โพสต์

รีวิวศัลยกรรมแบบไม่ผ่าตัด

ผลข้างเคียงของ Hyalase.. คิดอีกครั้งก่อนฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก...

เมื่อ 9 ปีก่อน ฉันฉีดฟิลเลอร์หน้าผากปริมาณมาก (ตามที่โรงพยาบาลบอกให้ทำ) พอเข้าปีที่ 5 ก็ฉีด Hyalase ไป 5 ครั้งเพื่อละลาย ถึงอย่างนั้น ฟิลเลอร์เหนือคิ้วก็ไม่ละลายจนหมด ฉันเลยคิดว่ามันคงเกิดพังผืดรวมกับเนื้อเยื่อผิวของฉันไปแล้ว... เวลากดก็เจ็บเล็กน้อยด้วย จนถึงตอนนั้น ฉันยังคิดว่าฟิลเลอร์เป็นหัตถการง่ายๆ ที่ถ้าพังก็แค่ละลายออกเมื่อไรก็ได้....... ยังไงก็ตาม เป้าหมายของฉันคือแก้หน้าผากที่เหมือนสุสานโบราณให้ดูเป็นธรรมชาติ ตอนนั้นเลยค้นแอปศัลยกรรมความงาม แล้วไปหาหมอที่ทำทรงหน้าผากแบบแอร์โฮสเตสให้ได้ หมอบอกว่าหน้าผากฉันกว้าง และพอนอนลงก็ต้องใส่อย่างน้อย 5cc แน่นอน ฉันเลยใส่ไป รูปทรงก็ออกมาธรรมชาติตามที่คิดไว้ และยังไงๆ ก็ดูเหมือนจะสำเร็จ แต่เรื่องสำคัญคือ คำสาปเริ่มจากตรงนี้...... ผ่านไป 2-3 ปี มันเริ่มเป็นคลื่นๆ ยุบๆ และพอยืนใต้แสงก็เริ่มเห็นจุดที่บุ๋มลึกลงไป ก่อนหน้านั้นตอนฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรกไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ (เหตุผลจะอยู่ด้านหลัง) ฉันเลยไปโรงพยาบาลที่มีราคาลดในแอปศัลยกรรมความงามและมีประสบการณ์ทำหัตถการเยอะ ตั้งใจจะเติมเฉพาะจุดที่บุ๋ม แต่ที่นั่นผู้จัดการให้คำปรึกษาก็แนะนำ 4cc จริงๆ บ้าไปแล้ว ฉันบอกไปว่าขอแค่เติมตรงจุดที่ว่างพอดีๆ โดยไม่ทำให้ทรงตอนนี้เสีย แต่เธอกลับพยายามเกลี้ยกล่อมฉัน บอกว่าถ้าจะเติมรอยบุ๋มก็ต้องใช้ประมาณนั้นแน่นอน และนี่ก็ไม่ได้เยอะอะไร พูดอะไรแบบนั้น ตอนนั้นฉันควรลุกออกไปเลย..... เหมือนถ้าได้ปรึกษากับผู้จัดการที่ตาบอดเพราะเงินแบบนั้น ชีวิตก็พัง ยังไงสุดท้ายฉันก็จ่ายเงินสำหรับ 4cc และบอกว่าเติมแค่นิดเดียวแล้วเหลือไว้ก็ได้ อย่าฉีดทั้งหมด เพราะฉันเคยมีประวัติพังมาก่อน ระหว่างทำหัตถการก็ยังตะโกนบอกเรื่อยๆ ว่าขอให้เติมแค่จุดที่บุ๋มแบบธรรมชาติ แต่ระหว่างนั้นเขาฉีด 4cc เข้าไปหมดแล้ว? พอส่องกระจกดู อะไรกันเนี่ย เขาทำหน้าผากฉันให้กลายเป็นหน้าผากสุสานโบราณ บาลูกาหัวชน ไดโนเสาร์ มนุษย์ต่างดาวบ้าๆ แบบนี้? เซนส์ความงามของผู้อำนวยการนี่ระดับโรคจิตจริงๆ ฉันสิ้นหวังขนาดไหน โอ้โห ฉันรู้สึกผิดกับหน้าผากตัวเองมาก และรู้สึกผิดต่อเจ้าของร่างตัวเองด้วย เพราะฉันอยากหยุดยุ่งกับหน้าผากจริงๆ ได้โปรด เลยทนอยู่กับหน้าผากนั้นมา 5 เดือน เขาบอกว่าพอเวลาผ่านไปและมันถูกดูดซึมก็จะเป็นธรรมชาติ ฉันเลยฝืนทนทั้งน้ำตา แต่พอเวลาผ่านไป ตอนนี้มันกลับค่อยๆ ไหลลงมาอีก กลายเป็นหน้าผากประหลาดที่เหมือนกระดูกคิ้วกำลังแบกฟิลเลอร์ที่แทบจะระเบิดอยู่ คนรอบตัวทุกคนเวลาเจอฉันก็จ้องหน้าผากฉัน....... สภาพจิตใจพังถึงขีดสุด.... สุดท้ายทนไม่ไหว เลยไปโรงพยาบาลอื่นเพื่อละลายอีกครั้ง...... แต่หมอที่นั่นกดดูหน้าผากฉันแล้วถอนหายใจอยู่นาน ตั้งแต่นั้นฉันก็เริ่มกลัว เหตุผลคือ ฟิลเลอร์หน้าผากควรต้องเลาะช่องระหว่างกระดูกหน้าผากกับกล้ามเนื้อแล้วใส่เข้าไป แต่ของฉันถูกฉีดอยู่เหนือกล้ามเนื้อ และเพราะมีปริมาณมากอยู่ในนั้น เนื้อเยื่อตรงนั้นเลยยืดออกหมด ดังนั้นพอกดจึงบุ๋ม และฟิลเลอร์จึงเคลื่อนที่ หมอบอกว่าเคสแบบนี้ 3 เดือนเจอสักคน ถ้าเป็นโรงพยาบาลของตัวเอง คงเอาฉันไปใช้เป็นเคสตัวอย่างแล้ว โรงพยาบาลที่สองที่ทำหน้าผากแอร์โฮสเตสให้นั่น เลาะชั้นได้ห่วยแตกมาก.... ขอให้หมอคนนั้นโดนสาป (แถมหมอคนนั้นยังมีรีวิวลือกันว่าเป็นเทพแห่งการเลาะชั้นด้วย) หมอบอกว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีครึ่งในการแก้หน้าผาก เขาบอกว่าน่าจะดีกว่าถ้าทำ Hyalase อย่างน้อย 4 ครั้ง -> หัตถการยกกระชับด้วยเลเซอร์คลื่นความถี่สูง -> ฉีดฟิลเลอร์ใหม่ ถึงอย่างนั้น เพราะฉันป่วยใจเรื่องหน้าผากมานานแล้ว ฉันเลยฉีดครั้งแรกแล้วกลับบ้านด้วยความรู้สึกนิ่งกว่าที่คิด ฉันนอนหลับสนิทแล้วตื่นขึ้นมา เนื้อตรงกลางหน้าผากบุ๋มลงไป มันไม่ใช่ฟิลเลอร์ละลาย แต่ดูปุ๊บก็รู้ว่าเนื้อเยื่อถูกละลายหายไป พอลองจับดู ตรงบริเวณนั้นไม่มีเนื้อเลย สิ่งที่น่ากลัวมากคือพอกดแล้วมันยุบเข้าไปได้ไม่สิ้นสุด.......เหมือนกระดูกหน้าผากละลายไปเอง นี่คือผิวหนังเน่าตายหรือเปล่า มันคืออะไร มือสั่นไปหมด......เลยรีบค้นหาผลข้างเคียง การฉีด Hyalase เป็นการละลายกรดไฮยาลูโรนิก เขาว่าจึงละลายได้ไม่ใช่แค่ฟิลเลอร์ แต่รวมถึงเนื้อเยื่อของตัวเองด้วย ดังนั้นเหมือนบางส่วนของเนื้อเยื่อจะละลายไปทั้งหมด ดันเป็นเนื้อเยื่อตรงกลางหน้าผากพอดี.....จะว่าเหมือนคนประสบอุบัติเหตุก็ได้ คิดว่าจะต้องใช้ชีวิตด้วยสภาพนี้ต่อไปอีก 1 ปีครึ่งยังไง ใจมันหนักมาก........ ถ้ามีใครเคยฟื้นฟูกลับมาได้ ขอคอมเมนต์ด้วยนะ!

ผลข้างเคียงฟิลเลอร์หน้าผาก Hyalase เนื้อบุ๋ม ฟิลเลอร์

รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้