เพราะตอนพักฟื้นโครงหน้าฉันจดเหมือนไดอารี่ไว้ในโน้ต เลยอ่านยากนิดหน่อย ขออภัยด้วย..! วันนี้วันที่ 10 แล้ว ใส่หน้ากากไปทำงาน มีคนทักว่าผอมลงไหม ตอนนี้เหมือนเหลือแค่ตั้งใจยุบบวมให้เต็มที่อย่างเดียวแล้ว น่าจะมาเขียนรีวิวอีกทีประมาณเดือนนึง ปล. เสียงเหมือนมีพินที่เขียนไว้ในรีวิว ตอนนี้ไม่มีแล้ว!
@วันผ่าตัด ก่อนผ่าตัดคุยกับคุณหมออีกครั้งเป็นครั้งสุดท้ายแล้วตัดดีไซน์ใบหน้าขั้นสุดท้าย พอจากนั้นคุณหมอก็พูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อผ่าตัดให้ฉันสวยขึ้นประมาณนั้น พร้อมจับมือฉันทั้งสองข้างแล้วพูดว่า สู้ๆ! รู้สึกขอบคุณมาก.. พอไปถึงห้องผ่าตัดแล้วขึ้นเตียงผ่าตัดปุ๊บก็หลับไปแบบไม่รู้ตัว พอลืมตาขึ้นมาก็อยู่ห้องพักผู้ป่วยแล้ว ได้ยินว่าผ่าตัดเข้าไปตอน 9 โมง ออกมาตอน 12 โมงครึ่ง ฉันบอกว่ามานั่งรถเข็นกลับมา แต่จำอะไรไม่ได้เลย ฉันเป็นคนตื่นจากยาสลบค่อนข้างไว คือแค่ 10 นาทีหลังยาสลบเริ่มหมดฤทธิ์ รู้สึกหน้าแน่นตุ้บๆ มาก ริมฝีปากบวมมากจนปิดปากไม่ได้ หลังตื่นได้พักหนึ่งก็เอาก๊อซในปากออกแล้วบ้วนปาก ระหว่างนั้นคุณหมอ เจ้าของแผนกวิสัญญี และผู้จัดการก็แวะมาดูอาการเป็นระยะๆ (ขอบคุณมากๆ) พอส่องกระจกแล้วเพราะบวมมากเลยดูน่าเกลียดและแปลกหน้ามาก จนแวบหนึ่งคิดว่า ฉันทำอะไรลงไปกันแน่… ถึงฉันก็ไม่ได้จะไปเป็นดารา แล้วจะไปเอาความหรูหราสุขสบายอะไรนักหนา ถึงกับยอมเสียเงินก้อนโตมาทำสิ่งนี้.. แล้วก็รู้สึกเสียดายแบบนั้น เพราะฤทธิ์ยาสลบยังคงอยู่เลยรู้สึกมึนๆ เวียนหัวตลอด เรอออกมามาก แต่ไม่รู้สึกคลื่นไส้จะอาเจียน ประมาณบ่าย 2 ครึ่ง ผู้จัดการเอาไอศกรีมมาให้ กินช้าๆ แต่ปากปิดไม่ได้ เลยกินไอศกรีมได้ไม่ดีเอาซะเลย พอเห็นสภาพตัวเองอีกครั้งก็เสียดายซ้ำไปอีก ยิ่งกินช้าไอศกรีมก็ละลายไหลเยิ้ม.. แต่ก็ยังดีที่ได้กินของหวานเพราะหิวจากการงดน้ำงดอาหาร รู้สึกเหมือนได้ชีวิตกลับมา จากนั้นก็ดูทีวีฆ่าเวลา พอผ่านไป 1 ชั่วโมงก็ได้ซุปฟักทองมาแทน มันข้นกว่าไอศกรีมหน่อยเลยกลับยิ่งกินง่ายกว่า เพราะบอกว่าดื่มน้ำเยอะๆ จะดี เลยดื่มเยอะแล้วก็ไปห้องน้ำบ่อยๆ สุดท้ายก็กลับไปที่เตียงผ่าตัดอีกครั้ง คุณหมอทำการดึงพยุงแล้วให้ลองจับเส้นหน้า หน้าเรียบเนียนมาก