ฉันอยากขอบคุณศัลยกรรมตกแต่ง 더하다 เลยเขียนรีวิวนี้ขึ้นมาค่ะ! ฉันเคยแต่เขียนรีวิวแบตชิกเท่านั้น ไม่เคยเขียนอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต เลยอาจจะเล่าไม่เป็น ลำดับความไม่ค่อยดี และมีสะกดผิดเยอะ ขอความเข้าใจด้วยนะคะ และเพราะฉันเขียนตามสถานการณ์จริงที่ฉันคิดไว้เลย กลายเป็นว่าข้อความยาวมากๆ.. เลยกลัวว่าคนอ่านจะเหนื่อย จึงแบ่งคร่าวๆ เป็นหลายย่อหน้า แล้วใช้ ChatGPT () สรุปไว้ด้านบนก่อน ส่วนด้านล่างเป็นข้อความของฉันทั้งหมด ถ้าใครอยากอ่านรายละเอียด tmi แบบจัดเต็มก็อ่านยาวด้านล่างได้เลย ถ้าไม่ว่างก็อ่านเฉพาะสรุปก็พอค่ะ! ที่นี่ฉันเข้าใจว่าเป็นที่ที่คุยกันแบบกันเอง งั้นฉันจะพิมพ์แบบกันเองนะ!! ถ้าคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่ฉันรักต้องผ่าตัดจมูกซ้ำ ฉันจะบอกให้ไปผ่าที่ศัลยกรรมตกแต่ง 더하다 โดยไม่ลังเลแม้แต่ 1 วินาทีเลยค่ะ จมูกหดรั้งเกี่ยวข้องทั้งกับสภาพร่างกายของเราและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ต่อให้ในชีวิตนี้มีการเปลี่ยนรูปของจมูกนิดหน่อย หรือจมูกกลับมาเสียหายอีกเพราะการอักเสบในร่างกาย ฉันก็จะไปผ่าที่ศัลยกรรมตกแต่ง 더하다 อีกครั้งอยู่ดีค่ะ เอาเป็นว่าตลอดชีวิตเลย!!! ฉันจะฝากจมูกไว้ที่ศัลยกรรมตกแต่ง 더하다 เหตุผลที่ฉันเชื่อมั่นขนาดนี้คือ ผลลัพธ์หลังผ่าตัดเป็นเครื่องพิสูจน์เอง ฉันแค่อยากมีชีวิตอยู่กับจมูกธรรมดาๆ ให้ได้เท่านั้นแท้ๆ... แต่กลับทำให้ฉันออกมาสวยขนาดนี้ได้ยังไง!!!!! 1️⃣ จุดเริ่มต้นของการผ่าตัด ฉันเป็นคนต่างจังหวัด และนี่เป็นการผ่าตัดจมูกครั้งที่สามของฉัน การผ่าตัดครั้งแรกทำที่โรงพยาบาลในพื้นที่ตอนฉันยังเด็ก แต่ดูแลหลังผ่าตัดไม่ดีพอจนเกิดภาวะหดรั้งรุนแรง สุดท้ายต้องใช้ชีวิตอยู่กับจมูกที่เชิดขึ้นเหมือนจมูกหมูอยู่หลายปี เคยโดนพูดแรงถึงขั้นว่า “ถ้าฝนตก น้ำคงไหลเข้าจมูกได้” เลยทีเดียว เจ็บมาก หลังจากนั้นฉันตัดสินใจผ่าตัดแก้ไขและขึ้นไปโซล แต่โรงพยาบาลดังๆ ทุกที่ปฏิเสธเคสของฉันหมด มีเพียงโรงพยาบาลเดียวที่รับผ่าตัดให้ด้วยความมั่นใจ ฉันเลยผ่ากับที่นั่น และตอนเห็นจมูกยุบลงก็รู้สึกซาบซึ้งมาก แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ มีแค่ข้างเดียวที่การรั้งคลายออก ทำให้ปลายจมูกยาวและตกลงมา ไม่ได้สวยนัก แต่ก็ยังดีกว่าสมัยจมูกเชิดมาก แต่พอเวลาผ่านไป จมูกก็ยุบลงเรื่อยๆ และโครงสร้างข้างในเหมือนหดตัวพังลง ฉันกลับไปมีจมูกแปลกๆ อีกครั้ง เลยคิดว่า ‘ฉันคงไม่เหมาะกับการผ่าตัดจมูกมั้ง’ แล้วก็ใช้ชีวิตแบบยอมรับชะตาไป แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจผ่าซ้ำอีกครั้งด้วยความตั้งใจว่า “ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย” เพราะฉันอยากให้ครั้งนี้สำเร็จจริงๆ เลยเตรียมตัวอย่างจริงจังเหมือนโปรเจกต์ใหญ่ อย่างแรก ฉันตัดสินใจเลิกบุหรี่ที่เคยเป็นความสุขอย่างเดียวของชีวิต อย่างที่สอง คือจะไปปรึกษาโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญเรื่องผ่าตัดแก้ไขในโซลด้วยตัวเองให้ครบ 10 ที่ ㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡ ฉันเป็นคนต่างจังหวัด และนี่เป็นการผ่าตัดครั้งที่ 3 ครั้งแรกผ่าที่เมืองที่ฉันอยู่ ตอนนั้นฉันยังเด็กมากและไม่ได้ดูแลหลังผ่าอย่างดี พอเป็นแบบนั้นจึงเกิดภาวะหดรั้งหนักมาก.. จมูกเชิดขึ้นเรื่อยๆ จนใช้ชีวิตกับจมูกหมูอยู่หลายปี ประโยคที่แย่ที่สุดที่ฉันเคยได้ยินคือ “ถ้าฝนตก น้ำจะไหลเข้าจมูก” ㅡㅡ...... เฮ้อ... ยังลืมไม่ได้เลย.. เพราะฉันเจ็บมาก เลยลืมไปจากความทรงจำหรือเปล่าก็ไม่รู้ㅌㅋㅌ ตอนนี้นึกไม่ออกแล้วว่าได้ยินคำนี้จากใคร (หรือเพราะฉันแก่ขึ้นมากแล้วเลยลืมก็ได้..) เอาเป็นว่าพออาการหนักขึ้น ฉันก็ตัดสินใจผ่าตัดแก้ไข และพอดีมีเพื่อนที่เริ่มสนใจศัลยกรรมอยู่บ้าง ก็เลยได้ข้อมูลช่วยเหลือกัน สุดท้ายตัดสินใจจะไปผ่าที่โซล แต่ตอนนั้นโรงพยาบาลดังๆ ไม่รับเคสจมูกของฉันเลย...... เลยไม่ได้ทำกับที่ดังและเป็นที่นิยมในตอนนั้น แต่ได้ทำกับที่ที่ยอมรับผ่าตัดให้จากไม่กี่ที่ที่ฉันไปปรึกษาเท่านั้น! ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังรู้สึกขอบคุณมากที่ตอนนั้นมีที่เดียวที่มั่นใจในจมูกของฉัน... การผ่าซ้ำครั้งนั้นมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่เกิดขึ้น เรื่องตลกคือ พอผ่าตัดเสร็จ ก่อนติดเทปจมูก คุณหมอหัวหน้าก็ทำหน้าเหมือนภูมิใจมาก แล้วให้ฉันที่เพิ่งฟื้นจากยาสลบนั่งอยู่บนเตียงผ่าตัดตรงนั้นเลย พร้อมยื่นกระจกมาให้ดูว่าจมูกยุบลงแล้ว และยังเรียกเพื่อนที่รออยู่ข้างนอกเข้ามาดูจมูกฉันอีก ท่านทำแบบนั้นจริงๆ ตอนนั้นฉันจำสีหน้าของเพื่อนฉันได้ดี.. พอเห็นฉันปุ๊บ คำแรกที่พูดคือ “○○!!! จมูกยุบลงแล้ว!!” ตอนนั้นเป้าหมายของฉันมีแค่อย่างเดียว คือขอแค่ให้จมูกลดลงให้เป็นปกติและเห็นรูจมูกน้อยลงเท่านั้น ไม่ได้สนใจเลยว่าความสูงหรือรูปทรงโดยรวมจะเป็นยังไง พอจมูกยุบลงก็รู้สึกซาบซึ้งและดีใจมาก แต่ความจริงคือตอนแรกจมูกฉันเคยมีการรั้งทั้งสองข้างอย่างรุนแรง มีแค่ข้างเดียวที่คลายออก อีกข้างยังรั้งอยู่ และปลายจมูกก็กลายเป็นรูปยาวๆ ตกลงมาด้านล่าง ไม่ใช่จมูกที่สวย