* บริเวณ: ดูดไขมันต้นขาแบบไม่จำกัด * ช่วงเวลาผ่าตัด: ต้นเดือน 9 ปี 2025 * ปริมาณที่ดูดออก: 3600CC * สเปกตอนผ่าตัด: อายุช่วงกลาง 30, 56kg, 161cm, ค่าธาตุเหล็กอยู่ใกล้ขีดจำกัด (เดิมมีภาวะโลหิตจางเล็กน้อยเลยอยู่ในระดับที่ผ่าตัดได้แบบเฉียดๆ) ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเรากังวลรูปร่างช่วงล่างมาก และแม้ตอนหนัก 48kg ก็ยังไม่มีช่องว่างระหว่างต้นขาเลย สัดส่วนช่วงบนกับช่วงล่างไม่สมดุลมาก ตอนนี้ผ่านมาแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ โดยรวมพอใจนะ ไม่เสียใจเลย เราค่อนข้างมีกล้ามเนื้อ แม้บวมยังยุบไม่หมด แต่รูปขาโดยรวมก็ดูยาวขึ้นและเปลี่ยนไปจริง แต่มีหลายจุดที่ต่างจากตอนปรึกษาหรือหาข้อมูลล่วงหน้า โดยเฉพาะไม่คิดเลยว่าช่วงพักฟื้นจะทรมานขนาดนี้ เพื่อหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นที่กำลังตัดสินใจอยู่ เราจะลงรีวิวโดยเน้นสิ่งที่บันทึกไว้รายวันหลังผ่าตัดมากกว่าการเตรียมตัวก่อนผ่า (ไม่ใช่รีวิวอีเวนต์ x, ไม่ได้สัญญารีวิวกับโรงพยาบาล x, จ่ายเองทั้งหมด ให้มองว่าเป็นรีวิวแบบตรงไปตรงมา + ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน!) *** บทความยาวมาก สรุป 3 บรรทัดอยู่ด้านล่างสุด --- [ ประสบการณ์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด] * ประสบการณ์การปรึกษา - ไปปรึกษามา 3 ที่คือ ㄹㅇㄹㅇ, ㄹㅇㅌ, ㅊㅇㅅ แล้วตัดสินใจเลือก ㄹㅇㅌ - ทั้ง 3 ที่เป็นที่ดังเรื่องดูดไขมันหมด และให้คำปรึกษาดี แต่ว่าเรารู้สึกว่า ㄹㅇㅌ ให้ความรู้สึกดีสุด และราคาก็โอเค - ไม่ว่าที่ไหนพอไปปรึกษาก็มักจะพยายามให้วางมัดจำให้ได้อยู่ดี ดังนั้นต้องไปปรึกษาอย่างน้อย 2~3 ที่แน่นอน - เขาจะใช้คำชวนสารพัดในห้องปรึกษา เช่น ถ้าจองวันนี้จะได้ราคานี้ ถ้ารู้สึกขัดใจก็ให้จัดคิวปรึกษาให้ได้หลายที่ในวันเดียว แล้วถามไปเลยว่าถ้าจองภายในวันนี้ยังได้ราคานี้ไหม - ㄹㅇㄹㅇ บอกว่ามีเทคโนโลยีที่จดสิทธิบัตร ทำให้ดูดได้มากกว่า 4000cc และมีเทคนิคดูดพวกชิ้นไขมันเล็กๆ ไม่ใช่แค่ก้อนใหญ่ เป็นต้น - ㄹㅇㅌ, ㅊㅇㅅ บอกว่า 3000~3400cc พอถามว่าที่อื่นบอกว่าดูดได้มากกว่านั้น เขาก็ตอบประมาณว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่การฝืนดูดออกให้มากที่สุดตามสภาพเดิม แต่คือการจัดเส้นให้เป็นทรงตรงสวยแล้วดูดออกอย่างสวยงาม - คุณหมอทุกที่อธิบายข้อสงสัยให้ฟังอย่างเป็นกันเองและใจดีมาก ใช้เวลาคุยกับผู้ประสานงานประมาณ 30~40 นาที + คุยกับคุณหมอประมาณ 10 นาที * การผ่าตัด - ไปถึงโรงพยาบาลตอน 9 โมงครึ่ง ถ่ายรูป ฟังคำอธิบาย รับชุดดูแล และเตรียมตัวต่างๆ - ได้ห้องพักฟื้นส่วนตัวที่สะอาดและเป็นส่วนตัวมาก จุดนี้ดีมาก - เจอคุณหมอ วาดออกแบบ (ขีดๆ ด้วยปากกาเมจิก) แล้วเข้าห้องผ่าตัด จากนั้นก็หลับไปแบบสบายๆ เหมือนส่องกล้อง - พอลืมตาก็อยู่ในห้องพักฟื้นและใส่ชุดรัดอยู่แล้ว เวลาผ่าตัดได้ยินว่าประมาณ 2 ชั่วโมง? 2 ชั่วโมงครึ่ง? ตอนออกจากโรงพยาบาลน่าจะประมาณบ่าย 2 ครึ่ง?? - พอเริ่มรู้สึกตัวก็จับต้นขาทันที แบบว่ามันหายไปจริงๆ ถึงจะยังบวมแต่มีช่องว่างระหว่างต้นขาแล้ว รู้สึกตื้นตันมาก + ตอนยังมึนๆ จากยาสลบ อย่าฝืนใส่เครื่องประดับแล้วกลับบ้านนะ เอาใส่กระเป๋าไปเลย เราเกือบจะใส่ต่างหูแล้วทำชิ้นหลังหาย --- [ สรุปประเด็นสำคัญจากประสบการณ์ถึงวันที่ 14] Q. ช่วงไหนที่แนะนำให้ผ่าตัด? แนะนำฤดูใบไม้ผลิ กับฤดูใบไม้ร่วง แน่นอนว่าทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่าฤดูร้อนเป็นช่วงโลว์ซีซัน แต่ฤดูหนาวก็ลำบากเหมือนกัน เพราะเท้าบวมเหมือนช้าง ใส่ถุงเท้าก็ลำบาก รองเท้าไม่ค่อยพอดี ชุดกระโปรง/กระโปรงทรงหลวม + เท้าเปล่า + รองเท้าเนื้อนิ่ม คือชุดที่สบายที่สุด เพราะฉะนั้นต้องทำช่วงใบไม้ผลิ-ใบไม้ร่วงเท่านั้น!! ให้เผื่อเวลาพักฟื้นไว้ประมาณ 1 เดือน!! Q. ก่อนผ่าตัดควรเตรียมอะไรไว้ล่วงหน้า? - กระโปรง/ชุดหลวม: ควรเป็นความยาวประมาณถึงข้อเท้า และไม่พลิ้วเกินไป (เพราะเดินลำบาก อาจเหยียบได้) - รองเท้าแตะนุ่มๆ: แนะนำ Crocs!!! รองเท้าแตะแข็งๆ แบบรองเท้าแตะสามแถบไม่ไหว เพราะเจ็บ ใช้ไม่ได้ รองเท้าแบบพอดีเท้าเดิมก็ไม่ได้ (ขนาดเท้าจะใหญ่ขึ้น) รองเท้าแตะคีบก็ไม่ได้ เลือกรองเท้าที่นุ่มและคลุมถึงหลังเท้าไว้ - น้ำฟักทองแก่: ได้ยินว่าช่วยให้ยุบเร็ว เลยดื่มวันละ 2 ซอง - ยาลดบวมจากร้านขายยา: ถ้าลองค้นดูก็จะมีหลายตัว เช่น ㄴㅂㅇ ตอนแรกไม่ได้ซื้อ พอถึงวันที่ 4 ทนไม่ไหวเลยรีบไปซื้อมา 2 ชนิด ดูดต้นขาควรกินแน่นอน - ไทลินอล: นอกเหนือจากยาที่หมอสั่งบอกว่ากินเพิ่มได้ เราเลยกินเช้าเย็นวันละ 2 เม็ด ซื้อมาเผื่อไว้ประมาณ 4 กล่อง - ครีมลดรอยช้ำ: ของโรงพยาบาลที่เราผ่าตัดมีครีมลดช้ำอยู่ในชุดดูแลหลังผ่า แต่เพราะพื้นที่กว้างมากเลยใช้หมดใน 