โพสต์

รีวิวศัลยกรรมใบหน้า

วันที่ 12 หลังผ่าตัดแก้คางและโหนกแก้ม ^^

ผ่านมาวันที่ 12 แล้วค่ะ.^^ มะรืนนี้ก็ครบ 2 สัปดาห์พอดี.. (ผ่าตัดวันที่ 10 พฤศจิกายนค่ะ) เมื่อวานซึ่งเป็นวันที่ 11 ฉันเจอเพื่อน ตอนนั้นมัดผมรวบเป็นหางเดียวอยู่ค่ะ (ถ้ามัดผมทั้งหมด อาการบวมจะดูไม่ค่อยชัดค่ะ ถ้าปล่อยผมลงมาจะดูบวมกว่า) แล้วผมยุ่งเพราะลม ฉันเลยปล่อยผมลงมา ตอนนั้นเอง..เพื่อนถึงบอกว่าหน้าดูบวมนิดหน่อย.. ฉันเลยบอกว่า “กินรามยอนแล้วนอนน่ะ..^^;” แล้วเพื่อนก็เชื่อค่ะ คิดว่าอาการบวมใหญ่ๆ คงไม่มีมากถึงขนาดนั้นค่ะ คนที่ผ่าตัดมา พอถึงวันที่ 2 วันที่ 3 แล้วมองหน้าที่โตเหมือนเชร็ค ก็คิดใช่ไหมคะว่าอาการบวมนี้จะยุบลงจริงๆ ไหม? แม้จะรู้ว่าจะบวมก่อนรับการผ่าตัด แต่พอเห็นหน้าที่เหมือนใกล้จะระเบิดจริงๆ ความตั้งใจและการเตรียมใจอย่างแน่วแน่ที่สะสมมาก็สั่นคลอนได้เหมือนกันค่ะ ตอนนั้นฉันเองก็มองกระจกแล้วรู้สึกหนักใจมากค่ะ ^^ แต่บวมจะยุบหมดค่ะ ไม่ต้องกังวลนะคะ แต่ถึงแม้ด้วยตาเปล่าจะดูไม่ค่อยออก ถ้าถ่ายรูปก็จะเห็นว่าบวมค่อนข้างชัดค่ะ ประมาณ 2 สัปดาห์ แม้แต่คนที่ผ่าตัดทั้งคางและโหนกแก้ม ก็น่าจะไปทำงานหรือไปโรงเรียนได้โดยไม่มีปัญหาใหญ่ค่ะ ยิ่งถ้าไม่ใช่การผ่าตัดแก้แบบฉัน ความเร็วในการยุบของอาการบวมน่าจะเร็วกว่านี้อีกค่ะ ตอนที่เคยผ่าตัดครั้งแรกที่โรงพยาบาลอื่นเมื่อก่อน ทั้งช้ำเยอะ และอาการบวมก็ยุบช้ามาก..ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วตอนเจอคนอื่น ก็ได้ยินแต่คนถามว่าทำไมหน้าถึงใหญ่ขึ้นขนาดนั้น.. ฉันลงรูปในห้องรูปภาพ เป็นรูปวันที่ไปตัดไหมกลับมาในวันที่ 7 ค่ะ หลายคนส่งข้อความมาบอกว่า “คุณคงเป็นคนที่ปกติไม่ค่อยบวมสินะคะ-” และบอกว่าอิจฉา แต่ว่า.. ฉันเป็นคนที่บวมง่ายมากค่ะ เนื้อก็นิ่มๆ และไม่ชอบขยับตัวมากๆ..-_-; แค่ดื่มน้ำเยอะ ก็ยังบวมเร็วถึงขั้นรู้สึกว่าแหวนที่นิ้วคับขึ้นค่ะ ^^; (อีกอย่าง อาการบวมมักกลายเป็นเนื้อขึ้นมาได้ด้วย เลยใช้ชีวิตไดเอตมาตลอดชีวิตค่ะ;;) ฉันอยากให้คนที่กำลังเตรียมผ่าตัดเลือกอย่างระมัดระวัง อย่าหลงไปกับข้อมูลผิดๆ หรือราคาถูกค่ะ หลายคนขอข้อมูลจากฉันมา ฉันจะเขียนเคล็ดลับที่พอจะให้ได้ไว้สักสองสามข้อค่ะ (ไม่ใช่เรื่องน่าอวด แต่เป็นสิ่งที่ฉันได้รู้จากการผ่านการผ่าตัดสองครั้ง..ขอให้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงนะคะ) * มีหลายกรณีที่พยายามประหยัด 1 ล้านวอน แต่สุดท้ายต้องจ่ายเพิ่มอีก 10 ล้านวอนเพื่อผ่าตัดแก้ค่ะ เหมือนฉัน.. อย่ายึดติดกับราคามากเกินไปนะคะ * ถ้าเป็นไปได้ ให้ไปปรึกษาหลายๆ ที่ด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจค่ะ แน่นอนว่าคนที่อยู่ต่างจังหวัดอาจลำบาก แต่ทางที่ดีที่สุดคือเลือกวันหนึ่งขึ้นมาโซล แล้วนำเอกซเรย์โหนกแก้มกับกรามเหลี่ยมไปปรึกษาโดยตรงค่ะ พอไปปรึกษาสองสามโรงพยาบาล ระหว่างการปรึกษาคุณจะค่อยๆ มีสายตาพอจะมองออกว่าแพทย์คนไหนเหมาะกับตัวเองที่สุดและน่าเชื่อถือที่สุดค่ะ เลือกคุณหมอที่มีฝีมือ มีความน่าเชื่อถือและความรับผิดชอบชัดเจนนะคะ * ควรศึกษาและรู้เองอย่างน้อยแนวคิดพื้นฐานของวิธีผ่าตัดโหนกแก้ม เช่น การเปิดแผลในช่องปากกับการเปิดแผลที่หนังศีรษะ การยึดตรึงและไม่ยึดตรึงค่ะ ถ้าค้นหาใน Naver หรือเว็บไซต์โรงพยาบาลต่างๆ ก็จะหาข้อมูลระดับนั้นได้ง่ายค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะไปถ่ายเอกซเรย์หลังผ่าตัดแล้วไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจค่ะ อาการบวมก็คืออาการบวม แต่ก่อนอื่น การผ่าตัดปรับโครงหน้าเป็นการเปลี่ยนแปลงของกระดูก ดังนั้นถ้าถ่ายเอกซเรย์ ก็น่าจะประเมินได้พอสมควรว่ายังบวมเหลือเท่าไร และจะเรียวลงประมาณไหน.. ^^ พรุ่งนี้ถ่ายเอกซเรย์แล้วจะมาอัปเดตอาการอีกครั้งค่ะ ทุกคน ขอให้สวยขึ้นกันทุกคนนะคะ

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้