ถึงอย่างนั้นมันก็ดีกว่าสมัยที่ต้องอยู่กับจมูกเชิดขึ้นที่แย่ที่สุดมาก และตอนนี้พอถ่ายรูปก็ไม่เห็นรูจมูกโพล่ชัดเต็มๆ เหมือนเดิม แค่นี้ฉันก็พอใจและรู้สึกขอบคุณแล้ว แต่ปัญหาคือยิ่งเวลาผ่านไป อาการบวมยุบลง จมูกก็ยุบตัวลงเรื่อยๆ.... เหมือนมันหดตัวลงตลอดเวลา?? ช่วงแรกคิดว่าแค่บวมยุบเท่านั้นเอง แต่ไม่ใช่ มันเหมือนของบางอย่างข้างในจมูกค่อยๆ ลดปริมาตรและเหี่ยวลง... ปลายจมูกที่เคยตั้งอยู่ก็เริ่มพังลงเรื่อยๆ... สุดท้ายแม้รูจมูกจะเห็นน้อยลงกว่าก่อน แต่ปลายจมูกกลับพังหมด กลายเป็นแหลมบาง และบริเวณที่เคยรั้งยิ่งดูรั้งชัดขึ้น จนกลายเป็นจมูกแปลกๆ อีกครั้ง... แล้วก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตกับจมูกแปลกๆ อีก... ถ่ายรูปเหมือนเดิมไม่ได้... ใช้ชีวิตแบบนั้นต่อไป ฉันก็พยายามปลอบตัวเองว่า “ฉันคงไม่เหมาะกับการผ่าตัดจมูกจริงๆ แหละ โชคไม่ดี จมูกฉันอาจจะยากไปหน่อย” แล้วก็ใช้ชีวิตต่อไป..! จนเวลาผ่านไปถึงอายุเพิ่มขึ้น... แล้วก็คิดว่า หรือเราจะลองอีกสักครั้งเป็นครั้งสุดท้ายดี... ก็เลยด้วยความรู้สึกว่า “ครั้งนี้คือครั้งสุดท้ายแล้ว” ฉันตัดสินใจผ่าซ้ำซ้ำอีกครั้ง!!! ㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡ 2️⃣ กระบวนการเลือกโรงพยาบาล ฉันไม่มีคนรู้จักที่โซล และอาศัยอยู่ต่างจังหวัด ดังนั้นแค่การจัดตารางไปกลับเพื่อปรึกษาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันเลยใช้เวลา 3 เดือน ขึ้นลงโซลทั้งหมด 4 ครั้งเพื่อไปปรึกษา มีที่หนึ่งปฏิเสธการผ่าตัดตั้งแต่แรกจนฉันรู้สึกเจ็บใจ และอีก 9 ที่ที่เหลือฉันค่อยๆ เปรียบเทียบอย่างละเอียด ยุคนี้ข้อมูลมีเยอะมาก การคัดเลือกโรงพยาบาลจึงยากที่สุด แต่ฉันก็ขุดทั้ง YouTube, บล็อก, รีวิว, รูปก่อน-หลังบนหน้าเว็บไปหมด แล้วหาข้อมูลอย่างละเอียดจริงๆ โดยเฉพาะฉันดูว่าเป็นโฆษณาหรือไม่ และมีประสบการณ์เรื่องจมูกหดรั้งมากแค่ไหน เกณฑ์ของฉันคือ ที่ที่คุณหมอรับผิดชอบเคสด้วยตัวเองมากกว่าจะเป็นโรงพยาบาลใหญ่, ที่ที่มีประสบการณ์ผ่าตัดแก้ไขจมูกหดรั้งเยอะ, และที่ที่ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ พอคัดเหลือ 10 ที่แล้ว เหตุผลสุดท้ายที่ฉันเลือกศัลยกรรมตกแต่ง 더하다 มีดังนี้ 1. เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางเรื่องจมูกหดรั้ง และมีรูปก่อน-หลังรวมถึงเคสจริงเยอะมาก 2. เป็นที่เดียวที่คุณหมอพูดอย่างมั่นใจว่า “ทุกอย่างจะออกมาดี” คำพูดนั้นปลอบฉันและให้กำลังใจมาก 3. ไม่ได้พูดแค่ในเชิงมองโลกในแง่ดี แต่ยังวางแผนแบบจริงจังตามสภาพจมูกของฉันเป็นขั้นตอน 4. น้ำเสียงที่ซื่อสัตย์ ไม่แต่งเติม และท่าทีของผู้จัดการเคสที่ดูเป็นกันเองและจริงใจ ก็ทำให้ฉันเชื่อใจ 5. สุดท้าย ค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลก็เป็นเหตุผลสำคัญ สรุปแล้ว ฉันเลือก 더하다 เพราะความเชี่ยวชาญระดับสุดทางของจมูกหดรั้ง + ความจริงใจ + ความสมเหตุสมผล ㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡ หลังจากทรมานกับจมูกมานานขนาดนี้ ฉันอยากให้การผ่าตัดครั้งนี้สำเร็จจริงๆ จึงวางแผนเหมือนโปรเจกต์ใหญ่ อย่างแรกคือ ตัดสินใจเลิกบุหรี่ (สำหรับฉันนี่คืออีเวนต์ใหญ่สุดๆ.. ฟังดูตลกแต่บุหรี่คือความสุขอย่างเดียวของฉัน) ฉันเคยผ่อนปรนกับการสูบบุหรี่มากเกินไป คิดว่า “คนอื่นสูบก็ยังผ่าตัดสำเร็จกันหมดนี่!”... แต่แล้วก็เข้าใจว่า อย่างอื่นไม่รู้ แต่สำหรับฉัน!! บุหรี่เป็นตัวทำให้เกิดการอักเสบได้ ดังนั้นเพื่อการผ่าตัดครั้งนี้ ฉันจะเลิกบุหรี่ก่อน! เป็นความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ให้มีปัจจัยใดๆ ไปกระตุ้นผลข้างเคียงจากการผ่าตัดจมูกเลย!!! ฉันไม่ดื่มเหล้าอยู่แล้ว จึงไม่เป็นปัญหา!! (โชคดี) อย่างที่สอง คือคัดเลือกโรงพยาบาลที่ดังเรื่องผ่าตัดแก้ไขจมูกหดรั้ง 10 ที่แล้วไปปรึกษา!!! ฉันเป็นคนต่างจังหวัด ไม่มีเหตุผลต้องไปโซลเลย ดังนั้นฉันคิดว่าเวลาว่างเมื่อไหร่จะขึ้นไปทีเดียวแล้วปรึกษาให้เยอะๆ ตอนแรกวางแผนว่าจะปรึกษาวันละ 3-4 ที่ แต่พอเอาเข้าจริงมันไม่ง่ายขนาดนั้น คนที่เคยตระเวนปรึกษาจะเข้าใจดี แต่ละโรงพยาบาลมีวันหยุดต่างกัน และเวลาที่คุณหมอรับปรึกษาก็ต่างกัน ทำให้การนัดให้ลงตัวหลายที่ในวันเดียวไม่ง่ายเลย!! เพราะฉะนั้นพอคิดรวมเรื่องเวลาเดินทางไปกลับแล้ว การปรึกษาครั้งละ 2 ที่ถือว่าเหมาะที่สุดสำหรับฉัน ใช่แล้ว เลยขึ้นไปโซลทั้งหมด 4 ครั้ง และใช้เวลาทั้งหมด 3 เดือน. ที่บอก 4 ครั้งเพราะใน 10 ที่นั้น มี 3 ที่อยู่ในเมืองที่ฉันอาศัยอยู่! และจริงๆ โรงพยาบาลในโซลมีทั้งหมด 8 ที่ แต่ฉันตัดออก 1 ที่.. เพราะถูกปฏิเสธตั้งแต่แรกเลย....ㅡㅜ เขาบอกว่าจะไม่ผ่าตัดให้ฉัน... (จริงๆ ที่นั่นเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของฉัน เลยเจ็บใจมาก.......) สรุปคือ แค่การคัดเลือกโรงพยาบาลที่จะไปปรึกษาก็เป็นงานใหญ่แล้ว.... พอโตขึ้นและใช้ชีวิตเป็นคนติดบ้านมานาน ตอนนี้รอบตัวไม่มีเพื่อนที่รู้เรื่องศัลยกรรมดีแล้ว และจากการผ่าซ้ำก็ผ่านมา 10 ปี... โรงพยาบาลก็เพิ่มขึ้นมากแค่ไหนแล้ว โฆษณาบนอินสตาแกรม ยูทูบก็เยอะขึ้นขนาดไหนกัน... ท่ามกลางข้อมูลที่ล้นหลามแบบนี้ ฉันจะคัดเลือกได้ถูกจริงๆ ไหม