รีวิว 1 สัปดาห์และ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัดกรามเหลี่ยมที่ ㅅㅅㅇ หลังจากคิดแล้วคิดอีกนับครั้งไม่ถ้วน สุดท้ายก็ตัดสินใจที่ ㅅㅅㅇ และผ่าตัดกับคุณหมอประจำแผนก ปักจงริม ⚫️ ปรึกษาก่อนผ่าตัด ⚫️ เป็นคลินิกขนาดเล็ก บรรยากาศเงียบสงบ และเจ้าหน้าที่ทุกคนใจดีมาก ตอนปรึกษาครั้งแรก ผู้จัดการไม่ได้แนะนำอะไรเพิ่มเติมเลย ค่อย ๆ รับฟังเรื่องของฉันทั้งหมดก่อน แล้วก็จับประเด็นสำคัญได้ดีมาก ฉันเครียดมากเพราะไปทั้งที่นอนไม่หลับมาทั้งคืน และเป็นคนที่ค่อนข้างไวต่อความรู้สึก แต่สีหน้าและน้ำเสียงของผู้จัดการนุ่มนวลมาก ทำให้ฉันค่อย ๆ ผ่อนคลายลง ตอนปรึกษาครั้งที่สอง ฉันเล่าความกังวลทั้งหมดให้คุณหมอปักจงริมฟัง ฉันมีขากรรไกรล่างเบี้ยวไปทางซ้ายร่วมกับการสบฟันผิดปกติและความไม่สมมาตร เลยบอกว่าต้องการเก็บแค่กรามเหลี่ยมด้านซ้าย แต่ไม่อยากให้ใบหน้าด้านหน้าหรือคางด้านหน้าดูเรียวลงหรือเปลี่ยนลุคจากด้านหน้า คุณหมออธิบายอย่างละเอียดพร้อมดูภาพ CT และบอกว่าถ้าลบกรามเหลี่ยมออกแค่นิดเดียว ใบหน้าฉันจะกลายเป็นหน้าเหลี่ยมมาก จึงไม่ควรตัดมุมด้านซ้ายเกือบทั้งหมด แค่กรอออกนิดเดียว แล้วใช้การตัดกระดูกคอร์ติคัลปรับให้กว้างขึ้นแทน ถ้าทำแค่ด้านซ้าย ความไม่สมมาตรจะไม่ดีขึ้น จึงต้องแตะด้านขวาแค่พอให้สมดุลกับด้านซ้าย คุณหมอรับฟังทุกอย่างของฉันโดยสบตากันตลอด และใช้เวลาปรึกษานานมาก ท่านอธิบายอย่างสบาย ๆ จนกว่าฉันจะเข้าใจ และยิ้มอย่างเป็นกันเอง ทำให้ฉันเชื่อมั่นเพราะรู้สึกว่าท่านพยายามให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติที่สุด ตอนที่ฉันลังเลเรื่องผ่าตัด ครอบครัวก็เป็นห่วงว่าถ้าแตะใบหน้าแค่นิดเดียวอาจจะกลายเป็นหน้าเหลี่ยมมากเกินไป เลยทำให้ฉันตัดสินใจว่าจะผ่าตัดที่นี่ ⚫️ วันผ่าตัด ⚫️ ฉันตื่นเต้นมาก ปกติฉันมีอาการแพ้ผิวหนัง แพ้ยาปฏิชีวนะ และตอนส่องกล้องกระเพาะอาหารแบบยานอนหลับก็เป็นคนที่ตื่นช้า ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ฉันได้ปรึกษาแยกกับคุณหมอวิสัญญีผู้หญิง ถามทุกอย่างที่สงสัย และท่านก็อธิบายดีมาก พยาบาลวิสัญญีก็เข้ามาด้วย และหลังผ่าตัดก็ยังมอนิเตอร์ผ่านมือถือของคุณหมอโดยบอกว่าไม่ต้องกังวล พร้อมยิ้มปลอบใจ ทำให้ฉันสบายใจขึ้นมาก หน้าตาก็ดูดีด้วย จากนั้นก็ตรวจแผนการผ่าตัดกับคุณหมอปักจงริมอีกครั้ง ท่านบอกว่าการผ่าตัดค่อนข้างซับซ้อนกว่าที่คาดไว้ พอดู CT แล้วอธิบายว่าจะดำเนินการอย่างไร