โพสต์

รีวิวศัลยกรรมใบหน้า

ผ่าตัดกราม - วันที่ 3

ฉันทำพร้อมกับผ่าตัดสันจมูกค่ะ.. ทำจมูกก่อน (ยาชาเฉพาะที่) แล้วพอตื่นอยู่สักพัก คนที่ทำยาสลบก็มาค่ะ.. (ทุกคนรู้ใช่ไหมคะ?? แบบเอาสายมาจ่อแล้วบอกว่าเป็นออกซิเจน ไม่ต้องกังวล ให้หายใจลึกๆ ทั้งที่กำลังวางยาสลบอยู่.. ก็เป็นคำโกหกที่ดีแหละค่ะ..) พอวางยาแล้ว (จำไม่ได้แล้วค่ะ ก็คงผ่าตัดไปแล้ว..) การผ่าตัดก็คงจบไปแล้ว.. หลังจากนั้นถูกย้ายไปที่เตียง นอนอยู่เกินหนึ่งชั่วโมง แล้วก็ออกจากโรงพยาบาลค่ะ ^ อา-- เสียใจจริงๆ ค่ะ.. น้ำตาไหลออกมาเลย คิดว่าทำไปทำไม น่าจะใช้ชีวิตไปแบบเดิม,, ทำไมต้องมาลำบากแบบนี้ ตอนแรกฉันเจ็บจนทนไม่ไหวค่ะ จริงๆ แล้วศัลยกรรมที่ไม่เจ็บมีที่ไหนล่ะคะ.. ทุกคนก็เตรียมใจแล้วค่อยทำ แต่ของฉันมันหนักกว่าที่คิดค่ะ.. สำหรับฉันนะ ฉันจะไม่ทำผ่าตัดอะไรแบบนี้อีกแล้วค่ะ วันที่ 2 (นับรวมวันผ่าตัด) ตอนบ่ายไปโรงพยาบาลแล้วเอาสายระบายเลือดออกค่ะ.. อันนี้ความรู้สึกก็แย่มากๆ.. เหมือนดึงออกจากกระดูกประมาณนั้น ถึงจะแป๊บเดียวแต่เป็นสองข้าง (สองครั้ง) ยังไงพอดึงออกแล้วก็โล่งค่ะ เดิมทีต้องเอาออกวันที่ 3.. แต่เขาบอกว่าน่าจะโอเค เลยเอาออกวันที่ 2 แล้วก็บอกว่าอาจจะบวมนิดหน่อย แกะผ้าพันแผลกดรัดออกแล้ว ผู้อำนวยการตรวจดูค่ะ โชคดีที่บอกว่าแทบไม่มีอาการบวม แม่ฉันก็ยืนดูข้างๆ แล้วบอกว่าดูคล้ายกับตอนที่ยังมีกรามเดิมอยู่ค่ะ แต่จมูกบวมหนักมาก มีรอยช้ำด้วย - อาการแสบๆ ค่อยๆ ดีขึ้นอยู่ค่ะ.. ตอนผ่าตัดเพื่อช่วยหายใจ เขาจะใส่อะไรไว้ในคอ (น่าจะใส่ในหลอดลม) สิ่งที่ใส่ไว้นั่นแหละค่ะ.. เพราะอันนั้น ตอนนี้คอก็ยังเจ็บอยู่ (เหมือนต่อมทอนซิลบวม) และเจ็บทุกครั้งที่กลืนน้ำลายหรืออาหาร มีเสมหะออกมานิดๆ แต่ไม่มีเลือดค่ะ อยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆ จัง.. สิ่งที่ฉันอยากบอกคือ.. ฉันเองก็เพราะกรามเหลี่ยม เลยตลอด 26 ปีไม่สามารถเชิดหน้าเดินได้อย่างเต็มที่.. ทุกครั้งที่ถ่ายรูปแนวอัลบั้ม ก็วุ่นกับการใช้ผมปิด.. เวลาอยู่ในที่คนเยอะๆ ก็ใช้ชีวิตแบบกังวลว่าถ้าลมแรงพัดมาจะทำยังไง.. แต่- คนที่คิดจะทำกรามเหลี่ยม.. ขอให้คิดให้ดีจริงๆ ค่ะ ถ้าไม่ได้เป็นปมด้อยถึงขั้นจะฆ่าตัวตายจริงๆ ก็ขอให้รักกรามนั้น.. และหาวิธีใช้ชีวิตโดยได้รับความรักไปด้วยค่ะ.. รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเลย ฉันก็ลำบาก ร่างกายฉันก็ลำบาก.. แม่ก็ลำบาก- ก็เสียใจค่ะว่าน่าจะลองฉีดโบท็อกซ์ก่อน.. แต่.. ฉันก็เป็นคนที่ผ่าตัดไปแล้ว อย่างน้อยกรามเหลี่ยมหายไปก็คงถือว่าโชคดีค่ะ.. ต่อไปจะเรียวลงยังไงก็ยังไม่รู้.. (แต่ฉันบอกให้เขาเหลาออกแค่นิดเดียว แค่ให้ส่วนเหลี่ยมหายไป) แต่ถ้าต้องแลกกับความเจ็บปวดและความลำบากขนาดนี้.. ฉันรู้สึกว่าอาจจะยังไม่คุ้มค่ะ คนที่อยากผ่าตัด.. ขอให้ตั้งใจให้เด็ดขาดจริงๆ แล้วค่อยทำนะคะ ฉันเป็นคนที่ถ้าจะบอกว่าใจแข็งก็ใจแข็ง ถึงขั้นมีรอยจี้บุหรี่ที่ข้อมือสี่รอย (ไม่ได้อวดเด็ดขาดค่ะ อันนี้ก็เสียใจมากเพราะต้องศัลยกรรมแก้อีก ตอนเด็กไม่รู้อะไร) และทนเจ็บได้ดีค่ะ.. แต่อันนี้จริงๆ แล้ว-สุดยอดเลยค่ะ คิดให้ดีแล้วค่อยทำนะคะ.. (ขอบอกอีกครั้ง) เฉพาะคนที่เพราะกรามแล้วรู้สึกจะตาย จะฆ่าตัวตายเท่านั้น.. *แต่คงมีความแตกต่างในแต่ละคนค่ะ.. ไม่ใช่ทุกคนจะเจ็บ แต่ฉันผ่าตัดออกมาดี และแทบไม่มีอาการบวมแล้ว แต่กรามทั้งสองข้างก็ยังแสบๆ อยู่,, เฮ้อ ยังไงเขาก็บอกให้ฉันมาตัดไหมวันเสาร์ ซึ่งเป็นวันที่ 5 หลังผ่าตัดค่ะ ยาก็กินต่อไป วันละสามครั้ง.. ฉันอยู่แทจอน และทำที่แทจอนค่ะ.. โรงพยาบาลที่ฉันทำ เห็นว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียงเรื่องปรับรูปหน้า ถ้าทำที่โซล หลังผ่าตัดต้องไปๆ มาๆ ลำบากใช่ไหมคะ เขาบอกว่าถ้าอาการบวมเป็นแบบนี้ ก็แกะผ้าพันแผลได้และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่ะ ถ้ามีอะไรสงสัยเพิ่มเติม ส่งข้อความส่วนตัวมาได้ค่ะ.. เขียนยาว เลยอาจมีอะไรที่เขียนไม่ค่อยครบ.. ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้