2 สัปดาห์ ซื้อเพิ่มระหว่างทางก็ได้ - โจ๊ก: กินเป็นอาหารหลักอยู่ 1 สัปดาห์ เพราะต้องนอนเยอะ อาหารที่ย่อยเร็วจะสบายกว่า ไปห้องน้ำก็สะดวก ช่วงแรกโจ๊กเหมาะมาก - ผ้าอ้อมผู้ใหญ่: เป็นตัวเลือก ไม่บังคับ แต่เพราะดูดต้นขาแล้วปัสสาวะลำบากมาก เราเลยใช้บ้างในช่วงสัปดาห์แรก เพราะคิดว่าน่าจะดีกว่า Q. ควรลางานถึงเมื่อไหร่? เราผ่าตัดเช้าวันศุกร์ และผู้ประสานงานบอกว่าประมาณวันจันทร์ก็น่าจะกลับไปทำงานได้ เลยคิดแบบนั้น แต่สำหรับเราไม่ไหว (ใครมันจะไปทำได้กัน...??) ตั้งแต่วันผ่าตัดถึงวันถัดมา บวมยังไม่ขึ้นมาก แต่เพราะมีอาการโลหิตจางและความดันต่ำเลยอันตราย ช่วงวันที่ 3~7 เป็นช่วงบวมพีค น่องงอได้ไม่ถึง 90 องศา ตอนเดินก็ดูเซๆ แต่โดยรวมผู้ประสานงานมักบอกระยะพักฟื้นสั้นกว่าความจริง ดังนั้นต้องบวกเพิ่มอีกประมาณ 3, 4 วันถึงจะใกล้เคียงสภาพจริง สำหรับเราแล้วสุดท้ายพัก 2 สัปดาห์ถึงเริ่มทำงานได้ ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้พัก 2 สัปดาห์ - งานออฟฟิศ: แนะนำอย่างน้อยพัก 1 สัปดาห์ แต่ถ้าทำไม่ได้ขนาดนั้นก็ให้เอาวันหยุดหรือวันนักขัตฤกษ์มาต่อกัน แล้วหาของวางใต้โต๊ะเพื่อยกเท้าให้สูงที่สุดและเหยียดขาไว้ - งานที่ต้องยืนหรือลุกนั่งบ่อย: ควรพัก 2 สัปดาห์.... (ถ้ายืนทำงาน บวมจะหนักขึ้น และขาก็งอไม่ค่อยได้) - ทำงานที่บ้าน: น่าจะเริ่มทำได้ตั้งแต่ประมาณวันที่ 4~5? (ถ้าผ่าวันพฤหัสฯ แล้วเริ่มทำงานวันจันทร์สัปดาห์ถัดไปก็น่าจะพอไหว) แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรนอนพักหรือเหยียดขาไว้ทุกชั่วโมง ร่างกายจะเหนื่อยมาก Q. วันผ่าตัดกลับบ้านด้วยขนส่งสาธารณะได้ไหม??? (+ ข้อควรระวังหลังดูดไขมันทันที) ***************** ฮะ... ตรงนี้แหละสำคัญที่สุด.... แนะนำให้เรียกแท็กซี่หรือรถรับส่งกลับบ้านเท่านั้น ห้ามขนส่งสาธารณะ ย้ำอีกครั้ง สำหรับเราหลังผ่าไม่เจ็บเลยและสภาพดูปกติมากจนคิดว่าเราอาจจะเข้ากับมันเหรอ? ยังถามผู้ประสานงานด้วยว่าดูดไขมันแขนราคาเท่าไหร่ก่อนกลับ จากโรงพยาบาลกลับบ้านถ้านั่งแท็กซี่ใช้ 1 ชั่วโมง 20 นาที แต่ถ้านั่งรถไฟใต้ดินแค่ 45 นาทีเลยขึ้นรถไฟใต้ดิน ผลก็คือหมดสติและล้มบนรถไฟใต้ดินถึง 2 ครั้ง ต้องถูกส่งไปห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย........ ย้ำอีกครั้ง ตอนนั้นเราดูปกติมากจริงๆ แค่ขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นแล้วหอบนิดเดียว แต่สุดท้ายกลายเป็นความดันต่ำ (ความดันช่วงแรกลงไปถึง 70/50) เป็นการผ่าตัดที่มีเลือดออกอยู่แล้ว ความดันตกก็เป็นเรื่องธรรมดา แค่เริ่มหอบนิดเดียวหรือเบียดกับคนอื่นก็ล้มได้ ไม่สำคัญเลยว่าปกติคุณจะแข็งแรงแค่ไหน หรือมีภาวะโลหิตจางหรือไม่ วันผ่าตัดห้ามเดินเยอะหรือทำให้ร่างกายเหนื่อยเด็ดขาด เรียกรถกลับบ้านแล้วนอนบนเตียงเลย ความดันต่ำจะฟื้นเร็วถ้าได้นอนพัก อันนี้อิงจากต้นขาที่พื้นที่กว้าง แต่บริเวณอื่นก็ต้องระวังเหมือนกัน วันผ่าตัดห้ามกลับบ้านด้วยขนส่งสาธารณะเด็ดขาดเด็ดขาด ถ้าอยู่ต่างจังหวัดหรือไกลต้องหาไลด์กลับให้ได้ อย่างน้อย 2 วันแรก คือวันผ่าและวันถัดไป ห้ามมีนัดอะไรทั้งนั้น ต้องพักฟื้นอยู่บ้านเท่านั้น Q. ช่วงมีประจำเดือนผ่าตัดได้ไหม? คุณหมอบอกว่าถึงมีประจำเดือนก็สามารถใส่ผ้าอนามัยแบบสอดแล้วผ่าตัดได้ แต่ส่วนตัวเราไม่แนะนำ ช่วงมีประจำเดือนสภาพร่างกายก็อ่อนลงอยู่แล้ว และการมีเลือดออก + เลือดออกเพิ่มอีกไม่ค่อยดี ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง Q. ตั้งแต่วันที่ 3 บวมหนักมากจนรู้สึกว่าใส่ชุดรัดแล้วเลือดไม่ไหล แบบนี้ต้องใส่ต่อใช่ไหม? ถ้าถามโรงพยาบาลก็น่าจะได้คำตอบที่ช่วยได้ยาก เว้นแต่คนของโรงพยาบาลจะมีประสบการณ์ดูดไขมันต้นขาโดยตรง สรุปจากคำตอบที่ได้ยินกับประสบการณ์ของเรา ช่วงวันที่ 3~7 คือช่วงบวมพีค และช่วงเวลานี้แต่ละคนอาจต่างกันเล็กน้อย สำหรับเรา ส่วนพับตรงเข่าและช่วงน่องด้านล่างเป็นส่วนที่รัดแน่นที่สุด จนบางครั้งปลายเท้าชา เคยมีช่วงที่บวมหนักมากจนถอดชุดรัดนอนคืนหนึ่ง พอตื่นเช้ามากลับบวมหนักกว่าเดิมมาก ชุดรัดมีผลกดทับชั้นใต้ผิวหนังแน่นๆ เลยรู้สึกว่าการใส่ช่วยเรื่องบวม (ตามมุมมองเรา แนะนำให้ใส่, นับวันผ่าตัดเป็นวันที่ 1) จนถึงวันที่ 4 ใส่ต่อเนื่อง -> ช่วงวันที่ 5~1 สัปดาห์ ถ้ารู้สึกชา กลางวันถอด กลางคืนใส่ -> ประมาณวันที่ 12 บวมยุบลงเยอะพอสมควร ถึงใส่ตอนกลางวันก็ไม่ลำบากมาก -> ประมาณวันที่ 14~1 เดือน ถ้าหลวมขึ้นก็สามารถให้โรงพยาบาลแก้เย็บได้ การถอดใส่ไม่ถึงกับทำไม่ได้ แต่ผิวก็ถูกดึงรั้งนิดหน่อยเลยลำบากอยู่ ถ้าใส่ได้ก็ควรใส่ต่อเนื่องให้นานที่สุด --- [ บันทึกสภาพร่างกายรายวัน] * เพราะกลัวว่าพอเวลาผ่านไปจะลืมความลำบาก แล้วจะจำได้แค่ความพอใจที่เพิ่มขึ้น