<ก่อนผ่าตัด 1><วันผ่าตัด><วันที่ 8><วันที่ 15><สัปดาห์ที่ 3><ครบ 1 เดือน><ครบ 1 เดือน แต่งหน้า+แอป><สัปดาห์ที่ 3 แต่งหน้า+แอป>สวัสดีทุกคน ในที่สุดก็ครบ 1 เดือนหลังทำ natural adhesion แล้ว ตอนนี้ถึงจะเขียนรีวิวที่เป็นรีวิวจริงๆ ได้ เลยดีใจมาก!
ก่อนอื่นขอสรุปก่อนเลยว่า พอทำตาสองชั้นแล้ว แม้แต่หน้าสดก็มั่นใจขึ้น และการแต่งหน้าก็สนุกมาก เรามีความอยากทำตาสองชั้นขึ้นมาเป็นระยะๆ เลยคิดอยู่นานแล้วก็ทำ สุดท้ายชอบมาก คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เลยจะมาเล่าเส้นทางตลอด 1 เดือนแบบค่อนข้างละเอียดนะ!
1. ตอนเดินสายปรึกษา ไปมาหลายที่เลย ตอนแรกอยากได้ตาที่สวยเป็นธรรมชาติแบบ semi-out เลยไปโรงพยาบาลที่ถนัดทำตาสวยเด่นๆ เป็นหลัก แต่โดยรวมหลายที่ก็แนะนำ in-out ให้ แล้วพอกลับจากโรงพยาบาลก็ไปหาข้อมูลออนไลน์เพิ่ม อ่านโพสต์ในคอมมูนิตี้มากขึ้นอีก อยู่ๆ สไตล์ที่อยากได้ก็เปลี่ยนไป;; (น่าจะเป็นความสำคัญของการหาข้อมูลออนไลน์และการไปปรึกษาด้วยตัวเอง)
เราอยากได้แบบที่เข้ากับตัวเองและดูเป็นธรรมชาติ + อยากให้แตะต้องน้อยที่สุด หลังจากหาข้อมูลโรงพยาบาลอีกหลายที่ที่ตรงกับความต้องการแบบนี้ สุดท้ายก็ทำแค่ natural adhesion กับผอ. Lee Hanbyeol ที่ EyeTing Plastic Surgery! เวลาไปปรึกษาหลายๆ ที่ เราว่ามันจะมีโรงพยาบาลที่รู้สึกว่า “ที่นี่แหละ” แนะนำให้ไปปรึกษาจนกว่าจะมั่นใจ และหารีวิวดูให้ดีด้วย!!
2. เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลก่อนผ่าตัด ข้อแรกคือรสนิยมความงามของเรากับคุณหมอตรงกัน สิ่งที่เราพูดกับคุณหมอตลอดคือ “หนูไม่อยากได้ตากลมๆ ค่ะ” ตาเดิมของเราค่อนข้างเฉี่ยว? แล้วหางตายกขึ้น เลยไม่อยากให้ตาอยู่ๆ กลายเป็นกลมโต เพราะรู้สึกว่าภาพลักษณ์เดิมของตัวเองจะเปลี่ยนไปมากเกินไป.. แต่สไตล์ของคุณหมอคือจะทำให้หางตาดูเปิดและยืดออก ไม่ดูตัน ซึ่งเราชอบมาก
ข้อสองคืออาการบวมและรอยช้ำ ต่อให้เราคิดว่า “เราคงไม่เซนซิทีฟหรอก” แต่ถ้าบวมหนักหรือช้ำหนักจริงๆ ก็คงเครียดมาก เลยอยากทำกับคุณหมอที่ช่วยให้บวมและช้ำน้อยที่สุด ในแง่นี้ ผอ. Lee Hanbyeol ก็เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเรา ถึงจะบวมน้อยก็ยังอดกังวลไม่ได้ว่าเมื่อไหร่จะยุบหมด ดังนั้นส่วนตัวคิดว่าเวลาเลือกโรงพยาบาล อย่าดูแค่รูปที่ออกมาดีหลังผ่านไปหลายเดือน แต่ถ้ามีรูปช่วงแรกหลังผ่าตัดก็ควรตรวจดูด้วย เพราะถ้าเป็นตาของตัวเอง แค่มีอะไรขัดใจนิดเดียวก็จะคอยกังวลตลอด..