ความกังวลมันมาก่อนเลย แต่ตอนผ่าตัดครั้งแรก ฉันไปปรึกษาที่ที่แรกที่ค้นเจอบนอินเทอร์เน็ตแล้วจองวันผ่าตัดเลยในวันนั้น, การผ่าครั้งที่สองก็พึ่งแต่เพื่อนเท่านั้น,(แน่นอนว่าขอบคุณมากจริงๆ) ทั้งหมดทำให้ฉันตระหนักว่า ฉันไม่ได้ค้นหาหรือใช้การตัดสินใจของตัวเองเลย!! ดังนั้นครั้งนี้ฉันตั้งใจว่า “ฉันจะหาข้อมูลทุกอย่างเองทั้งหมด!!” แต่ข้อดีก็คือฉันเป็นคนติดบ้านและติดสมาร์ทโฟน.. ทั้งวันเอาแต่ดูมือถือเล่นๆ อยู่แล้ว?!? เลยเริ่มจากขุด YouTube ก่อนเลย! ค้นหาด้วยคำว่า จมูกหดรั้ง ผ่าซ้ำ สร้างโครงสร้างใหม่ อะไรพวกนั้น แล้วดูยูทูบไปสารพัดช่อง... จากนั้นก็เริ่มรู้จักโรงพยาบาล เข้าเว็บของโรงพยาบาลดูรูปก่อน-หลังเพื่อดูสไตล์... กลับไปดู YouTube อีกครั้งเพื่อเดาว่าคุณหมอเป็นคนแบบไหน... แล้วก็เข้าเว็บอีก ดูข้อมูลโรงพยาบาลจากหลายที่... ค้นหาบน Naver ด้วย ดูรีวิวด้วย แบบว่า!!! ฉันตรวจสอบละเอียดแบบสุดๆ เท่าที่จะทำได้!! จากนั้นคัดโรงพยาบาลที่ดังๆ ออกมา แล้วเลือก 10 ที่ที่ฉันหาแล้วรู้สึกว่ามีความน่าไปต่อ กระบวนการนี้น่าจะยากที่สุดแล้ว ปวดหัวสุดๆ เกณฑ์ในการคัดโรงพยาบาลของฉันคือหลีกเลี่ยงโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และต้องดูว่าแพทย์เจ้าของเคยทำเคสแบบฉันมากแค่ไหน รวมถึงผลลัพธ์ของทรงจมูกก็สำคัญมาก!! และต้องแยกให้ออกว่าข้อมูลนั้นเป็นโฆษณาหรือไม่!! แน่นอนว่าในยุคนี้ไม่มีที่ไหนไม่ทำโฆษณา... แต่ฉันก็สงสัยมากว่ามันถูกยกให้ดีเกินจริงเพราะโฆษณาหรือเปล่า... และสิ่งที่ฉันอยากปรับคือ ไม่ใช่อย่างอื่นเลย ฉันไม่ได้ต้องการให้สวยขึ้นด้วยซ้ำㅡ ฉันแค่ต้องการจมูกธรรมดาๆ จริงๆ!! แบบมีอยู่ก็เหมือนไม่มี ใครมองก็เห็นว่าเป็นจมูกธรรมดา ไม่มีอะไรเด่นเป็นเอกลักษณ์เวลาเห็นหน้า เป็นจมูกที่ไม่ดึงสายตาเลย..... นี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ เอาล่ะ พอคัดอย่างละเอียดมากๆ แล้ว 10 ที่ ทำไมสุดท้ายฉันถึงไปผ่าที่ศัลยกรรมตกแต่ง 더하다!!!! 1. แค่เข้าเว็บไซต์ก็รู้ได้ทันทีว่าที่นี่เชี่ยวชาญเรื่องผ่าตัดแก้ไขจมูกหดรั้ง และมีรูปรีวิวเยอะมาก! แถมผลลัพธ์ก็ดีทุกเคส!!! ดีจนแปลกใจเลย..! ที่โรงพยาบาลยังมีเอกสารหลายเล่มวางไว้ตรงที่รอ แถมรูปก่อน-หลังของจมูกหดรั้งเยอะมาก!! หลายเล่มเต็มไปหมด! เพราะแบบนี้เลยรู้สึกได้จริงๆ ว่าท่านคงมีประสบการณ์กับจมูกหดรั้งหนักๆ เยอะมาก... 