สวัสดี! ฉันไม่คิดเลยว่าคนที่ไม่เคยสนใจแม้แต่นิดเดียวเรื่องศัลยกรรมอย่างฉัน จะได้มาทิ้งรีวิวไว้ที่นี่.. แต่ถึงอย่างนั้น ตอนหาคลินิกและพยายามตั้งสติจากสภาพจิตใจที่พัง ฉันได้รับความช่วยเหลือจากคอมมูนิตี้นี้เยอะมาก เลยอยากมาเขียนรีวิวการเอาออกเร็ว และจะแชร์อาการหลังจากนี้ด้วย การเอาออกเร็วมีคนห้ามเยอะ และรีวิวก็น้อย ฉันเองก็ลำบากเหมือนกัน,, ถึงตอนนี้อาจยังไม่ใช่ แต่ในอนาคตอาจมีคนที่กำลังคิดเรื่องเอาออกเร็ว เลยโพสต์ไว้เผื่อจะเป็นประโยชน์
1. ก่อนอื่น ทำไมถึงตัดสินใจเอาออกเร็ว? - ฉันทำศัลยกรรมจมูกแบบหุนหันพลันแล่นเกินไป เดิมทีก็คิดอยู่แล้วว่าจมูกบนหน้าตัวเองยังน่าเสียดายนิดหน่อย แต่พออายุเข้าช่วงกลาง 20 ก็เริ่มสนใจหัตถการ แล้วก็เริ่มสนใจศัลยกรรมจมูกด้วย ฉันดูแต่รีวิวศัลยกรรมจมูกใน Instagram Reels แล้วนัดปรึกษาแบบหุนหันมาก ตอนนั้นเหมือนถูกอะไรสิงก็ไม่รู้ มีความคิดแรงมากว่าต้องทำเดี๋ยวนี้! เลยจองผ่าตัดหลังจากปรึกษาไป 3 วัน บ้าไปแล้วจริงๆ เพราะไม่มีข้อมูลศัลยกรรมเลย ฉันก็ไม่ค่อยรู้จักคอมมูนิตี้นี้ และคิดว่าคาเฟ่ศัลยกรรมดังๆ ใน Naver คือทั้งหมดแล้ว ฉันโดนนายหน้าตกเต็มๆ พอมาคิดดู ต้นเดือนมกราคมเป็นช่วงพีกสุดๆ ของคลินิกศัลยกรรม แต่คลินิกที่จองปรึกษาได้ในวันเดียวกัน และผ่าตัดได้ในอีก 3 วัน จะเป็นคลินิกที่น่าเชื่อถือได้ยังไงกัน.. เพราะฉันอยู่คนเดียว เลยทำโดยไม่ให้พ่อแม่รู้ จึงไม่มีพ่อแม่ให้ขอคำแนะนำด้วย คิดว่านั่นยิ่งทำให้ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลไม่ได้ และตอนเพื่อนๆ ห้าม ฉันยังมีความคิดบ้าบอที่ไม่สมเหตุสมผลสุดๆ ว่า “หรือว่าเขากลัวฉันสวยขึ้น เลยมาคอยกัน?” เพื่อนตอนนั้นบอกว่าฉันดูเหมือนถูกอะไรสิง.. เขาบอกว่าห้ามไปก็คงไม่ฟัง เลยยอมแพ้ หลังจากนั้นพอถอดเฝือกออก หน้าแตกต่างจากที่ฉันคิดไว้มากเกินไป (หมอยังบอกด้วยซ้ำว่าฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยบวมจริงๆ จนน่าแปลกใจ และบอกว่าจากนี้คงไม่เปลี่ยนไปมากแล้ว ฉันเลยคิดว่าไม่น่าใช่อาการย้ำคิดจากบวม) ความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมรุนแรงมาก และถึงจะไม่ได้ใส่วัสดุเสริม แค่ความจริงที่ว่าจมูกของฉันถูกปรับแต่งอะไรก็แล้วแต่ มันก็ทำให้ฉันหดหู่มาก แต่บางทีอาจเป็นเพราะฉันโตมากับการที่พ่อแม่พูดตลอดว่าธรรมชาติดีที่สุด