และเช็กด้วยว่าที่ฉันต้องการนั้นใช่แนวทางนี้จริงไหม พอฉันบอกว่ากังวลเรื่องการใส่สายระบาย ท่านบอกว่าอาจไม่ต้องใส่ ขึ้นอยู่กับสภาพการห้ามเลือด และสุดท้ายฉันก็ไม่ได้ใส่จริง ๆ พอฟื้นสติอีกทีก็อยู่ในห้องพักฟื้นแล้ว ซึ่งสะอาดและสบายมาก ไม่เจ็บเลย แต่มีเสมหะกับน้ำมูกออกมา และการหายใจถึงจะสบายขึ้นก็ต้องรอไปหลายชั่วโมง หลังจากถอดสายน้ำเกลือแก้ปวดแล้วกลับบ้านมา จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เจ็บเลย น่าทึ่งมาก ความรู้สึกบริเวณหน้า กราม และรอบปากก็ยังปกติดีทั้งหมด คุณหมอปักมาเช็กหลังผ่าตัด และตอนเลิกงานก็แวะมาอีกครั้งเพื่อให้ฉันสบายใจ นอกจากนี้คุณหมอวิสัญญีผู้หญิงก็แวะมาเอง บอกว่าผ่าตัดไปได้ดีและยังติดตามอาการอยู่ ผู้จัดการก็มาด้วย และพยาบาลก็ตรวจเช็กฉันตลอด เพราะผ่าตัดตอนบ่ายเลยกังวลว่ากลางคืนจะไม่มีใครอยู่ แต่พยาบาลเวรกลางคืนคนหนึ่งแวะมาดูทั้งคืน เปลี่ยนขวดน้ำให้เพราะฉันต้องดื่มน้ำ แล้วก็ประคบเย็นที่คางให้ด้วย เธอเข้ามาเช็กเรื่อย ๆ จนถึงประมาณ 7 โมงเช้าวันถัดไป ฉันนอนไม่หลับเลยประคบเย็นทั้งคืนอย่างเต็มที่ ตอนเช้าคุณหมอมาเช็ก แล้วมีผู้ดูแลมารับก็กลับบ้านได้ ตอนแรกคิดว่าน่าจะกลับเองได้ แต่มีผู้ดูแลมารับจะปลอดภัยกว่า เพราะก้มหน้าไม่ได้เลย มองบันไดหรือมองพื้นลำบาก ⚫️ สัปดาห์ที่ 1 ⚫️ เพราะฉันผ่าตัดด้านซ้ายเพื่อแก้ความไม่สมมาตร ด้านซ้ายเลยบวมมาก แต่ก็รู้สึกว่าบวมยุบลงเยอะแล้ว รอยช้ำไม่มีสีน้ำเงินเลย มีแค่สีเหลืองกระจายอยู่ ฉันไม่เคยเจ็บเลย และความรู้สึกก็ยังปกติดี ⚫️ สัปดาห์ที่ 2 ⚫️ โชคดีที่ฉันเป็นคนบวมน้อยอยู่แล้ว รอยช้ำสีเหลืองก็แทบหายหมดแล้ว เดินไปไหนมาไหนได้ปกติแล้ว คุณหมอบอกว่าต้องทาครีมกันแดดที่คางกับคอให้ดี ช่วง 2 สัปดาห์ที่นอนหนุนหมอนสูงกับหมอนรองตลอด ทำให้รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา เรื่องอาหารฉันพยายามกินให้ได้สารอาหารครบถ้วนทุกวัน โดยกินน้ำฟักทอง น้ำดอกคัมพานูลาและลูกแพร์ ซุปกระดูกวัวไม่ใส่เกลือ โจ๊ก พิวเร่แอปเปิลลูกแพร์ โยเกิร์ตไม่หวาน ซุปซุนดูบูกราแตง ซุนดูบูกราแตง อะโวคาโด กล้วย นมถั่วเหลือง ชีส และพิวเร่ะมะเขือเทศเป็นอาหารหลักทุกวัน เพราะยังแปรงฟันได้ไม่ดี ปากเลยมีรสขม ๆ พอเบื่ออาหารแล้วเวลาเครียดก็มักอยากกินช็อกโกแลตกับชีสเค้กเลยกินไปด้วย เพราะไปโรงพยาบาลเพื่อดูแลสัปดาห์ละครั้ง เลยคิดว่าอาการบวมน่าจะค่อย ๆ ยุบลงต่อไปได้ดี คอด้านล่างแนวกรามก็บวมอยู่บ้าง และเนื้อยังแข็ง ๆ จับเป็นก้อน เวลาเอียงหรือเงยหน้าจะยังรู้สึกตึงอยู่ ไม่เจ็บแต่ก็ไม่ค่อยสบายเท่าไร แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกจริง ๆ ว่าตัดสินใจผ่าตัดถูกแล้ว เดี๋ยวจะมาอัปเดตอาการต่อ
โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง
โพสต์อื่นในหมวดนี้
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review19 ก.พ. รีวิว Toxnfill จากชุมชนหนึ่ง
อืม เพื่อนฉีดโบท็อกซ์กรามที่ Toxnfill อย่างต่อเนื่องอยู่ แล้วแนะนำว่าผลดี ฉันก็เลยฉีดโบท็อกซ์คางกับฉีดปรับรูปหน้าค่ะ โบท็อกซ์คางเริ่มที่ 19,000 วอน และราคาจะต่างกันตามว่าเป็นของเกาหลีหรือของต่างประเทศค่ะ! ของเยอรมันเหมือนจะเจ็ดหมื่นกว่
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review19 ก.พ. รีวิว Toxnfill จากชุมชนหนึ่ง
อืม เพื่อนฉีดโบท็อกซ์กรามที่ Toxnfill อย่างต่อเนื่องอยู่ แล้วแนะนำว่าผลดี ฉันก็เลยฉีดโบท็อกซ์คางกับฉีดปรับรูปหน้า...
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review19 ก.พ. รีวิวลดโหนกแก้ม
ตั้งแต่เด็กฉันกังวลเพราะโหนกแก้มใหญ่เป็นพิเศษ โดยเฉพาะตอนยิ้ม ตอนนี้อายุ 30 กว่าแล้ว ถ้ารอไปภายหลังคงยิ่งทำไม่ได้ เลยตัดสินใจทำผ่าตัดโหนกแก้มค่ะ ฉันหาข้อมูลศัลยกรรมโครงหน้าจากที่ที่ไม่มีการรักษาเกินความจำเป็น…
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review19 ก.พ. รีวิวโบท็อกซ์กรามเหลี่ยม
เดิมทีกรามเหลี่ยมของฉันไม่ได้รุนแรงมาก แต่คิดว่าน่าจะสวยกว่าการไม่ฉีด และคนรอบตัวพูดกันเยอะว่าราคาไม่แพงแล้วสวยขึ้นได้ ฉันเลยคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแล้วไปฉีด แต่ผลออกมาชัดเกินไปจนกลับกลายเป็นหน้าดูไม่มีราคาแทน…
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review19 ก.พ. รีวิว Dr. Son Yu-na ในชุมชน
น่าเสียดายที่ผอ. Son Yu-na สามารถทำหัตถการให้ได้แค่ครั้งสุดท้ายครั้งเดียว ดังนั้นที่เหลือฉันรับจากผอ.ผู้ชายทั้งหมด ทั้งสองท่านใจดีค่ะ ส่วนผลลัพธ์ ฉันไม่เคยฉีดปรับกรอบหน้าที่อื่นมาก่อน เลยเปรียบเทียบไม่ได้ พูดตรงๆ ก็ไม่รู้สึกว่าต่างมาก แต่
รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม@cheekbone-review19 ก.พ. รีวิว The Fix
ใบหน้าของฉันค่อนข้างเล็ก แต่หน้าผากกว้างมากจริงๆ จนได้ฉายาว่าหวงเฟยหง และคนก็เอาแต่พูดเรื่องหน้าผากฉันตลอด เลยตัดสินใจทำลดขนาดหน้าผากและปลูกผมที่นี่ คุณหมอที่นี่เปิดคาเฟ่ด้วยเลยดูเป็นมืออาชีพมาก…