ข้อสามคือระบบของโรงพยาบาล เรียกแบบนี้ได้ไหมนะ? ไม่รู้ว่าคนอื่นที่ทำที่นี่เป็นยังไง แต่ตอนเราไป EyeTing Plastic Surgery พอไปถึงก็ได้เข้าปรึกษาแทบจะทันที และตั้งแต่ปรึกษากับผู้จัดการ - คุณหมอ - ผู้จัดการ ก็ลื่นไหลมาก ไม่มีการรอคั่นกลาง เลยชอบมาก.. คือมันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนโรงงานอะไรแบบนั้น..? จริงๆ วันผ่าตัดก็เหมือนกัน ตั้งแต่เปลี่ยนชุด - ปรึกษารอบสุดท้าย - เข้าห้องผ่าตัด ทุกอย่างดำเนินไปเป็นขั้นเป็นตอนโดยแทบไม่มีเวลารอ ส่วนคนที่ปรึกษาหรือผ่าตัดช่วงสุดสัปดาห์เราไม่แน่ใจ ของเรา ทั้งปรึกษาและผ่าตัดเป็นช่วงเช้าวันธรรมดาทั้งหมด!
ที่เราเขียนเหตุผลที่เลือกโรงพยาบาลนี้ เพราะคิดว่าอย่างน้อยถ้าจะเลือกโรงพยาบาลและคุณหมอที่จะผ่าตัดให้ตัวเอง ก็ควรมีจุดที่ทำให้มั่นใจได้ระดับนี้ เลยคิดว่าคนที่กำลังเดินสายปรึกษา เวลาเลือกโรงพยาบาลก็ควรลองพิจารณาเรื่องแบบนี้ด้วย!
3. หลังผ่าตัด วันแรกอย่างแรกคือดีใจที่รอยช้ำและอาการบวมไม่ได้หนักมาก เรากดหมวกใบใหญ่ลงต่ำ ใส่แว่น แล้วขึ้นขนส่งสาธารณะกลับบ้าน แล้วอาการบวมใหญ่ๆ เหมือนจะยุบหมดภายในหนึ่งสัปดาห์! ประมาณ 2 สัปดาห์ก็รู้สึกว่าบวมหายหมดแล้ว แต่พอเทียบกับตอนนี้ที่ครบ 1 เดือน ความสูงของไลน์ไม่ได้ต่างกันมาก แต่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นนิดหน่อย คิดว่าในอีก 1 เดือนข้างหน้าน่าจะค่อยๆ ยุบลงอีก! อยากให้เป็นธรรมชาติมากขึ้นเร็วๆ
เราพอใจมากจริงๆ เพราะรู้สึกว่าตาเดิมของเรากับไลน์ตอนนี้เข้ากันดีมาก ไลน์ให้ความรู้สึกยืดไปทางด้านหลัง เวลาแต่งหน้าเลยเหมือนจะใช้อายไลเนอร์เพิ่มความยาวตาได้ง่ายขึ้น และคนรอบข้างก็บอกว่าไลน์ออกมาดี ดูสวย เลยมีความสุขมาก
ช่วงนี้แค่หาวิดีโอแต่งหน้าแบบใหม่ๆ ดูก็สนุกแล้ว ถ่ายเซลฟี่ก็สนุก เดือนหน้าจะไปถ่ายรูปติดบัตรใหม่ด้วย
ตั้งใจเขียนมากเพราะอยากให้เป็นประโยชน์ หวังว่าทุกคนจะหาข้อมูลให้ดี แล้วได้ดวงตาสวยๆ ที่มีเสน่ห์ในแบบของตัวเองนะ! ขอบคุณที่อ่านบทความยาวๆ นี้
รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