ห้ามแตะตา จมูก ปากเด็ดขาด ปกติฉันเองก็คิดว่าถึงจมูกจะไม่ได้สวย แต่เป็นใบหน้าที่สมดุลดี และความงามที่ฉันต้องการก็คือความเป็นธรรมชาติ ฉันไม่ได้จะห้ามศัลยกรรมแบบไม่มีเงื่อนไขนะ เพราะแน่นอนว่ามีใบหน้าที่เหมาะกับจมูกสูงและโดดเด่นจริงๆ และหลังทำศัลยกรรม พอฉันไปค้นดู ก็ได้รู้ว่าแม้แต่การผ่าตัดที่ฉันคิดว่าง่าย (เย็บมัดกระดูกอ่อนปลายจมูกแล้ววางกระดูกอ่อนทับด้านบน) ก็มีหลายคนที่ผ่านไปไม่กี่ปีแล้วต้องหาข้อมูลผ่าตัดแก้ เพราะปลายจมูกตกตามแรงโน้มถ่วง เป็นต้น ฉันไม่อยากมองหน้าทุกวันแล้วกังวลว่า “ปลายจมูกตกหรือเปล่า?” และเหนือสิ่งอื่นใด การขึ้นเตียงผ่าตัดอีกครั้งไม่อยู่ในตัวเลือกของฉัน เพราะไม่ได้แตะสันจมูก แค่ปรับปลายจมูก ฉันเลยคิดว่าจะไม่มีผลข้างเคียงอย่างการหดรั้ง และจะอยู่ได้ตลอดชีวิต ฉันแค่โง่เอง ยังไงก็ตาม ด้วยเหตุผลต่างๆ เหล่านี้! ฉันเลยตัดสินใจเอาออกเร็ว
2. การผ่าตัดที่ฉันทำ - เย็บมัดกระดูกอ่อนปลายจมูก (เสริมกระดูกอ่อนทับด้านบนเพื่อให้มัดแน่น), เสาค้ำผนังกั้นจมูก
3. การเลือกโรงพยาบาล - ฉันไม่สามารถเชื่อหมอที่คลินิกผ่าตัดครั้งแรกได้จริงๆ (พอไปค้นทีหลัง ดูเหมือนประสบการณ์ยังไม่ถึง 10 ปี และตอนปรึกษา ผู้จัดการให้คำปรึกษาบอกว่าหมอคนนี้อีกไม่กี่เดือนจะไปอบรมที่อเมริกาหรือที่ไหนสักแห่ง - เลยรู้สึกว่าถ้าการเอาออกผิดพลาด ก็คงไม่มีคนรับผิดชอบ ตอนผ่าตัดครั้งแรก ไม่มีการปรึกษาก่อนผ่าตัด พอฉันนอนบนเตียงผ่าตัดและแขนขาถูกมัดตรึงหมดแล้ว หมอถึงเข้ามา ขีดๆ ออกแบบบนหน้าใน 30 วินาที แล้วเริ่มผ่าตัดทันที,, พอตั้งสติแล้วคิดดู มันคือความวุ่นวายทั้งระบบจริงๆ) นี่คือหน้าที่ต้องใช้ไปทั้งชีวิต ฉันเลยคิดว่าการกลับไปคลินิกผ่าตัดครั้งแรกเพื่อประหยัดเงินเป็นเรื่องไร้สาระ จึงตัดสินใจไปคลินิกที่มีชื่อเสียงด้านการเอาออก ถึงจะแพงมากก็ตาม ฉันรีบโทรไปหลายที่ และไปปรึกษา 2 แห่งจากคลินิกที่ถูกพูดถึงในที่นี่ว่าเป็น 3 อันดับด้านการเอาออก รวมถึงอีก 1 คลินิกที่มีชื่อเสียงด้านการเอาออก เหตุผลที่เลือกคลินิกนี้คือ ผู้จัดการให้คำปรึกษาใจดีมาก และดูมีความรู้เกี่ยวกับการผ่าตัดเยอะ เลยทำให้ไว้ใจมากขึ้น อีกอย่างตอนค้นในคอมมูนิตี้นี้ ก็แทบไม่มีรีวิวแย่ที่สุด + ฉันเห็นคนที่บอกว่าเคยเอาออกเร็วที่นี่ ฉันไม่อยากเปิดเผยชื่อคลินิกเพราะกลัวถูกสงสัยว่าเป็นนายหน้า ในบรรดาที่ถูกพูดถึงว่าเป็น 3 อันดับ เป็นคลินิกที่ในรีวิวของคอมมูนิตี้นี้มีคนพูดเยอะว่าผู้อำนวยการเป็น “yes man”! ถ้าค้นจริงจังน่าจะหาเจอได้ทันที แต่ถ้าหาไม่เจอจริงๆ และกำลังคิดเรื่องเอาออกอย่างจริงจัง ฉันจะให้ข้อมูลทางคอมเมนต์ลับเท่านั้นนะ