2. คุณหมอพูดอย่างมั่นใจมากว่าจะออกมาดี! ใน 10 ที่ มีที่เดียวที่พูดแบบชิลๆ ว่า “ทุกอย่างจะออกมาดี” อย่างมั่นใจ ตอนแรกหลังจากตระเวนปรึกษาครบแล้ว ตอนที่กำลังคิดอยู่ว่าจะทำที่ไหนดี ฉันเคยลังเลเพราะคำพูดที่มั่นใจมากๆ แบบนั้น คิดว่า หรือจะพูดไปงั้นๆ... โรงพยาบาลอื่นๆ อย่างน้อยก็จะพูดในทำนองว่า “เป็นการผ่าตัดที่ยาก แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด” และฉันเองก็คาดหวังแบบนั้นอยู่แล้ว... เลยคิดว่ามันดูสมจริงกว่า แต่พอท่านบอกว่า “ทุกอย่างจะออกมาดี” ขนาดนั้น ตอนแรกฉันก็สงสัย.... แต่คำพูดที่มั่นใจแบบนั้น กลับปลอบใจฉันได้มากในอีกแง่หนึ่ง... คนที่มีจมูกหดรั้งมักจะกังวลมากว่า ผ่าครั้งต่อไปจะฟื้นกลับมาได้จริงไหม... ในสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงแบบนั้น การที่มีคนพูดอย่างน่าเชื่อถือแบบนั้น... มันทำให้ใจฉันสะเทือนเลย จริงๆ คือพอได้ยินคำพูดนั้น ฉันรู้สึกว่าอยากเชื่อและเดินตามคุณหมออีจองฮุนต่อไป 3. แน่นอนว่ามันไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องคุยอะไรเลยแล้วจบ!! ไม่ใช่ว่าจมูกหดรั้งที่พังยับจะถูกบอกว่าจะทำให้กลายเป็นคารินาทันทีหรอก!! ท่านวางแผนให้ตรงกับสภาพจมูกของฉันอย่างชัดเจน ตั้งแต่เรื่องที่ควรแก้ก่อนที่สุด ไปจนถึงสิ่งที่ต้องยอมลดทอน แล้วค่อยๆ วางแผนเป็นลำดับขั้นให้ ขณะปรึกษาก็ใจดีมาก.. แถมขอ tmi นิดนึงคือ ท่านหล่อมากด้วย (ลุคแบบนักแสดง) ยิ่งดูดีเข้าไปอีก.....(แอบชอบ) 4. ฉันพูดสำเนียงท้องถิ่น จึงเดานิสัยหรือบรรยากาศของคนที่พูดภาษาเป็นทางการไม่ได้จากน้ำเสียงหรือคำติดปาก เพราะไม่มีข้อมูลในหัว แต่ฉันโตต่างจังหวัดมาตลอดเลยใช้แต่สำเนียงถิ่นเดียวกัน พอเจอคนจากบ้านเกิดเดียวกัน ฉันกลับพอเดานิสัยจากวิธีพูดได้แล้ว.. (ทุกคนก็มีแบบนี้ใช่ไหม?) เอาเป็นว่า พอฟัง YouTube ของคุณหมออีจองฮุนแบบละเอียดแล้ว... ก็เริ่มเห็นคาแรกเตอร์ขึ้นมา! ฉันรู้สึกปุ๊บเลยว่า “ว้าว คนนี้ไม่ชอบโกหก ไม่ชอบพูดเกินจริง ไม่ชอบแต่งเติมแน่นอน เป็นคนซื่อสัตย์!!!”!!! แน่นอนว่ามันอาจเป็นแค่ความคิดของฉันเอง... แต่ฉันก็คิดว่าตัวเองอ่านคนออกพอสมควรนะ... เอาเป็นว่าเรื่องนี้ก็มีส่วนมากที่ทำให้ตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลสุดท้าย... แต่เพราะคุณหมอเป็นคนแบบนี้ ผู้จัดการเคสก็เป็นคนที่ฉันรู้สึกว่าจริงใจมากจริงๆ เช่นกัน เลยยิ่งชอบมาก! ฉันเป็นคนที่ค่อนข้างรู้สึกห่างๆ กับความใจดีที่มากเกินไปอยู่แล้ว แต่ผู้จัดการเคสของ 더하다 ให้ฟีลเหมือนเพื่อนสนิทนิดๆ เลยยิ่งเชื่อใจได้ในสไตล์นั้น ฉันเคยเจอรีวิวสั้นๆ ตามที่ต่างๆ ว่า “ผู้จัดการเคสไม่ค่อยสุภาพ” พออ่านก็แอบขำคนเดียว แบบว่า ใครบางคนอาจจะรู้สึกแบบนั้นก็ได้ แต่สำหรับฉันแล้ว