ไม่ได้เข้ามานานมากจริงๆ ได้มาอ่านๆ ดูและเขียนโพสต์ไว้ค่ะ.. อีกสองวันก็ครบ 3 เดือนหลังผ่าตัดแล้ว.. ฉันผ่าตัดผ่านแผลในช่องปากที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในคังนัมค่ะ.. พออ่านโพสต์ที่นี่แล้ว รู้สึกว่าฉันฟื้นตัวเร็วกว่าคนอื่น.. บางคนบอกว่าผ่านไปเกิน 1 ปีแล้วก็ยังเหมือนมีอาการบวมอยู่.. แต่ของฉันรู้สึกว่าอาการบวมหายไป 99% แล้วค่ะ.. สถานการณ์ฝันร้ายในสัปดาห์แรก ที่เหมือนเอาหน้าเชร็คไปบี้ซ้ำอีกที ตอนนี้รู้สึกเหมือนเป็นเรื่องนานมาแล้ว..ㅎㅎ แล้วก็.. ฉันมักอ่านเรื่องผลข้างเคียงจากการผ่าตัดผ่านแผลในช่องปาก เช่น แก้มหย่อนหรือยุบตัว.. ในกรณีของฉันไม่มีแก้มหย่อนค่ะ.. (เดือนแรกฉันคิดว่าอาการบวมคือแก้มหย่อน เลยซึมมาก..) ซ้ายขวาก็ดูสมมาตรดีค่ะ.. แก้มป่องข้างปากเหมือนอมลูกอม กับเนื้อที่ห้อยใต้คาง ฉันนวดเบาๆ ทุกวัน ทุกครั้งที่ล้างหน้าก็ลูบขึ้นด้านบน ทาครีมกระชับผิวสม่ำเสมอ และใส่ผ้ารัดหน้าบ่อยๆ แล้วค่อยๆ ยกขึ้นและแนบเข้าที่ค่ะ.. ตอนนี้ส่องกระจกก็ไม่รู้สึกว่าเนื้อหย่อนหรืออะไรแบบนั้นแล้ว.. กลับกัน ยังมีคนบอกบ่อยๆ ว่าดูเด็กกว่าเมื่อก่อนค่ะ.. แต่เพราะเป็นงานใหญ่ที่แตะต้องกระดูก ถ้าบอกว่าไม่กังวลเลยสักนิดก็คงโกหกค่ะ.. นานๆ ครั้ง แต่ถ้าเวลาเคี้ยวมีเสียงกึก หรือเวลาก้มศีรษะไปข้างหน้าแล้วรู้สึกเหมือนกระดูกไหลเอียง ใจก็หายวาบเลยค่ะ.. กังวลไปเองว่ากระดูกยังไม่ติดหรือเปล่า แล้วประสาทก็ตึงเครียดขึ้นมา.. แต่พอกดแล้วไม่มีเสียง ก็ดูเหมือนกระดูกติดหมดแล้วค่ะ.. สัปดาห์ที่แล้วโทรไปโรงพยาบาล เขาบอกว่าประมาณ 3 เดือนกระดูกก็ติดหมดแล้ว.. ไม่ต้องกังวลมากค่ะ.. มีคำพูดให้เห็นเหมือนกันว่าถ้าผ่าทางปากแล้วหน้าจะทรุดลงกะทันหันอะไรแบบนั้น.. แต่ฉันว่าไม่น่าจะเป็นแบบนั้นค่ะ.. ฉันนอนดิ้นมาก ถึงจะนอนแบบฟรีๆ(?) โดยหน้าถูกกดไปทั่วแล้วตื่นขึ้นมา ก็ไม่เคยรู้สึกเลยสักครั้งว่ากระดูกเคลื่อนหรือบิดค่ะ.. เขาว่าอาการบวมจะยุบต่อไปได้ตลอด 1 ปี ถ้าหน้าเรียวขึ้นกว่าตอนนี้อีก ฉันก็ยิ่งดีใจค่ะ เมื่อวานใส่หมวกออกไปข้างนอก เพื่อนบอกว่าเหมือนดูหน้าเรียวขึ้น ถามว่าลดน้ำหนักเหรอ รู้สึกดีค่ะ.. ฉันจะแต่งงานเดือนพฤศจิกายน หวังว่าจะยุบต่อไปจนถึงตอนนั้น.. สำหรับคนที่กำลังลำบากหลังผ่าตัดโหนกแก้ม นี่กลายเป็นเหมือนอวดให้เจ็บใจหรือเปล่าคะ? แต่สำหรับคนที่ทุกข์ใจมานานกว่าสิบปีเพราะโหนกแก้มที่นูนออกมา ฉันอยากให้ผ่าตัดไปเลยค่ะ.. ถ้าเข้าไปในที่อย่าง “ต่อต้านศัลยกรรม” แล้วลังเลว่าจะทำหรือไม่ทำ แบบนั้นทั้งชีวิตก็อาจไม่ได้ทำค่ะ.. มีแต่จะทุกข์ใจมากขึ้นเปล่าๆ จะบอกว่าฉันพูดง่ายเพราะผลลัพธ์ออกมาดีใช่ไหมคะ? ใช่ค่ะ.. อาจจะเป็นอย่างนั้น.. แต่การเลือกก็เป็นหน้าที่ของตัวเอง และผลของการเลือกนั้นก็เป็นสิ่งที่ตัวเองต้องรับผิดชอบไม่ใช่เหรอคะ? แต่การเลือกอย่างรอบคอบเพื่ออนาคตของตัวเองก็เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้วค่ะ.. ฉันคิดว่าที่ฉันฟื้นตัวเร็วและผลการผ่าตัดดี เป็นเพราะร่างกายแข็งแรงค่ะ.. ดังนั้นคนที่ปกติคิดว่ากระดูกตัวเองอ่อนแอ แผลหายยาก หรือมีพื้นฐานร่างกายอ่อนแอ ควรพิจารณาการผ่าตัดอย่างรอบคอบค่ะ.. คนที่รู้สึกว่าความยืดหยุ่นของผิวอ่อนและหย่อนง่าย การผ่าผ่านหนังศีรษะน่าจะดีกว่าค่ะ.. คนที่กินอะไรก็ดี.. ไม่ค่อยเจ็บป่วย.. แผลก็หายเร็ว.. แบบนั้นผ่าผ่านช่องปากก็โอเคค่ะ.. ภายนอกไม่เห็นรอย.. และฟื้นตัวเร็วด้วยค่ะ.. แผลผ่าในช่องปากของฉัน.. พูดจริงไม่โกหกเลย สิบวันก็หายและปิดสนิทหมดค่ะ.. วิธีผ่าตัดหลายๆ แบบก็คงมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ดังนั้นขอให้ทุกคนศึกษาอย่างรอบคอบ เลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะกับตัวเอง แล้วขอให้ฟื้นตัวเร็ว.. และสวยขึ้นกันทุกคนนะคะ.. *อ้อ จริงสิ.. พออัปโพสต์ปุ๊บ ข้อความถามข้อมูลโรงพยาบาลก็หลั่งไหลเข้ามาเลยค่ะ.. ฉันพยายามตอบให้เท่าที่ทำได้.. แต่ถ้ามันเยอะมากจริงๆ หรือฉันยุ่ง ก็ทำได้ยากค่ะ.. ถ้าบางทีไม่ได้ตอบข้อความกลับไป ก็ขอให้เข้าใจด้วยนะคะ แล้วก็ โรงพยาบาลที่ฉันทำแล้วออกมาดี ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะได้ผลดีเหมือนกัน ดังนั้นไปปรึกษาหลายๆ ที่.. ค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตด้วย.. แล้วค่อยตัดสินใจนะคะ..
ถูกใจ 0