คุณหมอดูภูมิใจมากว่าทำอย่างเต็มที่จริงๆ กระดูกขรุขระไม่สวยของฉันหายไปไหนหมดนะ.. ความเสียดายที่เพิ่งรู้สึกเมื่อกี้ปลิวหายไปนิดหน่อย.. ตอนนี้คือสงครามกับอาการบวม หลังจากนั้นก็กลับมาดูทีวีต่อ แล้วตอน 5 โมงก็ออกจากโรงพยาบาล พออาการมึนๆ เวียนหัวหายไปหมดแล้ว การกลับบ้านในวันผ่าตัดก็ดูไม่ใช่เรื่องหนักหนาเท่าไหร่ แต่ฉันปิดปากไม่ได้ น้ำลายเลยไหลตลอด แล้วก็มีเลือดไหลออกจากปากเป็นพักๆ ต้องคอยเช็ดในหน้ากากเลยลำบากนิดหน่อย โชคดีที่ใส่หน้ากากสีดำ.. กลับถึงบ้านก็กินนูแคร์ บ้วนปาก แล้วพัก พอรู้สึกโอเคก็ออกไปเดินเล่น แล้วประคบเย็นด้วย รู้สึกสภาพร่างกายโอเคเลยขยับตัวเยอะ
@วันที่ 1 เมื่อวานประคบเย็นกับขยับตัวอย่างหนักแล้วอาการบวมก็ค่อนข้างโอเค แต่พอนอนตื่นมาก็รีเซ็ตบวมและบวมกว่าเดิม เขาว่าวันที่ 3~4 จะบวมมากที่สุด แต่แค่คิดก็ใจหาย ช่วงเช้าไปโรงพยาบาลทำความสะอาดและเปลี่ยนแผล คุณหมอมาดูให้ บอกว่าอาการบวมระดับนี้ถือว่าเฉลี่ยปกติ ฉันกังวลเพราะข้างหนึ่งบวมกว่า แต่เขาบอกว่าถ้าไม่ได้ปวดมากเป็นพิเศษหรือมีอาการเจ็บผิดปกติก็ไม่เป็นไร เลยสบายใจขึ้น บอกให้พยายามขยับตัวให้มากที่สุดและพูดเยอะๆ ด้วย ผู้จัดการบอกว่าต้องอ้าปากให้ใส่นิ้วโป้งได้ 1 นิ้ว พออ้าสุดท้ายก็แทบจะใส่ได้ คิดไม่ถึงว่าปากจะอ้าได้เร็วขนาดนี้ ดูเหมือนฟื้นตัวไว แล้วก็ได้ฉีดยาลดบวม ได้เลเซอร์คลื่นความถี่สูง และสระผมให้ด้วย รู้สึกสดชื่น ฮึๆ มื้อเที่ยงกินซุปฟักทองที่แช่ให้เย็นแล้ว กินง่ายกว่าวันเมื่อวานมาก กลางวันอากาศร้อนเลยเปิดแอร์อยู่บ้านแล้วประคบเย็นต่อเนื่อง พอตกเย็นหลังพระอาทิตย์ตกออกไปเดินเล่นประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง รู้สึกหน้าเบาขึ้น แต่การอาบน้ำดูจะทำได้ ทว่าไม่รู้จะสระผมยังไงดี
@วันที่ 2 ตื่นมาก็รีเซ็ต.. บวมกว่าเดิม.. น้อยใจ เพราะนอนหนุนหมอนสูงเลยนอนไม่ลึก ตื่นทุก 2~3 ชั่วโมง พอส่องกระจกตอนนั้นก็กลายเป็นปลาปักเป้าไปแล้ว ประคบเย็นแป๊บหนึ่งแล้วก็นอนต่อ วนแบบนั้นไปเรื่อยๆ อาการเจ็บคอดีขึ้นกว่าเมื่อวาน แต่เวลานอนราบหรือลุกขึ้น หรือใช้แรงที่หลังกับคอจะเจ็บอยู่ ส่วนอาการเจ็บตอนกลืนลายน้ำลายหรือเวลาจับก็ลดลงแล้ว มื้อกลางวันกินโจ๊กปูหิมะ พอกินหมดอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว สิ่งที่รู้สึกในปากคือเส้นหรือเนื้อปูกันแน่ แยกไม่ออก รู้สึกว่าตัวเองเลือกผิดเมนูไปแล้ว ตอนเย็นกินเต้าหู้สแครมเบิลเอ็กก์ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็น แต่วันนี้มีเสียงพินติ๊กๆ ที่โหนกแก้มขวา ในคำแนะนำหลังผ่าตัดเขียนไว้ว่าจะมีเสียงได้แต่จะค่อยๆ หายไป ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สบายใจเลยส่งข้อความหาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ แต่เป็นวันอาทิตย์แต่ตอบกลับใน 4 นาที.. รู้สึกซึ้งมาก เขาปลอบว่าอาจเกิดขึ้นได้ในกระบวนการฟื้นตัว และตอนทำซีทีจะตรวจดูให้ ไม่ต้องกังวล ความไม่สบายใจก็ค่อยๆ ละลายหายไป ไม่รู้ที่ไหนบอกว่ากินคาสเทลลาจุ่มนมอร่อย เลยลองกินดู นุ่มและอร่อยมาก สุดยอด เพราะเขาว่าวันที่ 3~4 จะบวมมากที่สุด เลยออกไปเดินประมาณ 2 ชั่วโมง 50 นาทีวันนี้เพื่อให้บวมน้อยลงสักนิด แต่ผลหลังเดินก็ไม่ช่วยลดบวมเท่าเมื่อวาน เสียงกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่คอก็บวมอยู่ เวลาไปกดจะมีอาการเจ็บลงมา หวังว่าพรุ่งนี้จะบวมน้อยลง..
@วันที่ 3 โชคดีที่ตอนเช้าบวมน้อยกว่าวันที่ 1,2 เสียอีก ตอนนี้เหลือแต่จะยุบลงอย่างเดียวใช่ไหม? ขอให้เป็นอย่างนั้นทีเถอะ ตามที่โรงพยาบาลแจ้งไว้ ตั้งแต่วันนี้หยุดประคบเย็นได้ และในที่สุดก็แปรงฟันด้วยแปรงสีฟันเด็กได้แล้ว แต่กลัวไปโดนบริเวณผ่าตัดเลยทำอย่างระมัดระวังที่สุด รู้สึกสดชื่นมาก ไม่ได้แปรงฟันมาหลายวันจนแทบจะทนความแฉะสกปรกไม่ไหว ตอนเที่ยงกินโจ๊กแล้วมีเสียงพิน แต่พยายามไม่สนใจ.. หวังว่าจะไม่มีปัญหาอะไร อยากไปทำซีทีให้เร็วๆ จะได้ฟังคำยืนยันชัดๆ แล้วสบายใจ อากาศร้อนเลยออกไปข้างนอกไม่ได้ แถมตอนนี้ไม่ต้องประคบเย็นแล้ว เลยใส่รองเท้าแตะนวดกดจุดที่ซื้อมาก่อนผ่าตัดแล้วเดินวนในบ้าน อย่างน้อยขยับตัวแบบนี้ก็น่าจะดีใช่ไหม ตั้งแต่เช้าวันที่ 1 ที่โรงพยาบาลสระผมให้ หลังจากนั้นก็ไม่ได้สระเลย ทั้งมันทั้งคัน วันนี้เลยลองสู้เองคนเดียว ติดเทปกันน้ำตรงจอนผมแล้วระวังไม่ให้น้ำโดนให้มากที่สุด พอสระแล้วแม้จะไม่ได้รู้สึกสะอาดสดชื่นสุดๆ แต่ก็ดีกว่าเดิมมาก ทีนี้วันถอดเทปค่อยสระอีกที..