คิดว่าเพราะท่านไม่มีความสุภาพที่มากเกินไปแบบประดิษฐ์ๆ หรือรอยยิ้มที่ดูฝืนของผู้จัดการเคสทั่วไป เลยอาจดูเป็นแบบนั้นมากกว่า ผู้จัดการเคสมีรอยยิ้มจริงใจ ไม่เสแสร้ง และดูเป็นกันเอง ทำให้รู้สึกน่ารักและดีมาก สรุปเป็นประโยคเดียว เหตุผลที่ฉันเลือกโรงพยาบาลนี้คือ คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องจมูกหดรั้งระดับสุดทาง มีประสบการณ์มาก และมั่นใจที่จะผ่าจมูกของฉัน แถมยังอธิบายได้ดีว่าจมูกของฉันต้องการอะไร ฉันสัมผัสได้ว่าคุณหมอเป็นคนจริงใจและดี!! บวกกับราคาก็สมเหตุสมผลมาก!!!!! เลยเลือก 더하다..♡ ㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡ 3️⃣ การดูแลหลังผ่าตัด ในวันผ่าตัด คุณหมออธิบายข้อควรระวังด้วยตัวเอง และพูดว่า “หลังผ่าตัดก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยนะครับ/คะ” แค่ประโยคเดียวนี้ก็ทำให้ฉันโล่งใจจนแทบจะร้องไห้ และจริงๆ หลังผ่าตัดก็มีการดูแลหลังผ่าอย่างละเอียดมากต่อเนื่อง มีตรวจเช็กเป็นระยะจนถึงตอนถอดผ้าก๊อซในจมูก, จากนั้นก็ตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน, รวมถึงแนะนำการดูแลและการรักษาที่จำเป็นตามสภาพจมูกโดยตรง ทั้งที่ฉันไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ ท่านก็ตรวจดูให้ก่อนเสมอ และท่าทีที่พยายามป้องกันปัญหาล่วงหน้าก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความจริงใจ ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดแบบ “จมูกหดรั้งต้องดูอาการไปจนถึงที่สุด” ก็เป็นสไตล์ที่ให้ความน่าเชื่อถือด้วยคำแนะนำที่เป็นจริง มากกว่าคำชม ฉันเองก็พยายามตอบแทนความเชื่อนั้นด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และระวังอย่างเคร่งครัดไม่ให้เกิดการอักเสบ ผลคือจนตอนนี้ผ่านไป 4 เดือนแล้ว จมูกก็ยังอยู่ตัวได้อย่างมั่นคงมาก ดังนั้นต่อจากนี้ฉันก็จะไปติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง และถ้าอนาคตมีอะไรเกิดขึ้นอีก ฉันก็ไม่กังวลแล้ว เพราะฉันเชื่อในคุณหมออีจองฮุนแห่งศัลยกรรมตกแต่ง 더하다 ㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡ ในวันผ่าตัด ฉันยังได้ฟังคำพูดที่ประทับใจมากอีกด้วย หลังจากฟังอธิบายขั้นสุดท้ายว่าจะผ่าอย่างไร และฉันก็ยื่นรูปสไตล์ที่ต้องการให้ดูด้วย (ท่านบอกให้เตรียมมา) และอธิบายข้อควรระวังทั้งหมดด้วยตัวเองแล้ว ท่านพูดว่า “หลังผ่าตัดก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยนะครับ/คะ” สำหรับคนที่เคยมีจมูกหดรั้งและจมูกอักเสบมาก่อน มักจะกังวลมากว่าหลังผ่าจะกลับมาเป็นซ้ำอีกไหม