โพสต์

รีวิวศัลยกรรมจมูก

อย่าทำเสริมจมูกแบบปิดชนิดฉีดกระดูกอ่อนเข้าไป ทำตามวิธีมาตรฐานเถอะ

การผสมผสาน พังผืดกล้ามเนื้อขมับ + ซิลิโคน + กระดูกอ่อนหู

1. เพราะเป็นวิธีผ่าตัดแบบปิด จึงไม่สามารถผ่าตัดได้แม่นยำเท่าแบบเปิด   -ซิลิโคนยังขยับอยู่จนถึงตอนนี้ และพอไปถ่าย CT ดู ตำแหน่งของมันเองก็เอียงอยู่

2. ส่วนหนึ่งก็เพราะผิวบาง แต่จากการเกิดแคปซูล ทำให้อักเสบเป็นๆ หายๆ ซ้ำไปมา     -แดงขึ้นมาไม่เลือกเวลา (ไม่เจ็บ ยังไม่ถึงขั้นจมูกหดรั้ง)

3. ทำไลน์สวยเด่นไม่ได้   -คนอื่นคิดว่าฉันแค่ฉีดฟิลเลอร์จมูกมาเส้นหนึ่ง (สำหรับบางคนอาจเป็นข้อดี แต่สำหรับฉันไม่ใช่)

วิธีผ่าตัดแบบนี้ฉันแนะนำให้เฉพาะคนที่ผ่าตัดแค่ปลายจมูกเท่านั้น (จริงๆ ไม่แนะนำ แนะนำให้กรีดคอลัมเมลลาแล้วผ่าตัดโดยมองเห็นอย่างแม่นยำด้วยตา)

คนอื่นๆ ทำตามวิธีมาตรฐานเถอะ อย่าเสียใจทีหลังเหมือนฉัน

------------------ ข้อความแก้ไข 2026.01.16 ฉันจะเขียนคำถามจากคอมเมนต์บางข้อกับสิ่งที่นึกออกไว้ตรงนี้

0) โรงพยาบาลที่ผ่าตัด ฉันผ่าที่ที่ถือว่าเป็นต้นตำรับ ได้ยินว่าตอนนี้แม้แต่จองคิวก็ยากแล้วเหรอ?

1) ไม่ได้ทำ AS/แก้ไขเหรอ ตอนนั้นเขาไม่แม้แต่จะถ่าย CT ดู ตัดสินจากตาเปล่า/การคลำเท่านั้น แล้วบอกว่าเป็นเพราะใส่กระดูกอ่อนมากเกินไป แค่เหลาออกนิดหน่อยก็ได้ ฉันเลยได้รับการผ่าตัดอีกครั้งแบบปิด (ใช้เวลา 20 นาที) ฉันก็โง่เองแหละ น่าจะงอแงขอให้ถ่าย CT อย่างน้อยก็ยังดี แต่ดันเชื่อสนิทใจ -> ตอนนี้พอไปปรึกษาแก้จมูกหลายที่และถ่าย CT ดู ถึงรู้ว่าตัวซิลิโคนเองเอียงอยู่

2) วางพังผืดกล้ามเนื้อขมับไว้ตรงไหน เขาบอกว่าวางไว้ตรงหว่างคิ้วเพื่อไม่ให้ซิลิโคนส่องเห็น แต่ไร้สาระ ไม่มีผลอะไรเลย เหลือแค่แผลเป็นจากการเอาพังผืดกล้ามเนื้อขมับออกมา รู้สึกว่าเป็นการเก็บเนื้อเยื่อและวัสดุผ่าตัดที่ไม่จำเป็น

3) ซิลิโคนยังขยับอยู่จนเกือบครบ 2 ปีหลังผ่าตัด เขา gaslight ฉันหนักมาก พูดอะไรบ้าๆ ว่า “ซิลิโคนก็ขยับได้อยู่แล้ว” และตอนนั้นไม่ได้มีจมูกหดรั้งหรืออักเสบรุนแรง ฉันเลยโอเคกับส่วนนี้ไป

4) เพราะเป็นกระดูกอ่อนที่บดแล้วใส่เข้าไป ปริมาณที่ต้องเก็บออกมาจึงมากกว่า ตอนแก้จมูกครั้งนี้ฉันใช้กระดูกอ่อนซี่โครงตัวเอง แต่หมอบอกว่าถ้าต้องการทำให้ปลายจมูกกลม อาจต้องเก็บกระดูกอ่อนหูถ้าทำได้ดี แต่พอผ่าตัดเสร็จ หมอบอกว่ากระดูกอ่อนหูในจมูกฉันมีเยอะมาก เลยเอากลับมาใช้ใหม่ (อ้อ บอกไว้ก่อนว่าเคยใช้ทั้งสองหูแล้วนะ^^)

5) เพราะเป็นแบบปิดเลยไม่ต้องใส่เฝือก/ฟื้นตัวเร็ว หลังจากทำมาทั้งสองแบบ ผลคือถ้าแตะต้องถึงสันจมูกและหลังจมูก เฝือกจำเป็นแน่นอน (ตอนนี้จมูกใหม่ที่ทำมาอยู่ช่วงสัปดาห์ที่ 3-4 แล้ว ซิลิโคนไม่ขยับเลย ฉันโดน gaslight จนคิดว่าซิลิโคนทุกอันต้องขยับ) นอกจากส่วนที่กรีดคอลัมเมลลาแล้ว ระยะฟื้นตัวเหมือนกัน ไม่มีความต่างเลย (ถ้ามีตัดกระดูกด้วยก็คงต่าง แต่ใครจะตัดกระดูกด้วยวิธีปิดล่ะ)

6) เหตุผลที่แนะนำเฉพาะปลายจมูก จะทำเสาค้ำคอลัมเมลลาด้วยการฉีดกระดูกอ่อนแบบปิดได้ยังไง? มันก็แค่วางกระดูกอ่อนไว้บนปลายจมูกเท่านั้น ดังนั้นฉันคิดว่าเป็นวิธีผ่าตัดที่อาจพอพอใจได้โดยไม่มีผลข้างเคียง เฉพาะกรณีที่แก้ปลายจมูกเล็กน้อยจริงๆ เท่านั้น

ฉันผ่าตัดเพราะมีความคิดว่าไม่อยากให้เหลือแผลกรีดเด็ดขาด เลยตามหาแต่แบบปิดอย่างหนักแล้วไปผ่ามา แต่ตอนนี้ก็คิดว่า ถ้าตอนนั้นหาข้อมูลให้รอบคอบกว่านี้และไปปรึกษาหลายๆ แบบกว่านี้จะเป็นยังไง

ตอนที่ฉันหาข้อมูลแก้จมูกครั้งนี้ ก็รู้สึกว่าไม่เหมือนเมื่อ 2 ปีก่อนที่ฉันทำ ตอนนี้โรงพยาบาลที่ทำแบบปิด + ฉีดกระดูกอ่อนเพิ่มขึ้นเยอะมาก และคิดว่าคนอื่นๆ คงจะถูกล่อใจเหมือนฉัน

เป็นคำพูดที่ทุกคนพูดกันจริงๆ แต่ขอให้หาข้อมูลออนไลน์ให้มาก เดินปรึกษาให้มาก และคิดให้เยอะๆ! และถ้าไม่ใช่คนที่เป็นคีลอยด์ หรือไม่ใช่คนที่แค่ยกปลายจมูกขึ้นนิดเดียวจริงๆ ฉันไม่แนะนำเด็ดขาด ดังนั้นถ้าคิดว่าจมูกตัวเองไม่ใช่แบบนั้น ก็อย่าแม้แต่จะมองวิธีนี้เลย

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้