<ขาก่อนผ่าตัด><ขาปัจจุบันหลังผ่าตัด 6 สัปดาห์>ดูดไขมันต้นขามาครบ 6 สัปดาห์แล้ว! เคยโพสต์ไปครั้งก่อน แต่เพิ่มข้อมูลในโพสต์ แก้ไขแล้วเอามาลงใหม่! ตอนนี้เส้นรอบวงส่วนที่หนาที่สุดของต้นขาจาก 53->46 ซม. ลดลงรวม 7 ซม. และใส่กางเกงขาสั้นไซซ์ S ออกไปข้างนอกอยู่ หลังจากทรมานกับอาการบวมและผ่านช่วงขาช้างมาแล้ว พอแต่ละวันผ่านไป อาการบวมกับไบโอบอนด์ค่อยๆ ลดลง ขาก็ยังคงเล็กลงเรื่อยๆ! จะบอกเคล็ดลับดูแลอาการบวมและไบโอบอนด์ช่วงล่างที่ฉันทำให้นะ! 1, ยืดเหยียดบ่อยๆ (สำคัญมาก) + ออกกำลังกายต้นขา ตื่นมาก็เริ่มด้วยการยืดเหยียดช่วงล่างเสมอ โดยเฉพาะบริเวณที่ข้อต่องอพับ (เข่า) เป็นบริเวณที่อาการบวมคั่งอยู่ได้ง่าย เลยยืดเหยียดแถวเข่าอย่างละเอียดด้วย และทำท่ายืดที่ดึงต้นขาด้านในบ่อยๆ ฉันค้นหาท่ายืดลดบวมขาใน YouTube แล้วทำตามไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าในหนึ่งวันทำแต่ท่ายืดเยอะมาก ช่วยให้ไบโอบอนด์คลายตัวได้มาก พอยืดเหยียดบ่อยๆ ตอนนี้ต้นขาไม่มีความรู้สึกตึงดึงหรือไม่สบายเลย นอกจากนี้ยังใช้โฟมโรลเลอร์นวดต้นขากับน่องให้หมดอยู่ด้วย รู้สึกว่าได้ผลดี ช่วงนี้เพิ่มการออกกำลังกายเนื้อด้านในต้นขาและเนื้อปีกสะโพกด้วย กำลังดูแลอย่างหนักเพื่อให้ขาเล็กลง! 2, ดื่มน้ำเยอะๆ (สำคัญ) ทุกคนรู้ใช่ไหมว่าสำคัญแค่ไหน? ฉันดื่มน้ำวันละ 1.5-2 ลิตรให้ได้ และเข้าห้องน้ำบ่อย พอขับออกบ่อยๆ ก็รู้สึกว่าอาการบวมยุบเร็วขึ้น ไม่ดื่มพวกน้ำหวาน แต่ดื่มน้ำเยอะๆ แทน 3, น้ำฟักทอง ยาลดบวม ชาลดบวม ช่วงแรกหลังผ่าตัด ฉันเคยกิน Newvein, Danggwisusan, Tripline, One Quick (ดังในฐานะไอเท็มลดบวมหลังศัลยกรรม) และหลังครบหนึ่งเดือนก็กินน้ำฟักทอง, One Quick, วิตามินอย่างสม่ำเสมอ ไม่รู้ว่าแค่คิดไปเองไหม แต่รู้สึกว่า Danggwisusan กับ Tripline ช่วยให้อาการบวมยุบได้ดีขึ้น จริงๆ มีหลายคนบอกว่าไม่ค่อยรู้สึกว่าไอเท็มลดบวมได้ผลไหม แต่ฉันก็กินไปเรื่อยๆ ครั้งนี้สั่งชาถั่วแดงฟักทอง (ชาลดบวม) มาด้วย และกำลังกินอย่างต่อเนื่อง! 4, แผ่นประคบร้อน ได้ยินมาว่าถ้าใช้ของอย่างแผ่นดินเหลือง ไม่ใช่เครื่องไฟฟ้า วางอุ่นๆ บนเข่ากับต้นขาจะดี เลยประคบร้อนต่อเนื่องวันละประมาณ 3 ครั้ง ครั้งละ 20-30 นาที! ได้ยินว่าไบโอบอนด์แพ้ความร้อน เลยใช้แผ่นประคบอุ่นๆ ให้ร้อนสบายๆ 5, นวดน้ำเหลือง (สำคัญ) ฉันผสมโลชั่นกับออยล์วันละ 3 ครั้ง ทาให้ชุ่มๆ ที่ขา แล้วนวดน้ำเหลืองบริเวณเข่าและขาหนีบ อันนี้ต้องทำเลย! ดีจริงๆ ได้ยินว่านวดน้ำเหลืองช่วยในการขับของเสีย 6. เดินเล่น (สำคัญ!!!) ต้องเดินเล่นวันละ 20-30 นาที! ฉันก็เดินเยอะตอนยุ่งกับงานบ้านเหมือนกัน การขยับตัวเยอะๆ ดีที่สุดในการลดบวม 7. ดูแลหลังผ่าตัดที่ร้านนวดมือ ส่วนตัวฉันคิดว่าร้านดูแลหลังผ่าตัดจำเป็นมาก การได้รับการดูแลหลังผ่าตัดอย่างมืออาชีพจากผู้เชี่ยวชาญกับการดูแลเองที่บ้านต่างกันคนละระดับ ไบโอบอนด์ก็คลายได้ดีและเร็วกว่า เส้นไลน์ก็เข้าที่สวยกว่า และรู้สึกว่าดีกว่า ฉันเห็นมาหลายเคสที่เริ่มดูแลหลังผ่าตัดช้าเกินไปหลังเวลาผ่านไปนาน หรือไม่ดูแลเลยแล้วปล่อยไบโอบอนด์ทิ้งไว้ จนมันเข้าที่แบบไม่สวย ดังนั้นหลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ พอถอดไหมแล้ว ฉันก็ไปร้านดูแลหลังผ่าตัดทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละครั้งตลอด พอได้ทำ Endermologie และดูแลด้วยมือแบบจัดเต็ม รู้สึกได้ชัดว่าก้อนแข็งๆ คลายเร็ว อย่าประหยัดเงินกับการดูแลหลังผ่าตัดเด็ดขาด..! ฉันซื้อเป็นแพ็กเกจไว้แล้ว และคิดว่าจะไปต่อเรื่อยๆ แนะนำให้ทำร้านนวดมือ + โฮมแคร์ควบคู่กัน มากกว่าพยายามสลายไบโอบอนด์เองที่บ้านด้วยโฮมแคร์อย่างเดียว หลังผ่าตัดจนถึงก่อนครบ 2 สัปดาห์ ฉันเจ็บจนยืดเหยียด ใช้โฟมโรลเลอร์ นวด อะไรพวกนี้ไม่ได้เลย แค่ตั้งใจกินและพักผ่อนเต็มที่ แต่หลัง 2 สัปดาห์ก็เริ่มดีขึ้นนิดหน่อย หลังจากนั้นก็ทำตามสิ่งที่เขียนไว้ข้างบนทุกวันไม่ขาด เผื่ออ้างอิง สเปกฉันคือ 159/50 และน้ำหนักไม่เปลี่ยนจากก่อนผ่าตัด (เมื่อวานอยู่ๆ ลดไป 1 กิโล เลยเป็น 49) ไม่ได้คุมอาหารลดน้ำหนักแยกต่างหากเลย แต่เพราะดูแลแบบเข้มด้วยสิ่งที่เขียนไว้ข้างบน โดยเฉพาะการยืดเหยียดที่ทำอย่างจริงจังมาก ขาก็เปลี่ยนไปแบบนั้น รู้สึกว่าแต่ละวันยิ่งเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ความขรุขระที่เคยค่อนข้างหนักก็ค่อยๆ ดีขึ้นทุกวัน ตอนนี้ยังจับเนื้อด้านในได้เยอะ และยังมีบวมเหลืออยู่ คิดว่าน่าจะเล็กลงได้อีก ดูดไขมันไม่ใช่ว่าผ่าตัดแล้วจบ แต่ฉันคิดว่าหลังผ่าตัดคือจุดเริ่มต้นของการดูแล พอดูดไขมันแล้วก็เริ่มอยากได้ขาที่ดีขึ้น ก่อนหน้านั้นเคยปล่อยขาช้างหนาๆ ทิ้งไว้เฉยๆ แต่ตอนนี้เหมือนมีความอยากให้ขาเล็กลงและสวยขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนมาดูแลอาการบวมและไบโอบอนด์อย่างตั้งใจ แล้วทำแขนขาให้เรียวกันเถอะ~~ ดูแลแบบเข้มๆ แล้วสร้างหุ่นสวยกัน!
รีวิวนี้เป็นรีวิวศัลยกรรมที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