โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม

มาเล่าเรื่องที่รูปหน้าของฉันซึ่งเคยวุ่นวายไปหมด ประสบความสำเร็จจากการกรอปรับรูปหน้า 3 จุด

ขอบอกไว้ก่อนว่า ฉันผ่าตัดปรับรูปหน้า 3 จุด (โหนกแก้ม, กรามแบบ long curve, คางหน้า) เพราะไม่ใช่การผ่าตัดเล็ก แต่เป็นการผ่าตัดใหญ่ ระหว่างพักฟื้นเลยมีช่วงที่รู้สึกจิตตกอย่างแรงจริง ๆ ช่วง 3 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด เมื่อตื่นจากยาสลบแล้ว ทั้งหน้าปวดไปหมด ถ้าบอกว่าไม่ปวด นั่นคือโกหก.. ถ้ามีใครบอกว่าผ่าตัดปรับรูปหน้าแล้วช่วงแรกพอทนได้ รีวิวแบบนั้นคงเป็นรีวิวปลอมที่คนไม่เคยผ่าตัดเขียนขึ้นมาเฉย ๆ.. เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ปวด.. ช่วงแรกปวดมากจนร้องไห้ไม่ออกด้วยซ้ำ.. แล้วเขาบอกว่าถ้าหายใจให้ดี ฤทธิ์ยาสลบจะหมดเร็วขึ้น ฉันเลยพยายามหายใจอย่างตั้งใจ เพราะเป็นการดมยาสลบแบบทั่วร่างกาย ก็ต้องเผื่อเรื่องเจ็บคอไว้ด้วย ระหว่างนั้น ทุกครั้งที่ฉันปวดหรือนอนไม่ค่อยหลับ พนักงานกับพยาบาลก็ผลัดกันมาตรวจดูให้ ตอนนั้นไม่รู้ว่าเพราะความปวดหรือเปล่า ฉันตอบสนองค่อนข้างหงุดหงิด และทำตัว.. อ่อนไหวง่ายไปหน่อย แต่พวกเขาก็รับมือทุกอย่างโดยไม่บ่นเลย ฉันรู้สึกขอโทษมากจริง ๆ พอเจ็บแล้วนิสัยจริง ๆ ของคนคงออกมาละมั้ง;;.. ยังไงก็ตาม.. ฉันพยายามฝืนข่มตานอน ทั้งที่หลับไม่ลง ตอนออกจากโรงพยาบาลต้องถอดสายระบาย ตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่าเจ็บน้อยเลย สายถูกดึงออกมาจากลึก ๆ ในเหงือก จะไม่เจ็บได้ยังไง.. แต่โชคดีที่เขาบอกว่าการผ่าตัดผ่านไปได้ดี เพราะฉันบอกพ่อแม่ไม่ได้ เลยขอให้น้องแท้ ๆ มาเป็นผู้ดูแล น้องดู CCTV ให้ตลอดระหว่างที่ผ่าตัด จองที่พักใกล้โรงพยาบาลแล้วนอนค้างหนึ่งคืน และบอกว่ากังวลเรื่องฉันจนอยู่ไม่สุขตลอด.. ฉันรู้สึกผิด แล้วการพยุงคอก็ค่อนข้างลำบาก รู้สึกเหมือนออกแรงตามใจตัวเองไม่ได้? เวลานอน เวลานั่งเดิน ฉันระวังตลอด.. หลังจากถึงบ้านแล้วคงเพิ่งตั้งสติได้บ้าง พอเห็นหน้าน้องก็รู้สึกน้อยใจจนจุกขึ้นมา.. จากนั้นดื่ม New Care ที่โรงพยาบาลให้มา กินยา แล้วก็หลับไป หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ดีขึ้นทีละนิดในแต่ละวัน ช้ามากจริง ๆ อาการฟันรู้สึกบีบรัดก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ตามวัน และวันที่ 7 ก็อ้าปากได้ประมาณ 1 นิ้วมือ? อ้าได้พอใส่เข้าไปได้ และตั้งแต่นั้นความอยากอาหารก็เพิ่มขึ้นมากจริง ๆ แต่กินตามใจไม่ได้ เพราะกลัวจะไปเกี่ยวไหมเย็บในปาก.. ถึงอย่างนั้น การบ้วนปากก็ง่ายกว่าช่วงแรก ก่อนหน้านั้นน้ำจะไหลออกมาข้างนอกเรื่อย ๆ แต่ตั้งแต่ครบหนึ่งสัปดาห์ ปริมาณที่ไหลออกมาก็ลดลงมาก และโดยรวมค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสภาพที่รู้สึกได้ว่า “โอเคนะ” แน่นอนว่ารอยช้ำยังเหลือง ๆ อยู่ และความรู้สึกเมื่อเทียบกับตอนแรกกลับมาประมาณ 30% อ้อ น้ำยาบ้วนปากแนะนำ Listerine สีม่วง สำหรับฉัน Listerine เข้ากว่ากากลินธรรมดา รู้สึกสดชื่นกว่ามากประมาณนั้น และหลังจากเอาไหมในปากออกหมดแล้ว ก็เห็นได้ด้วยตาเปล่าทันทีว่าอาการบวมยุบลง เริ่มมีความรู้สึกจี๊ด ๆ ที่กล้ามเนื้อใบหน้าด้วย ตอนนี้พอมาคิดดู อาจเป็นเพราะกล้ามเนื้อขยับให้เข้ากับกระดูก และเส้นประสาทกำลังกลับมาก็ได้.. พอครบหนึ่งเดือน การหาวก็สบายกว่าเดิมมาก จริง ๆ แล้วไม่ควรนอนตะแคง แต่ประมาณวันที่ 50 ฉันก็ลองค่อย ๆ นอนตะแคงดูบ้าง.. (แน่นอนว่านอนตะแคงเพียงเล็กน้อยบนที่ที่นุ่มมาก ๆ) ของส่วนใหญ่ก็กินได้แทบหมดแล้ว แน่นอนว่าบริเวณโหนกแก้มยังรู้สึกถูกกดเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้น ความรู้สึกบนใบหน้ากลับมาเกือบ 80% แล้วในตอนนั้น ตอนนี้เหมือนกับว่าเคยปวดตอนไหนกัน อาการบวมและรอยช้ำหายไปหมดแล้ว และความรู้สึกก็กลับมาทั้งหมด ความรู้สึกเหมือนฟันถูกบีบรัดตอนนี้ก็ไม่มีเลย และผิวหย่อนคล้อยที่กังวลที่สุดก็ไม่มี ไม่ว่าจะถ่ายจากด้านหน้า ด้านข้าง หรือมุม 45 องศา ใบหน้าก็เริ่มดูเรียบเนียนเหมือนไข่แล้ว

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้