เลยจดไดอารี่รายวันไว้ก่อน วันที่ 1 (ศุกร์) - หลังผ่าตัดทันทีกลับรู้สึกโอเคมากกว่า ความเจ็บ + บวมจะค่อยๆ หนักขึ้นตั้งแต่ช่วงคืนแรก - เราเพิ่งไปห้องฉุกเฉินกลับมา เลยจำวันแรกได้ไม่ค่อยมาก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพักนิ่งๆ แบบเด็ดขาด วันที่ 2 (เสาร์) - ช่วงเช้าของวันที่สองยังมึนๆ อยู่ ควรพักอย่างน้อย 2 วันแน่นอน แนะนำว่าอย่าเพิ่งนัดอะไรทั้งนั้น - เจ็บมากขึ้นจากเมื่อวานเล็กน้อย ถึงจะยังบวมมากแต่มีช่องว่างระหว่างต้นขาแล้ว ตกใจและพอใจมาก - นั่งยองๆ ไม่ได้ เก็บของที่ตกพื้นยังพอทำได้ ขึ้นลงบันไดช้าๆ ได้ ช่วงขึ้นบันไดยังหอบนิดหน่อยจนหัวตื้อ - นอกเหนือจากยาที่ได้รับ เรากินอาหารเสริมบำรุงเลือด H.M.T ที่เคยกินอยู่วันละ 1 เม็ด แล้วก็ Tylenol เช้าเย็นเพิ่ม วันที่ 3 (อาทิตย์) - บวมหนักกว่าเมื่อวาน น่องก็บวมด้วย รอยช้ำไหลลงมาค่อนข้างเยอะ ขารู้สึกพองตึง ขางอไม่ค่อยได้เลยลงบันไดลำบาก - เดินเล่นแถวบ้านประมาณ 3 รอบ ที่เหลือก็กินแล้วนอน ยาทำให้ง่วงเลยหลับง่าย - เข้าห้องน้ำได้สำเร็จแบบแทบลุ้น - เดิมตั้งใจจะพักถึงแค่นี้ แต่เพราะเคลื่อนไหวลำบากมากเลยตัดสินใจหยุดเพิ่มอีก 1 วัน ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้ลาหลังผ่านานที่สุดเท่าที่ทำได้ วันที่ 4 (จันทร์) - บวมหนักขึ้นอีก ช่วงบ่ายชุดรัดแน่นมากจนเลือดไม่ค่อยไหล เลยต้องถอดแล้วใส่สลับกัน เท้าก็บวมจนเหมือนช้าง - รอยช้ำลงไปถึงกลางน่อง เป็นสีม่วงเข้ม แดงเข้ม ยุ่งไปหมด ความรู้สึกที่ต้นขายังไม่กลับมา (ชาดูทื่อๆ เหมือนยังยาชาอยู่) - ทนไม่ไหวแล้วเลยเริ่มซื้อยาลดบวมจากร้านขายยามากิน พอน่องกับต้นขาบวมพร้อมกัน ส่วนที่พับงอเลยงอได้ยาก วันที่ 5 (อังคาร) - ตั้งใจจะไปทำงาน แต่บวมหนักมากจนรู้สึกว่าคงไม่ไหว เลยขอลาเพิ่มอีก 2 วัน - การใส่ถอดชุดรัดลำบากสุดๆ วันที่ 6 (พุธ) ----- วันพีค 1 - นอนโดยถอดชุดรัดเป็นครั้งแรก พอตื่นมากลับเห็นเลยว่าบวมหนักขึ้นอย่างชัดเจน คงเพราะตอนเช้ากับวันที่บวมพีคมันมาซ้อนกัน - ไปโรงพยาบาลที่ผ่าตัดมา ได้ฉีดน้ำเกลือและรับยาเพิ่มอีก 5 วันกลับมา - ดูเหมือนจะไปทำงานไม่ไหว เลยตัดสินใจหยุดทั้งสัปดาห์นี้และขอลาเพิ่มอีก 2 วัน - เริ่มมีอาการซึมเศร้า... ขาจะกลับเป็นเหมือนเดิมได้ไหม.... ไม่อยากทำอะไรเลย วันที่ 7 (พฤหัสบดี) --- วันพีค 2 - บวมพอๆ กับเมื่อวาน (เป็นครั้งแรกที่เป็นแบบนี้) รู้สึกว่าเมื่อวานน่าจะเป็นจุดพีค - ขายังงอไม่ค่อยได้ นั่งเก้าอี้ประมาณ 30 นาทีจะเริ่มรู้สึกเหมือนเลือดไม่ไหล - วนลูปกิน นอน เดินเล่นเบาๆ แถวบ้านมา 1 สัปดาห์แล้ว เดินเร็วก็ยังเหนื่อย วันที่ 8 (ศุกร์)~วันที่ 11 (จันทร์) - ตั้งแต่ช่วงนี้ไป แต่ละวันสังเกตได้เลยว่าบวมค่อยๆ ลดลง - แต่ร่างกายยังเหนื่อยมาก (ท่าที่เมื่อก่อนทำได้ง่ายๆ ตอนนี้ใช้เวลานานและต้องระวัง เลยรู้สึกเหนื่อย) - ไม่รู้ว่ารอยช้ำกับความเจ็บมันลงไปถึงเท้าหรือเปล่า แค่แตะเท้าโดน Crocs ที่นุ่มๆ ก็ยังเจ็บ วันที่ 12 (อังคาร)~วันที่ 15 (ศุกร์) - เหมือนเดิม คือพอตื่นขึ้นมาทุกครั้งก็เห็นว่าบวมลดลงอย่างชัดเจน แต่รอยช้ำใหญ่ๆ ยังเป็นสีม่วงเข้มอยู่ โดยเฉพาะบริเวณที่ดูดไขมันออก - ยังไม่ถึงกับหายบวมหมด แต่จากสภาพก่อนผ่า รูปร่างขาเริ่มสมดุลขึ้น กลายเป็นขาตรงขึ้นประมาณนั้น - บริเวณที่เกิด bio-bond จะยืดไม่ค่อยออก เหมือนกล้ามเนื้อบาดเจ็บ พออาการบวมยุบลง ช่วงการเคลื่อนไหวก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น แต่ในสัปดาห์ที่ 2 ตอนเดินการเหวี่ยงขาไปข้างหน้า-หลังยังทำได้ไม่ดี - ข้อเท้าเจ็บมาก - เราเป็นคนผิวค่อนข้างบอบบาง บริเวณพับด้านในเข่ามีผื่นขึ้นคล้ายอาการแพ้ผิวหนังและเจ็บ (คงเพราะชุดรัดเสียดสีกับผิวตลอด) วันที่ 16 (เสาร์): ไปโรงพยาบาลเพื่อเอาไหมออก ---- + ขอเสริมว่าในคำบอกของผู้ประสานงาน ช่วงบวมพีคส่วนใหญ่มักอยู่ประมาณวันที่ 3~4 หลังผ่า แต่ของเรากลับมาช่วงวันที่ 6~7 ตอนตัดไหมหลังครบ 14 วัน คุณหมอมองแล้วบอกว่ายังช้ำเยอะกว่าคนอื่น เลยทำเลเซอร์ดูแลเพิ่มให้ ความเร็วในการฟื้นตัวและอาการหลังผ่าจะแตกต่างกันไปตามแต่ละคน ดังนั้นให้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเท่านั้น รีวิวครั้งหน้าจะลงตอนประมาณ 1 เดือน!!! *** สรุป 3 บรรทัด - ถ้าเป็นดูดไขมันต้นขา วันผ่าตัดต้องกลับบ้านด้วยรถเท่านั้นและพักนิ่งๆ - หลังผ่าตัดต้องผ่านไป 14 วันถึงจะเริ่มโอเคขึ้น (คิดให้ดีก่อนตอนขอลางาน) - แม้จะผ่าน 14 วันแล้วก็ยังมีบวมอยู่ และช่วงการขยับกล้ามเนื้อยังแคบอยู่ ทำให้ยังยืดเหยียดหรือออกกำลังกายไม่ได้
การแปล
ดูดไขมัน ดูดไขมัน ดูดไขมันต้นขา ศัลยกรรมปรับรูปร่าง
รีวิวนี้เป็นรีวิวหลังผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามตามธรรมชาติ