พอยาชาเริ่มหมดฤทธิ์ รู้สึกตาตึงๆ หน่วงๆ และปวดตุบๆ นิดหน่อย วันผ่าตัดตื่นเต้นมาก แต่พอได้คุยกับเจ้าหน้าที่ในห้องผ่าตัดก็รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย บอกไว้ก่อนว่าเท้ามีเหงื่อออกด้วย หลังเลิกกันก็เคยคุยกับผู้ชายใหม่ๆ อยู่ แล้วก็ได้รับการปลอบใจประมาณว่า จักรยานพังมันก็พันกันได้
หลังผ่าตัดเสร็จใหม่ๆ ไปห้องพักฟื้นแล้วรีบประคบเย็นอย่างขยันเลย
วันที่ 1 วันที่บวมหนักที่สุด ลืมตาได้ แต่ปวดตุบๆ เหมือนมีหินหนัก 200 กิโลมาทับ แทบไม่มีรอยช้ำ แค่รู้สึกว่า “อ๋อ เราผ่าตัดมาแล้วนะ” ประคบเย็นต่อเนื่อง
วันที่ 2 ยังบวมอยู่ แต่ดีขึ้นกว่าวานเล็กน้อย ลืมตาง่ายขึ้นนิดหน่อย และรู้สึกแสบตา เห็นไลน์ชัด เลยแอบคาดหวังนิดๆ
วันที่ 3 รู้สึกสบายขึ้นอย่างชัดเจนเล็กน้อย ตาขวาลืมได้ดีกว่า และแทบไม่ปวดแล้ว ยังปวดตุบๆ อยู่ แล้วก็แสบ พอบวมยุบ ไลน์ตารู้สึกเริ่มเป็นธรรมชาติมากขึ้นนิดหน่อย!
วันที่ 4~5 อาการบวมยุบลงอย่างเห็นได้ชัด ลืมตาก็ดูเป็นธรรมชาติ และรอยปากกาเมจิกที่ทำไว้ก่อนผ่าตัดกับรอยที่ดูคล้ายรอยช้ำก็จางลงบ้าง ไม่ค่อยดูออกว่าทำตาสองชั้นมา แต่ยังบวมอยู่นิดหน่อย
ครบหนึ่งสัปดาห์ ใช้ชีวิตประจำวันได้เต็มที่ ไม่ใช่ตาสองชั้นที่ดูเยอะเกินไปจนใครเห็นก็รู้ แต่ดูเป็นธรรมชาติ ตอนตาชั้นเดียวภาพลักษณ์ดูอ่อนโยน แต่ตอนนี้ดูคมชัด + หล่อสวยนิดๆ เลยพอใจมาก อาจเพราะเป็นเทคนิคเย็บยึดธรรมชาติ ไลน์ตาเลยคงที่และไม่ดูฝืน ไม่ใช่ดวงตาแบบ “ฉันไปทำตาสองชั้นมา!” แต่ดูเป็นธรรมชาติเหมือนมีมาตั้งแต่แรก แนะนำจริงๆ สำหรับคนที่อยากได้ตาสองชั้นแบบธรรมชาติ 👍