โพสต์

รีวิวศัลยกรรมหน้าอก

ก่อนจะทำหน้าอก ขอให้อ่านแค่ครั้งเดียว!! (ไม่ใช่คนที่มีฐานหน้าอกอยู่แล้ว x)

ถ้าคุณกำลังอ่านโพสต์นี้เพราะอยากทำหน้าอกหรือเพราะตัดสินใจแล้วว่าจะทำ ก็ใช่ไหม? ฉันเพิ่งผ่าตัดมาได้ไม่นานมาก! แค่ประมาณ 2 สัปดาห์เอง ตอนนี้ความทรงจำยังชัดอยู่เลยคิดว่าต้องรีบเขียนไว้ก่อน..! ถึงจะดูเหมือนความน่าเชื่อถือจะลดลงนิดหน่อยที่คนเพิ่งผ่าตัดไม่นานมาเขียนอะไรยาวๆ แบบนี้ แต่ฉันจะเล่าประสบการณ์จากการหาข้อมูลและคิดเรื่องทำหน้าอกมาหลายปี (มากกว่า 5 ปี) + ประสบการณ์จากการเคยทำศัลยกรรมอื่น + สิ่งที่ฉันคิดในช่วง 2 สัปดาห์ที่อยู่แต่บ้านหลังทำหน้าอกให้ฟังนะ ก่อนอื่นเลย!!! ผลผ่าตัดออกมาสะอาดและสวยมาก ทั้งข้างในและข้างนอก! แน่นอนว่าคุณสมบัติของทุกคนคงดีกว่าฉัน ฉะนั้นให้มองว่านี่คือประสบการณ์ที่แย่ที่สุดของฉันไปเลย!! ไม่ใช่แนว “ฉันได้หน้าอกมาแล้ว งั้นพวกเธออย่าทำเลย” นะ!!!! ***ยาวหน่อยเลยใส่เลขหัวข้อไว้แล้ว จะอ่านเป็นส่วนๆ หรืออ่านแค่ตอนท้ายก็ได้!!*** 0. ฉันเป็นคนแบบไหน ก่อนอื่น ฉันเป็นคนสูง 164 หนัก 43 รอบใต้อก 63 + ไม่มีฐานหน้าอกเลย! (จะบอกว่าไม่มีแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย เพราะไม่มีจริงๆ. มีเหรอ? ไม่มี. เคยมีเหรอ? ไม่ มีจริงๆ นะ.) พ่อแม่ฉันยังพูดเองเลยว่า ถ้าโตขึ้นมาก็ต้องให้ทำหน้าอกแน่ๆ กังวลกันทุกวันถึงขนาดต้องออกมาพูดเอง.. 1. รีวิวหลังผ่าตัด ฉันจะเขียนแบบพื้นฐานก่อน เผื่อคนที่ตัดสินใจทำแล้วจะได้ใช้เป็นข้อมูล * ข้อมูลการผ่าตัด - <Motiva 235/255 Preserve Hybrid (ปลูกถ่ายไขมันต้นขา) แผลใต้ราวนม> เพราะฉันแทบไม่มีเนื้อหน้าอกเลย กลัวจะเกิด rippling (อาการที่เห็นรอยย่นของถุงซิลิโคน) เลยเลือก Motiva ไม่ว่าจะเป็นสัมผัส รูปทรง หรือความเสี่ยงของผลข้างเคียง สำหรับคนที่มีหน้าอกแม้เพียงนิดเดียว สิ่งพวกนี้ล้วนมีความเสี่ยงทั้งนั้น... แต่ฉันเป็นแบบที่เหมือนจะไม่มีอวัยวะชื่อหน้าอกติดอยู่กับร่างกายเลย จนจากต้นฉันมีแต่ความคิดว่า ‘จะต้องทำหน้าอกแน่ๆ!’ หลายปี แล้วค่อยกังวลแค่ว่า ‘จะทำที่โรงพยาบาลไหน แล้วทำแบบไหน~?’ ไม่เคยคิดเลยว่า ‘เอ๊ะ จะทำดีไหม ถ้าสัมผัสไม่ดีจะทำยังไง’ อะไรแบบนั้น;;; * รายละเอียดการปรึกษา - ปรึกษาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง - คำอธิบายจากผู้จัดการเคส - คุณหมอทำ 3D scanning (อันนี้น่าทึ่งมาก! ดูได้ว่าพอใส่ซิลิโคนแล้วตอนขยับจะสั่นไหวแค่ไหน รูปทรงเป็นยังไง ฯลฯ) - อัลตราซาวนด์เต้านม - ปรึกษาซ้ำกับผู้จัดการเคส - ตรวจเลือด - ดู CCTV ได้, มีวิสัญญีแพทย์ประจำอยู่ - ยาสลบแบบหลับ + ยาสลบแบบแก๊ส (ไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ) - ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล (ฉันเลือกที่ที่ไม่ต้องนอนเพราะคิดว่าอาจฟื้นตัวเร็วกว่า? แต่ฉันเจ็บมากจนอยากจะขอร้องให้เขารับนอนเลย) - เวลาผ่าตัด 45 นาที + ปลูกถ่ายไขมัน 10 นาที (วันนั้นผิวฉันบางมาก หมอบอกว่าจะค่อยๆ จับเส้นเลือดทีละเส้นแล้วใส่อย่างช้าๆ เลยใช้เวลารวมประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง?) - อาบน้ำและกินข้าวในวันเดียวกันได้ / ไม่ต้องใส่สายระบายเลือด ไม่ต้องพันผ้ารัดแน่น X (มีแค่สายรัดบนหน้าอก) - เลเซอร์ดูแลแผลเป็นหลังผ่าตัดไม่จำกัดจำนวนครั้ง (ฉันเคยอ่านรีวิวหนึ่งที่บอกว่าที่นี่ดูแลหลังผ่าตัดไม่ค่อยดี? แต่จริงๆ เขาดูแลดีมากจนฉันแปลกใจนิดหน่อย.. หรือว่าเขาแค่อ่านรีวิวแล้วระวังเป็นพิเศษ? ฉันคิดแบบนั้น..) - ปริมาณสูงสุดที่ใส่ได้ 275cc (ตอนปรึกษาซ้ำก็ลดลงเรื่อยๆ (275->255/235)!) ตอนแรกแม้สเปกที่อยากได้จะเป็นแนวไอดอลสาวตัวบางบอบบาง แต่พอจะทำจริงๆ ก็แอบอยากได้หน้าอกใหญ่ขึ้นมาเหมือนกัน แต่ฉันก็รู้สถานการณ์ของตัวเองเลยปล่อยวางไป.. ต่อให้ตัวอักษรอะไรจะสำคัญแค่ไหนนะ.. ก็ประมาณนั้น.. - ปลูกถ่ายไขมันที่ร่องอกและด้านข้างเต้านม (เพราะสภาพฉันจำเป็นต้องทำไขมันด้วยอยู่แล้ว ทุกโรงพยาบาลที่ปรึกษาก็แนะนำแบบไฮบริด และฉันก็คิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว)*ความเจ็บปวด (ดูเหมือนพี่ๆ ที่จับฉลากได้ไม่ปวดจะเอาโชคของฉันไปหมดแล้ว... แต่ในเมื่อฉันเจ็บแบบบ้าคลั่งไปแล้ว ฉันก็คิดเสียว่าฉันรับเคราะห์แทนละกัน หวังว่าคนที่จะทำต่อไปจะไม่เจ็บนะ) ก่อนอื่น ฉันเจ็บมากๆๆๆๆๆ... น่าจะตอนยาสลบหมด ฉันขยับตัวเยอะมากถึงแม้ทุกคนจะช่วยจับไว้ข้างๆ แล้วก็ตาม เลยเหมือนร่างกายถูกใช้งานหนักขึ้นอีก คนที่โรงพยาบาลนี้ส่วนใหญ่ดูจะได้รางวัลไม่ปวด (เพื่อนฉันก็ทำที่นี่และบอกว่าไม่เจ็บ) แต่ฉันไม่มีฐานหน้าอกเลย ไม่เคยคลอดลูก และยังขยับตัวแรงหลังผ่าตัดอีก เลยอาจเป็นเพราะแบบนั้น ทั้งที่ปกติฉันทนความเจ็บระดับทั่วไปได้หมดแล้ว (ผ่าตัดหน้า, หัตถการ, ทำฟัน, แผลไฟไหม้) แต่ครั้งนี้คือเจ็บจริงๆ - วันที่ 1 เจ็บระดับใกล้จะสลบ เหมือนถ้าโดนยิงจะเป็นความรู้สึกแบบนี้ ถ้ารถบรรทุกทับผ่านไปก็คงรู้สึกแบบนี้ อึดอัดมาก หายใจไม่ออก รู้สึกเหมือนพูดไม่ได้เป็นครั้งแรก คอเจ็บ ใต้รักแร้ ท้อง แขนท่อนบน ครึ่งล่างของร่างกายเหมือนโดนรุมตีหมด เจ็บขนาดนี้แล้วคนยังใช้ชีวิตอยู่ได้จริงเหรอ? - วันที่ 2 เหมือนโดนมีดกรีด เพราะใส่อันใหญ่กว่าที่ข้างขวา เลยจำข้างซ้ายแทบไม่ได้ มีแต่ข้างขวาที่เจ็บกว่า ร้องไห้ก็เจ็บเพราะตัวสั่น เลยร้องไม่ได้ด้วยซ้ำ ผลข้างเคียงจากยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะทำให้อาเจียนและคลื่นไส้ตลอด ระหว่างไปโรงพยาบาลก็อาเจียนไม่หยุด ตัดสินใจไม่กินยาแก้ปวดแล้ว - วันที่ 3 พอไม่กินยาแก้ปวดก็รู้สึกเหมือนจะตาย เหมือนมีมีดเฉือนรอบปานนม เหมือนถูกเหล็กแหลมแทง << อันนี้เจ็บสุดและทรมานสุด ข้างซ้ายยิ่งเจ็บกว่า (สารพัดจริงๆ) เหมือนยาไม่เข้าตัวเลยจะอาเจียน แต่ตอนอาเจียนก็ต้องเกร็งหน้าอก เลยกลัวมาก - วันที่ 4 รอบปานนมคันมากและเจ็บมาก อาการเจ็บเหมือนถูกเหล็กแหลมแทงยังคงอยู่ เพิ่มอาการเจ็บแปลบที่ร่องอกและใต้เต้านมด้วย เพิ่มอาการแสบร้อน.. - วันที่ 5 วันนี้ด้านในของหน้าอกขวาตึงแข็งเหมือนหินและเจ็บ ความรู้สึกเหมือนถูกบีบรัดหนักที่สุด ต้นคอ กับบ่าคือ... โคตรทรมานจริงๆ - วันที่ 6 ต้นคอตึง ปวดหัวจนหลับไม่ได้ เพราะปวดหัวเลยมีอาการเจ็บแปลบตรงซี่โครงล่างซ้ายเหมือนอาหารไม่ย่อย ซึ่งหนักมาก - วันที่ 7~9 เนื้อหาใกล้เคียงกัน อะไรประมาณนั้น - วันที่ 10 เหมือนร่างกายเริ่มชินกับความเจ็บแล้ว ความถี่ของอาการปวดก็ดูจะลดลงบ้าง แต่ด้านข้างอกซ้ายยังเจ็บอยู่ เลยเอื้อมมือได้ลำบากนิดหน่อย ต้นคอก็ยังรู้สึกเหมือนจะตายอยู่ดี ตอนนี้ก็ค่อนข้างถูกทำให้สวยเกินจริงแล้ว เลยแอบคิดว่าตัวเองพูดเกินไปหรือเปล่า... ในรีวิวมีแต่พูดถึงเรื่องได้รางวัลไม่ปวด แต่ไม่มีใครพูดว่าปวดขนาดนี้ เลยทำให้ฉันกังวลเหมือนกัน เผื่อจะมีคนแบบฉัน