่อนซี่โครงบริจาค และไม่ได้ใช้กระดูกอ่อนหูเพราะไม่จำเป็น ตอนนั้นถึงได้โล่งใจ..
คือพนักงานโรงพยาบาลรับเงินจากคนไข้โดยไม่ดูชาร์ตเลย แบบนี้ตามสามัญสำนึกมันสมเหตุสมผลเหรอ? ฉันงงมากจริงๆ;; อย่างไรก็ตาม อย่างที่พูดไปก่อนหน้า ฉันเป็นคนที่ถ้าผลผ่าตัดดีก็โอเค เลยปล่อยผ่านไป
แล้วช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ไปโรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการ ก่อนวันหยุดตรุษเกาหลีฉันรู้สึกกังวลและไม่สบายใจ เลยให้ผู้อำนวยการดูอาการ ผู้อำนวยการต้อนรับดีมาก(?) และใจดี ดูให้ละเอียดหลายอย่าง แล้วบอกว่า “ไม่มีปัญหาอะไรเลย ทรงก็สวย และกำลังหายดี” “ไม่ต้องกังวลเลย อาการดีมาก” แถมไม่เก็บค่าตรวจด้วย เลยจำได้ว่าเดินออกมาด้วยความรู้สึกดี
5. ผลลัพธ์ ตั้งแต่แรก ฉันไม่มีวัสดุให้ใช้มากนัก และความสูงจมูกก็ค่อนข้างต่ำ เลยเลิกคิดตั้งแต่แรกว่าจะเกิดใหม่ด้วยการทำจมูกครั้งเดียว หรือจะได้ใช้ชีวิตที่สองอะไรแบบนั้น สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญที่สุดคือ “จมูกสวยแบบธรรมชาติ” และ “จมูกที่ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียง” ดังนั้นตอนนี้ผ่านมานิดหน่อยกว่าหนึ่งเดือน ฉันพอใจมาก
รอยแผลยังมีอยู่ แต่ถึงขั้นไม่ต้องตั้งใจปิดก็ออกไปข้างนอกได้ คนอื่นมองก็ไม่ได้รู้สึกหนักหรือมากเกินไป มีคนพูดกันเยอะว่าต้องทำให้สูงชัดตั้งแต่แรก ผ่านไป 1-2 ปีถึงจะดูธรรมชาติ แต่ฉันคิดว่านั่นก็ขึ้นกับแต่ละคน เช่น ดูดซึมไปมากแค่ไหน เลยไม่มีอะไรไม่พอใจ
แต่อย่างเดียวคือฉันไม่ได้เพิ่มสันจมูกให้สูงมาก จนถึงประมาณ 3 สัปดาห์ที่ยังบวมเยอะ มองจากหน้าตรงแล้วดูแทบไม่ต่างจากก่อนทำเลย.. คงเพราะแก้มก็บวมไปด้วย เลยยิ่งดูเป็นแบบนั้น แต่ฉันก็ไม่ได้เครียดหนักมาก บอกตัวเองว่าอย่าคิดอะไรจนกว่าจะครบหนึ่งเดือน แล้วก็ผ่านไปแบบนั้น
ถ้าใครมีลุคที่ต้องการคล้ายฉัน และกำลังลังเลว่าจะทำที่ปูซานดีไหม ฉันคิดว่าลองไปปรึกษาสักครั้งก็โอเคนะ ฉันเองก็เป็นแบบนั้นพอดี ในปูซาน โรงพยาบาลที่ดังเรื่องจมูกจริงๆ มีไม่ค่อยเยอะ และโรงพยาบาลที่พูดได้เต็มปากว่า “ฝีมือดี” ก็เหมือนจะไม่ค่อยมีจริงๆ ดังนั้นแม้จะเป็นแบบนั้น ฉันก็เคยคิดว่าถ้าไม่มีที่ไหนถูกใจเลยก็คงต้องไปโซล เพื่อนฉันที่ทำจมูกที่โซลมา 3 ครั้ง พอได้ยินว่าฉันจะทำที่ปูซาน ตอนแรกก็กังวลมาก แต่หลังผ่าตัดมาเห็นจมูกฉันแล้วบอกว่าโล่งใจ
แล้วนอกจากจมูกแล้ว ฉันชอบมากที่ปากดูไม่ยื่น พี่สาวฉันเห็นหน้าฉันแล้วยังบอกว่าน่าแปลก เพราะสายตาดูไปโฟกัสที่ดวงตามากขึ้น
6. แถม (ความกังวลเรื่องผลข้างเคียง) จริงๆ แล้วในชีวิต ฉันคิดว่าสิ่งที่แก้ได้ด้วยการกังวลล่วงหน้า มีไม่มากเท่าที่คิด ทำจมูก -> ไม่มีอะไรผิดปกติ -> ใช้ชีวิตดีๆ / ทำจมูก -> เกิดปัญหา -> แก้ไข
ฉันคิดว่าเมื่อมันเกิดขึ้นจริง ก็แค่แก้ไขด้วยวิธีที่เหมาะกับสถานการณ์นั้น ฉันไม่ใช่คนที่สนับสนุนให้ทำจมูกแบบไม่มีเงื่อนไข แต่ถ้าเป็นคนที่กังวลกับปมด้อยมานาน ฉันคิดว่าแนวทางที่สมจริงคือศึกษาข้อมูลให้ดี แล้วเข้ารับการผ่าตัดด้วยความคิดว่าเป็นการ “เสริมข้อด้อย” และ “ปรับแก้” โดยไม่ให้ร่างกายรับภาระมากเกินไป นี่คือข้อสรุปที่ฉันได้หลังจากเริ่มคิดเรื่องศัลยกรรมจมูกอย่างจริงจัง หาข้อมูลหลายอย่าง ค้นดู และคิดมานาน
ยังไงถ้ามีอะไรสงสัยก็ฝากคอมเมนต์ไว้ได้ ฉันจะมาตอบเรื่อยๆ ตอนมีเวลา ขอบคุณที่อ่านบทความยาวๆ นี้ และขอให้ทุกคนผ่าตัดสำเร็จนะ!
* รูปรีวิวทั้งสองรูปถ่ายด้วยกล้องพื้นฐานของ iPhone และฉันตั้งใจทำเครื่องหมายโดยเหลือหัวตากับหัวคิ้วไว้ รูปที่ปิดหมดทุกอย่างมันค่อนข้างน่าหงุดหงิด เพราะมองไม่ออกว่าตาอยู่ตรงไหน แล้วจมูกออกมาเป็นยังไง.. หวังว่าจะช่วยได้นะ