โพสต์

รีวิวศัลยกรรมกราม

รีวิวคางยื่นที่เปลี่ยนไปแบบดรามาติกจริง ๆ (เขียนละเอียด)

สวัสดีค่ะ วันที่ 5 สิงหาคม ฉันได้ผ่าตัดขากรรไกรสองข้างและปรับโครงหน้า 2 อย่าง (กรามเหลี่ยม + คางหน้า) ที่คลินิกช่องปากและขากรรไกร ตอนนี้ครบ 3 สัปดาห์แล้วค่ะ! ตั้งแต่เด็ก เวลา ถ่ายรูปทีไร มุมด้านข้างเป็นความเครียดของฉันเสมอค่ะ มองจากด้านหน้าไม่ค่อยเห็นชัด แต่พอมองจากด้านข้าง คางดูยาวและเด่น ทำให้รู้สึกว่าภาพรวมของใบหน้าดูเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเวลายิ้มหรือพูด จะรู้สึกว่าคางยิ่งดูยื่นออกมาข้างหน้ามากขึ้น เลยค่อนข้างไม่สบายใจเวลาต้องแสดงสีหน้าอย่างเป็นธรรมชาติต่อหน้าคนอื่น พอเรื่องเหล่านี้ค่อย ๆ รบกวนใจมากขึ้น ทุกครั้งที่ถ่ายรูป ทุกครั้งที่คุยกับคนอื่น ความมั่นใจในตัวเองก็มักจะลดลงค่ะ ฉันแบกความกังวลแบบนี้มาหลายปี และสุดท้ายก็ตัดสินใจค่ะ!

วันที่ 1 หลังผ่าตัดเสร็จ คุณหมอบอกว่าเพราะก๊าซจากการดมยาสลบแบบหลับ จึงไม่ควรนอนทันที ฉันเลยพยายามฝืนไม่หลับตลอด แต่ก็ง่วงมากจนเผลอหลับไปทีละไม่กี่วินาทีแล้วตื่น สลับกันไปแบบนั้นค่ะ ได้ยินมาว่าอาการปวดหลังผ่าตัดขากรรไกรสองข้างแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่โชคดีที่ฉันไม่ได้ปวดรุนแรงค่ะ ถ้าจะให้พูด แทนที่จะเจ็บ มันเป็นความรู้สึกไม่สบายตลอดเวลามากกว่า? คลื่นไส้ เมารถ และเพราะก๊าซทำให้หายใจลำบาก อันนั้นลำบากที่สุดค่ะ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก๊าซก็ค่อย ๆ ออกไปบ้าง และฉันก็ได้งีบสั้น ๆ จนค่อย ๆ ดีขึ้น พยาบาลเข้ามาดูแลที่ห้องพักผู้ป่วยบ่อย ๆ ต้องขอบคุณตรงนั้น ทำให้ฉันผ่านไปได้ค่อนข้างสบายค่ะ

วันที่ 2 หลังถอดสายสวนปัสสาวะและสายระบายเลือดออก คุณหมอบอกว่าสามารถขยับตัวได้แล้ว ฉันเลยไปเข้าห้องน้ำบ่อยค่ะ ได้ยินว่าถ้าอยากให้บวมลดลงต้องเดินเยอะ ๆ ฉันเลยเดินวนในโรงพยาบาลเหมือนเดินเล่นตลอดค่ะ พอเริ่มมีสติกลับมาบ้างแล้วมองกระจก เห็นคางที่เคยยาวและยื่นไปข้างหน้าเข้าไปอย่างชัดเจน รู้สึกน่าทึ่งมากค่ะ รู้สึกจริง ๆ ว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์สุดยอดมาก... แก้มบวมป่องและบริเวณร่องใต้จมูกถึงริมฝีปากบนบวมมากก็จริง แต่เวลามองกระจกแล้วรู้สึกดีค่ะ

วันที่ 3 ในที่สุดก็ออกจากโรงพยาบาล! ได้ฟังคำแนะนำเรื่องข้อควรระวังและยาที่ต้องกิน คุณแม่มาเป็นผู้ดูแล เลยแวะร้านขายยาด้วยกันเพื่อซื้อยาและน้ำเกลือ แล้วกลับบ้านค่ะ เพราะ 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ต้องกินได้แต่ของเหลว ฉันเลยสั่งเครื่องดื่มโปรตีนเตรียมไว้ล่วงหน้าค่ะ

วันที่ 4 ตามที่คาดไว้ เขาบอกว่าวันที่ 3-4 จะเป็นช่วงที่บวมมากที่สุด และหน้ากับบริเวณร่องใต้จมูกถึงริมฝีปากบนก็บวมเหมือนจะแตกจริง ๆ ค่ะ ในปากรู้สึกไม่สะอาด แต่ยังแปรงฟันไม่ได้ ฉันเลยบ้วนปากให้เรียบร้อย แล้วค่อย ๆ เดินในบ้านพร้อมดื่มเครื่องดื่มโปรตีน วนเป็นกิจวัตรแบบนั้นค่ะ