4. รีวิวการผ่าตัด ฉันไม่ใช่พยาบาลหรือหมอ เลยไม่รู้ขั้นตอนผ่าตัดตามมาตรฐานเท่าไร แต่ที่แน่ๆ คือแตกต่างจากคลินิกผ่าตัดครั้งแรกคนละระดับเลย ก่อนผ่าตัด เขาคลุมทั้งตัวฉันด้วยผ้าปลอดเชื้อ (ผ้าสีเขียวอมฟ้านั่น) และฆ่าเชื้ออย่างละเอียดจนเทียบกับคลินิกครั้งแรกได้ชัดเจน และไม่ได้ทำให้หลับสนิทไปเลย แต่ใช้ยานอนหลับแบบอ่อนๆ ทำให้ระหว่างทางฉันพอรับรู้ได้บ้างว่ากำลังทำอะไรกับจมูกของฉัน + รับรู้ได้ว่าผู้อำนวยการเป็นคนผ่าตัดตั้งแต่ต้นจนจบ >> ฉันคิดว่านี่ดีมาก พยาบาลในห้องผ่าตัดก็ใจดีและเป็นระบบ ส่วนผู้อำนวยการก็ผ่าตัดให้อย่างใจเย็นมาก จากความรู้สึกเหมือนใช้เวลาไม่นาน ตั้งแต่นอนบนเตียงผ่าตัดจนเดินออกจากคลินิก ใช้เวลาพอดี 2 ชั่วโมง! และฉันชอบที่เขาถ่ายรูปทุกขั้นตอนระหว่างผ่าตัด แล้วให้ดูทั้งหมดก่อนออกจากคลินิก หมอบอกว่าจะไม่บวมมาก แต่ตอนนี้ยังติดเทปทั้งหมดอยู่ เลยยังไม่รู้ทรงชัดเจน พอหมอบอกว่าผ่าตัดผ่านไปได้ดี ฉันก็คิดว่าน่าจะกลับไปใกล้จมูกเดิมได้มากอยู่! (ความหวังของฉัน) ถ้าย้อนกลับไปได้ ตั้งแต่แรกฉันจะไม่มีวัน x 10000000 ทำจมูกเด็ดขาด แต่หลังถอดเฝือกแล้ว ฉันคิดอย่างรวดเร็วว่า “ฉันอยู่กับจมูกนี้ไม่ได้” แล้วรีบตัดสินใจและรีบไปปรึกษาหลายที่ อันนี้ฉันไม่เสียใจเลย.. ฉันจะพยายามคิดว่า ถ้าเกิดอาการย้ำคิดเรื่องหน้าตา ก็ถือว่าได้บทเรียนราคา 7 ล้านวอนรวมกันว่า 1. เช็กแอปประจำเดือนก่อนว่าเป็นอาการบวมก่อนมีประจำเดือนหรือเปล่า 2. ที่ควรไปไม่ใช่คลินิกศัลยกรรม แต่เป็นฟิตเนสหรือโรงพยาบาลจิตเวช; พอเอาออกแล้ว แปลกจริงๆ คืออาการเจ็บจี๊ดที่ส่งไปถึงจมูกเวลาเหยียบเท้าแรงนิดเดียวหายไป + ขยับร่องใต้จมูกได้ดีทันทีและยิ้มได้สบายขึ้น น่าทึ่งมาก ถึงฉันจะไม่ได้อยู่กับจมูกปลอมถึง 2 สัปดาห์ แต่ความรู้สึกปลดปล่อยที่ในจมูกตัวเองไม่มีอะไรอยู่เลยมันใหญ่มาก.. ตลอดหนึ่งสัปดาห์ฉันโทษตัวเองจนกินข้าวไม่ได้และใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ แต่ตอนนี้ใจสบายมาก,, และดีมากที่ไม่ต้องค้นในคอมมูนิตี้นี้ทั้งคืนอีกแล้ว