ฉันหวังว่าจะช่วยปลอบใจได้บ้าง.. แม้เพียงนิดเดียว.. ตอนนี้แทบไม่เจ็บแล้ว เจ็บแค่ตอนตื่นเช้าแล้วแรงโน้มถ่วงดึงให้เอียงก็จะแบบสะดุ้งนิดหน่อย ดูเหมือนฉันจะเป็นคนที่ค่อนข้างใช้แรงมากอยู่แล้ว ท่าทางทุกอย่างเลยต้องระวังไปหมด ตอนนี้ยังยกแขนสูงๆ ลำบากอยู่! แต่สระผมถึงระดับศีรษะได้สบาย! - การดูแลหลังผ่าตัด อย่างที่บอกว่าฉันเจ็บมาก แต่ทุกครั้งที่เจ็บแล้วส่ง Kakao ไปบอกโรงพยาบาล เขาก็ให้ไปโรงพยาบาลฉีดยาแก้ปวดและสั่งยาให้ แถมทุกคนยังช่วยดูแลอย่างเต็มที่ เลยพอทนได้ และฉันไปเช็กอาการวันที่ 2, สัปดาห์ที่ 1, สัปดาห์ที่ 2 เขาแกะสายรัดบนหน้าอกออกเร็วกว่าที่คิดไว้มาก และตรวจอัลตราซาวนด์เต้านมให้ตลอด ทำให้ดูอาการบวมและอย่างอื่นอย่างละเอียด ในกรณีของฉันเพราะบวมอยู่บ้าง เขาจึงดูแลต่อเนื่องด้วยการให้น้ำเกลือและฉีดยา (จริงๆ ฉันคิดว่าการดูแลหลังผ่าตัดสำคัญกว่าตัวผ่าตัดอีก เลยรู้สึกขอบคุณมาก) แล้วฉันก็ปวดต้นคอและจุดอื่นๆ มากจนทรมาน เลยตอนนี้ครบ 2 สัปดาห์แล้วฉันกำลังรับคอร์สนวดเดโคลเต้แบบไม่ลงต่ำกว่ากระดูกไหปลาร้าอยู่ ดีมากกก!! 2. ความรู้สึกหลังผ่าตัด จากตรงนี้ฉันจะพูดสิ่งที่อยากพูดหน่อย! ไม่เกี่ยวกับผลผ่าตัดหรือโรงพยาบาลนะ!! แค่เพราะสภาพจิตใจฉันพังเฉยๆ;; - ความไร้พลัง ฉันเคยคิดว่าสิ่งภายนอกคือหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดของลำดับความสำคัญของฉัน แต่จริงๆ แล้วฉันกลับค้นพบว่าตัวเองเกลียดอะไรที่กระทบต่อความมั่นคงของชีวิตมากกว่าที่คิดไว้มาก... หลังผ่าตัด ฉันถึงขั้นรู้สึกแย่กับตัวเองที่เสียบที่ชาร์จเองไม่ได้ เปิดฝาขวดเองไม่ได้จนดื่มน้ำไม่ได้ แม้แต่แปรงฟันก็ยังลำบาก..? ไม่ใช่ว่าไม่คาดคิดเรื่องนี้เลย และบางทีไม่ว่าจะผ่าตัดอะไรก็เป็นขั้นตอนธรรมดาอยู่แล้ว.. ฉันผ่าตัดหลังย้ายบ้านพอดี เลยต้องอยู่ท่ามกลางของย้ายบ้านที่กองไว้สักพักก็ทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนกัน ปกติฉันเป็นคนที่ชอบใช้ร่างกายเต็มที่ เลยเป็นคนที่ถ้าดูเหมือนตัวเองอ่อนแอแล้วมีคนจะช่วยก็จะพูดว่า “เดี๋ยวฉันทำเอง!!” แต่เหมือนคำพูดที่ว่าคนผ่าตัดจมูกจะพยายามหลีกเลี่ยงการมีเรื่อง ฉันก็กลายเป็นคนที่หลีกเลี่ยงการใช้ช่วงบนเยอะๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ (แน่นอนว่าคุณหมอบอกว่าต่อให้รถบรรทุกผ่านมาเฉี่ยวก็ไม่เป็นไร...) ตอนนี้ยังเป็นความรู้สึกเหมือนของที่เมื่อก่อนแค่ยื่นมืออีกนิดก็แตะถึง แต่ฉันกลับไปให้ถึงอีกนิดนั้นไม่ได้ มันเลยค่อนข้างทำให้รู้สึกไร้พลัง ทุกคนบอกว่าผ่าศุกร์แล้ววันจันทร์ก็ไปทำงานได้สบาย... - ความต่อต้านทางใจต่อสิ่งแปลกปลอม ฉันอยากทุ่มร่างกายตัวเองออกไปสัมผัสโลกใบนี้อย่างไม่กลัวอะไรเลย!!! ในโลกนี้มีเรื่องที่ต้องกังวลและต้องใส่ใจเพื่อใช้ชีวิตเยอะเกินไปแล้ว แล้วนี่ก็ยังมีซิลิโคนเพิ่มมาอีก 500 กรัม;; (ตอนนี้ฉันก็กำลังพยายามรักสิ่งนี้อยู่เช่นกัน...) แค่ฉีดฟิลเลอร์คางฉันยังบอกตอนนวดให้หลีกคางหน่อย เวลา ล้างหน้าก็จะระวังแบบเงียบๆ พอเป็นสิวก็ยังลังเลที่จะบีบ แล้วการที่ฉันคิดจะใส่ซิลิโคนที่หน้าอกนี่คือปัญหาของฉันหรือเปล่า.? แต่ก็เพราะได้ลองทำแล้วถึงพูดแบบนี้ได้ ถ้าไม่เคยลองมาก่อน ก็คงได้แต่ชื่นชมการทำหน้าอกไปตลอดชีวิต ไม่ว่าจะผลข้างเคียงหรือความไม่สะดวกอะไร ก็ตายไปพร้อมความเสียดายแน่ๆ!!! เหมือนคนที่เคยหย่ามาแล้วอาจมองการแต่งงานอย่างระแวงและจากไปได้โดยไม่ค้างคา แต่ถ้าทั้งชีวิตอยากแต่งงานแต่ทำไม่ได้ ก็อาจมีแต่ภาพฝันเรื่องชีวิตแต่งงานแล้วตายไปแบบนั้น ประมาณนั้น ไม่ว่าเรื่องไหน คนเราก็ต้องเจอกับตัวเองถึงจะรู้ แต่ฉันคิดว่าถ้าเป็นคนที่จริงๆ แล้วมีนิสัยละเอียดอ่อนกว่าที่คิด และมีการต่อต้านทางใจต่อการมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ขอให้กลับไปคิดอีกสักครั้งเถอะ! (อืม.. ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะ? งั้นไม่ทำดีไหม? แค่รู้ไว้ก่อนว่าแม้หลังผ่าตัดก็อาจมีความคิดแบบนี้เกิดขึ้นได้ ฉันก็น่าจะขอบคุณแล้ว) - พอสิ่งที่อยากได้จริงๆ มีมากขึ้นก็จะทุกข์ พอฉันคิดว่าทำไมตัวเองถึงทรมานขนาดนี้ ก็เลยรู้ว่าที่ทุกข์เพราะฉันอยากอยู่กับหน้าอกนี้ไปนานๆ และในเมื่อได้หน้าอกมาแล้ว ก็ยังอยากใช้ชีวิตต่อให้ดีเหมือนเดิม ความโลภของตัวเองนี่แหละที่ทำให้ฉันเหนื่อย แน่นอนว่าตอนนี้ฉันผ่านช่วงเจ็บปวดและลำบากมาแล้วจนมีหน้าอก และได้ชุดที่ใส่ออกมาสวยขึ้น ฉันก็เลยชอบ แต่ถ้าวันหนึ่งทนไม่ไหวล่ะ? เฮ้ย ต้องแก้ใหม่เหรอ ความกังวลแบบนั้นฉันไม่อยากคิด ฉันจะคิดว่า ‘อืม แก้ก็แก้ ไปก็ได้ ได้เจ้าเนื้อนิ่มใหม่อีกชิ้น’ ถ้าอยากเอาออกล่ะ? แทนที่จะคิดว่า ‘อ้าว เสียดาย ทำไงดี’ ฉันจะคิดว่า ‘กำลังจะกลับสู่ภาวะอิสระในทันที’ แล้วไปเลยแบบไม่ลังเล (ก็ได้ลิสต์โรงพยาบาลที่ถอดเก่งไว้แล้วด้วย ^) เพราะงั้นตอนนี้จิตใจฉันสบายขึ้นมาก จนเริ่มใช้ร่างกายหนักๆ ใช้ชีวิตไปแบบธรรมดาเลย (อย่าทำแบบนี้นะ... นี่เป็นร่างกายของฉัน ถ้าพลาดฉันจะวิ่งไปโรงพยาบาลเอง แต่พวกคุณไม่ควรทำ) ยาวไปแล้วใช่ไหม? ขอโทษนะ;; สรุปก็คือ 1. ฉันหาข้อมูลมาอย่างดี และได้หน้าอกสวยๆ อย่างปลอดภัยจากคุณหมอที่ดี 2. แต่ฉันเจ็บมากและทรมานทางใจมาก 3. ดูเหมือนฉันจะสร้างบรรยากาศน่ากลัวเกินไป เลยขอบอกว่าคนส่วนใหญ่น่าจะไม่เจ็บเท่าฉัน ทรมานน้อยกว่าฉัน และฟื้นตัวได้ดีกว่าฉันเยอะ (ฉันก็หวังให้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน) งั้นก็อย่ากลัวเกินไป แต่ก็ 4. แค่ฉันอยากบอกว่ามีคนแบบนี้อยู่เหมือนกัน เลยอยากให้คิดให้รอบคอบอีกครั้งก่อนจะทำ! ถ้าเจ็บหรือมีอะไรผิดปกติแม้แต่นิดเดียวก็ควรหาโรงพยาบาลที่จัดการได้ดี หรือรอบคอบกว่านี้! ฉันอาจจะรอดมาได้ก็เพราะโรงพยาบาลดูแลฉันดีมาก;; ถึงตรงนี้คุณอาจคิดว่า “ทำไปแล้ว ยังจะคิดแก้ในอนาคตอีก แล้วมาบอกพวกเราว่ามันเจ็บและลำบากทำไม;;” แต่ในเมื่อทำไปแล้วจะให้ทำยังไง...... ยังไงซิลิโคนก็ต้องมีวันเอาออกอยู่ดี เพราะงั้นก็มีแค่สองทางเลือกคือแก้ใหม่หรือเอาออก ฉันเลยจะปลอบใจตัวเองและคิดให้สบายๆ แบบนี้แหละ! นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะสื่อ และกว่าฉันจะคิดได้แบบนี้ก็ไม่ง่ายเลย เลยเขียนขั้นตอนตรงนั้นไว้! อย่างน้อยก็ซื้อบัตรประสบการณ์หน้าอกใหญ่แล้ว (ก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้นหรอก) งั้นฉันก็จะโอบรับสิ่งนี้แล้วใช้ชีวิตให้ดีไปก่อน ถ้าทำแล้วก็ขอให้ฟื้นตัวสวยและสุขภาพดีนะ!! แม้ยังไม่ได้ทำ ก็ขอให้ทุกคนเจ็บน้อยลง (เจ็บขนาดนี้คนเดียวพอแล้ว.) และขอให้ทุกอย่างผ่านไปดี ไม่ต้องกังวลอะไรเลย!! ขอบคุณที่อ่าน! ++ ถ้ามีอะไรสงสัย คอมเมนต์หรือส่งข้อความมาได้เลย! ฉันจะตอบให้แม้จะช้า! +++ ตอนนี้ฉันไม่เจ็บเลย ฟื้นตัวดีมาก และใช้ชีวิตแบบไม่มีอะไรไม่สบายใจแล้ว!!! (2026.02.27.)

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้