วันที่ 5 เมื่อเทียบกับวันก่อน รู้สึกว่าจมูกโล่งขึ้นนิดหน่อย เลยเหมือนพอจะอยู่ได้ค่ะ แต่ก็ยังอึดอัดและรู้สึกเหมือนคอตันอยู่ เลยเปิดเครื่องทำความชื้นไว้ในห้อง และดื่มน้ำอุ่นบ่อย ๆ ค่ะ ตอนกลางคืนออกไปเดินเล่นเบา ๆ ประมาณ 20 นาที แล้วกลับมางีบสั้น ๆ ซ้ำไปซ้ำมาค่ะ

วันที่ 6 จมูกเริ่มค่อย ๆ โล่งขึ้น และเพราะง่วงกับหิว เลยเป็นวันที่วนซ้ำด้วยการนอน ดื่ม นอน ดื่มค่ะ ฉันดื่มเครื่องดื่มโปรตีนอย่างสม่ำเสมอ หลังกินยาก็เติมท้องนิดหน่อย เดินไปมาในบ้าน และเดินเล่นเบา ๆ ด้วยค่ะ

วันที่ 7 วันนี้จมูกโล่งขึ้นมากจริง ๆ ช่วงกลางวันเลยนอนชดเชยส่วนที่นอนไม่ได้ในช่วงที่ผ่านมาอย่างเต็มที่ค่ะ ตอนกลางคืนตื่นขึ้นมามองกระจก รู้สึกว่าบวมยุบลงเล็กน้อย และอากาศตอนเช้ามืดเย็นสบาย เลยเดินเล่นประมาณ 40 นาทีค่ะ

วันที่ 8 ไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาด้วยเลเซอร์และทำความสะอาดฆ่าเชื้อ คุณหมอให้ดูภาพเอกซเรย์ก่อนและหลังผ่าตัดค่ะ คุณหมอบอกว่าตั้งแต่ตอนนี้เริ่มแปรงฟันด้วยแปรงสีฟันเด็กได้แล้วค่ะ

วันที่ 9 พอเวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์กว่า ๆ รู้สึกว่าบวมลดลงกว่าก่อนค่ะ ถึงแก้มกับบริเวณร่องใต้จมูกถึงริมฝีปากบนจะยังบวมมากอยู่ แต่เมื่อเทียบกับรูปที่ถ่ายไว้ก่อนหน้า ก็รู้สึกได้ชัดว่าลดลงไปบ้าง เพื่อให้บวมยุบลงมากขึ้น ฉันตั้งใจประคบอุ่นและเดินเล่นค่ะ

วันที่ 10-13 เพราะไม่ได้กินอะไร เลยไม่มีแรง นั่งเล่นมือถือหรือเดินไปมาในบ้าน แล้วก็นอนอย่างเดียวค่ะ แต่คิดว่าอีกไม่นานถ้าตัดไหมแล้วก็น่าจะกินอะไรได้บ้าง เลยพยายามฮึดออกไปข้างนอกและไปร้านกาแฟมาด้วย อีกทั้งแวะร้านสะดวกซื้อซื้อของอย่างนมช็อกโกแลตหรือนมสตรอว์เบอร์รี่มาดื่มค่ะ . . .

สัปดาห์ที่ 2 - วันที่ตัดไหม ในที่สุดก็ถึงวันที่รอคอย วันที่ตัดไหมค่ะ ฉันเห็นรีวิวเยอะมากว่าตอนตัดไหมเจ็บมาก เลยกังวล แต่คงเพราะเกร็งมากเกินไป กลับเจ็บน้อยกว่าที่คิดค่ะ คุณหมอบอกไว้ก่อนแล้วว่าจะมีแค่ตรงกลางริมฝีปากบนที่จี๊ด ๆ และจริง ๆ ก็เจ็บแค่ตรงส่วนนั้นเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ แล้วก็ถอดเวเฟอร์กับยางที่อยู่ในปากออกด้วย ทำให้สามารถกินอาหารนิ่ม ๆ ได้แล้วค่ะ ที่โรงพยาบาลสอนวิธีใส่และถอดยางให้ และฉันก็ลองฝึกเองด้วย ตอนแรกยากนิดหน่อย แต่พอกลับบ้านไปฝึกต่อเรื่อย ๆ ก็ชินเร็วค่ะ หลังถอดเวเฟอร์กับยางออกแล้ว แปรงทำความสะอาดในปากและเวเฟอร์จนสะอาด รู้สึกโล่งสดชื่นมากค่ะ หลังแปรงฟันก็กินโจ๊กกับโยเกิร์ต แล้วแปรงฟันอีกครั้ง จากนั้นใส่เวเฟอร์กับยางและพักผ่อนเต็มที่ค่ะ

สัปดาห์ที่ 3- ตอนนี้สัปดาห์หน้าก็จะเริ่มจัดฟันแล้วค่ะ พอตัดไหมแล้ว รู้สึกชัดเจนว่าบวมเริ่มยุบเร็วขึ้นทีละนิด พละกำลังก็ดีขึ้นมากในแต่ละวัน และคุณภาพชีวิตก็เปลี่ยนไปค่ะ ในวันที่อากาศชื้น อาจเพราะฉันฝืนตัวเองไปนิด พละกำลังเลยแย่ลงชั่วคราวบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาจากการผ่าตัด เป็นปัญหาเรื่องอากาศมากกว่า เลยอยากให้อากาศเย็นสบายเร็ว ๆ ค่ะ คนรอบตัวก็พูดแต่เรื่องดี ๆ ให้ฟัง ฉันเลยดูแลตัวเองไปด้วยความพอใจค่ะ

รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้