แต่พอคุณหมอพูดแบบนั้นให้ฟัง ㅏ..... มันเป็นคำพูดที่เชื่อถือได้และน่าไว้วางใจจริงๆ หลังผ่าตัดเสร็จ ฉันสัมผัสได้เลยว่าท่านดูแลอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบจริงๆ ดูแลมากเพื่อให้แผลติดดี และให้จมูกอยู่ตัวได้ดี!! หลังผ่าตัดจนกว่าจะถอดผ้าก๊อซในจมูก ก็จะมีให้มาตรวจเป็นระยะและรับการดูแลที่จำเป็น พออาการค่อนข้างมั่นคงแล้ว หลังจากนั้นก็จะให้มาตรวจทุกเดือนต่อเนื่อง (ตอนนี้ผ่านไป 4 เดือน ฉันก็เพิ่งไปตรวจครั้งที่ 4 มา) ทุกครั้งที่ไปตรวจ คุณหมอจะให้การดูแลที่จำเป็นตามสภาพจมูกของฉัน และคอยอธิบายวิธีดูแลให้เรื่อยๆ ทำให้รู้สึกจริงๆ ว่าหลังผ่าก็ยังดูแลกันต่อเนื่อง ท่านคอยสังเกตให้ก่อนเสมอโดยที่ฉันไม่ต้องร้องขอ และพยายามป้องกันปัญหาล่วงหน้า รวมทั้งช่วยให้จมูกของฉันอยู่ตัวได้ดี... ศัลยกรรมตกแต่ง 더하다 เป็นโรงพยาบาลที่ทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณจริงๆ... จริงๆ ตอนที่ไปตรวจครั้งที่ 2 ฉันพูดว่า “คุณหมอ... ผ่าตัดออกมาดีมากเลยค่ะ..♡” แต่คุณหมอกลับพูดแบบเรียบๆ ว่า “จมูกหดรั้งไม่มีทางรู้ครับ/ค่ะ ต้องดูอาการต่อไปเรื่อยๆ”
ไม่ใช่ว่าปกติถ้าคนไข้ไม่ค่อยพอใจกับการผ่าตัด โรงพยาบาลจะชอบพูดเสมอว่า “ผ่าตัดออกมาดีมากเลยครับ/ค่ะ^^^^^^” ไม่ใช่เหรอ..? ข้อเท็จจริงคือท่านไม่ได้พูดแค่ปาก แต่ช่วยดูแลจริงๆ จนมันอยู่ตัวดีในที่สุด นี่แหละคือข้อเท็จจริง อีกอย่างที่สำคัญคือ เพราะโรงพยาบาลดูแลดีแบบนี้ ฉันเองก็ต้องพยายามด้วยเหมือนกัน ดังนั้นฉันจึงตั้งใจทำตามข้อควรระวังอย่างดีไม่ให้เกิดการอักเสบ และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ดีขึ้นด้วย! เพราะแบบนั้นตอนนี้จมูกของฉันก็ยังอยู่ตัวได้อย่างไม่มีปัญหาเลย!!! ต่อจากนี้ฉันก็จะไปตรวจอาการต่อ และถึงอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้นกับจมูกอีกไหมก็ไม่รู้ แต่ฉันไม่กังวลแล้ว เพราะฉันรู้จักคุณหมออีจองฮุนแห่งศัลยกรรมตกแต่ง 더하다 แล้วไงล่ะ!!! ㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡ ขอบคุณคุณหมอ ผู้จัดการเคส คุณพยาบาล และคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนของศัลยกรรมตกแต่ง 더하다 ที่คอยถ่ายภาพติดตามอาการให้ฉันเสมอด้วยค่ะ ㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡ และขออวยพรให้ทุกคนที่กำลังทรมานเพราะจมูกหดรั้งได้ผลลัพธ์ที่ดีนะคะ❤️ ㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡㅡ
구축코재수술 구축코재건 들창코 찝힌코 코재수술 극한코
รีวิวนี้เป็นรีวิวหลังผ่าตัดที่มุ่งเน้นการสร้างใหม่