@วันที่ 4 ตอนนี้เหมือนจะไม่บวมเพิ่มแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยเห็นว่ามันยุบลงเท่าไหร่.. ฉันจะหลุดพ้นจากตัวเหมือนแฮมทาโร่แบบนี้เมื่อไหร่กันนะ? เมื่อวานยังไม่มี แต่พอมาวันนี้เห็นรอยช้ำลอยขึ้นมา ที่หางตาซ้ายมีรอยช้ำสีเหลือง ส่วนแก้มข้างปากซ้ายมีรอยช้ำสีเขียว ดูเหมือนมันฝรั่งที่เสียแล้ว แล้วคอก็เหลืองไปทั่วเหมือนทาผงกะหรี่ไว้ วันนี้ Face ID ของ iPad ใช้ได้แล้ว! หลังผ่าตัดใช้ไม่ได้มาตลอด แต่ตอนนี้ใช้ได้เฉย บริเวณไหมตรงฟันกรามล่างทั้งสองข้างแดงนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเป็นแผลร้อนในหรือเพราะเศษอาหาร เจ็บด้วย สงสัยจะเพราะไปโดนฟันกรามบ่อยเกินไป? วันนี้ในที่สุดก็เดินครบ 20,000 ก้าวแล้ว! 20,000 ก้าวไม่ง่ายเลย ขาเจ็บแทบตาย อยากแกะเทปออกจนหน้าเหมือนคันยุบยิบไปหมด
@วันที่ 5 ตื่นเช้ามามีอาการเจ็บที่โหนกแก้มขวานิดหน่อย เลยแอบกลัว นึกว่าเดิมทีข้างซ้ายบวมหนักกว่า แต่ตอนนี้ข้างขวาบวมมากกว่าแล้ว รู้สึกว่าบวมไม่ต่างจากเมื่อวานเลย.. มันจะยุบจริงใช่ไหม? พอช่วงนี้กินแต่ของนุ่มๆ อย่างขนมปัง ของหวาน หรือของที่รสไม่จัด ก็เลยอยากกินของเผ็ด เค็ม และจัดจ้านมากๆ อื้อ วันนี้ตอนบ้วนปากมีไหมบางเส้นหลุดออกมา คงเป็นไหมละลาย ข้างล่างฝั่งขวาด้วย พอไหมหลุดไปไม่กี่เส้นก็รู้สึกว่าความอึดอัดในปากฝั่งนั้นหายไปนิดหน่อย?
@วันที่ 6 ตอนหลับเหมือนฉันละเมอหรือเปล่า ไม่แน่ใจ แต่ตื่นมาชั่วคราวเพราะเจ็บกรามขวามาก ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว แต่ก็ยังลังเลว่าโอเคจริงไหม ตอนบ้วนปากก็มีไหมหลุดออกมาหลายเส้น วันนี้เป็นวันถอดเทป เลยอาบน้ำแล้วสระผมแรงๆ อย่างสบายใจ พร้อมทำให้เทปชุ่มน้ำไว้ให้มากที่สุด พอถอดออกก็ยังเจ็บนิดหน่อยอยู่ กาวติดแน่นสุดๆ เขาบอกว่าส่วนที่เหนียวที่เหลืออยู่ใช้โอล์ยรีมูฟเวอร์เช็ดออกได้ ซึ่งก็ได้ผล แต่เพราะมีคราบเหนียวเยอะ เลยเช็ดออกค่อนข้างลำบาก พอแกะเทปออกแล้วรู้สึกหนักๆ ตรงด้านล่างเล็กน้อย ตอนนี้เวลาออกไปข้างนอกแค่ใส่หน้ากากก็พอ ไม่ต้องกดหมวกลงจนคลุมหน้าแน่นๆ แล้ว ดีใจมาก ถึงอาการบวมจะยังแน่นๆ อยู่ ใบหน้าก็เลยดูอวบเหมือนตุ๊กตาชัคกี้ ริมฝีปากดูห่อๆ
@วันที่ 7 วันนี้เอาไหมออกแล้ว มันละลายไปเยอะแล้วเลยเหลือแค่หนึ่งสองเข็ม พอเอาออกก็แค่แสบจิ๊ดนิดหน่อย จอนผมเอาออกแบบแทบไม่รู้สึกอะไร คนบอกกันเยอะว่าเอาไหมออกแล้วจะเจ็บ แต่ฉันคงโชคดี จอนผมกับในปากก็บอกว่าสะอาดดีทั้งหมดเลยสบายใจขึ้น ตลอดหนึ่งสัปดาห์ก็ยังพยายามเดินเล่นอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังบวมตุ่ยอยู่ เลยแอบเสียใจนิดหน่อย ระหว่างรอพบคุณหมอก็ได้รับเลเซอร์ลดบวม แล้วก็คุยปรึกษา ตรวจผลการผ่าตัด ดูซีที และถามเรื่องที่สงสัยต่างๆ จนจบการปรึกษา สิ่งที่กังวลก็ได้รับการแก้ไขหมดแล้ว ทุกอย่างเดี๋ยวเวลาจะช่วยแก้เอง..~ ขอบคุณที่บอกว่าจะดูแลให้จนถึงที่สุด ตอนนี้เหลือแค่รอให้ยุบบวมอย่างเดียวแล้ว