เพราะสาเหตุหลักคือจมูกฮัมพ์ เลยเริ่มคิดเรื่องผ่าตัดจมูก..ㅜ มากกว่าทรงที่ดูธรรมชาติเกินไป เราชอบฟีลที่ดูสวยละมุนกำลังดี ก็เลยยึดเกณฑ์นี้แล้วหาข้อมูลออนไลน์กับไปปรึกษาตามที่ต่างๆ! --- And: เวลาปรึกษา 50 นาที / มี CCTV ครั้งอื่นๆ ไม่ค่อยต้องรอนานเท่าไหร่ แต่ตอนถ่าย CT รอนิดหน่อย เหมือนทุกคนรอต่อกันอยู่ตรงจุดถ่าย CT ผู้จัดการให้คำปรึกษาไม่ได้เป็นแนวชวนหรือกดดันจนรู้สึกหนักใจ แต่รู้สึกว่าอธิบายเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการผ่าตัดอย่างเรียบร้อย เขาบอกว่าน่าจะเน้นหลักที่การแก้จมูกฮัมพ์ แล้วก็ได้ปรึกษากับผู้อำนวยการ ที่นี่เขายังทำซิมูเลชันจมูกให้ดูด้วย ซึ่งเราเพิ่งเคยเห็นครั้งแรกเลยรู้สึกแปลกใหม่อยู่บ้าง แต่ไลน์ที่ผู้อำนวยการจับให้ ตามมาตรฐานเราแล้วรู้สึกค่อนข้างหวานเด่น....ㅜ เราเลยบอกว่าอยากให้ต่ำลงหน่อย แต่ผู้อำนวยการบอกว่าช่วงนี้ทุกคนก็ยกสูงกันประมาณนี้ เขาบอกว่าจมูกเราฮัมพ์ค่อนข้างมาก ยังไงก็ต้องแก้ และบอกว่าผนังกั้นจมูกก็คดด้วย ตอนคุยเรื่องผ่าตัดได้ยินเรื่องภาวะผนังกั้นจมูกคดด้วย แต่สุดท้ายในผลวินิจฉัยไม่ได้ใส่ไว้ และวัสดุจมูกบอกว่าจะใช้กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก กระดูกอ่อนหู และกระดูกอ่อนซี่โครงบริจาค การดูแลหลังทำ: เลเซอร์ลดบวม ----- Banana: เวลาปรึกษา 50 นาที / มี CCTV ก่อนปรึกษากับผู้จัดการ เขาถ่าย CT ให้ก่อน และดีที่ไม่มีค่าปรึกษา ผู้จัดการให้คำปรึกษารู้สึกกลางๆ ที่นี่ก็ไม่ได้ชวนกดดันเหมือนกัน บอกว่าต้องคุยกับผู้อำนวยการถึงจะทราบชัดเจน แล้วพอกลับมาจะอธิบายเรื่องการดูแลหลังทำกับค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด ผู้อำนวยการเริ่มจากเปรียบเทียบให้ฟังระหว่างตอนใช้ซิลิโคนกับตอนทำแบบไม่ใส่วัสดุเสริม ถ้าอยากให้สันจมูกสูงกว่าตอนนี้ แนะนำให้วางซิลิโคนแม้จะบางๆ ก็ตาม (2-3 มม.) ส่วนฮัมพ์สามารถแก้ด้วยการตะไบออกได้ และเพราะผนังกั้นจมูกดูเล็กจาก CT เลยบอกว่าจะผสมใช้กระดูกอ่อนซี่โครงด้วย แล้วสิ่งที่เพิ่งรู้ที่นี่คือ CT บอกขนาดผนังกั้นจมูกได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่รู้ถึงความหนาㅜ ดังนั้นผู้อำนวยการบอกว่าจะอธิบายแผนผ่าตัดหลายแบบให้ฟัง ส่วนทรงจมูกเขาจับให้ดูด้วยตัวเอง เราชอบนะ เป็นฟีลสวยละมุนแบบมาตรฐาน เขาแนะนำให้ทำแก้ผนังกั้นจมูกคดไปด้วย และบอกว่าตอนผ่าตัดก็แก้ปัญหาด้านการใช้งานไปด้วย การดูแลหลังทำ: เลเซอร์ลดบวม ---- Wolbi: เวลาปรึกษา 30 นาที / มี CCTV แต่ไม่สามารถดูได้ เป็นที่เดียวที่แนะนำให้ทำแบบไม่ใส่วัสดุเสริม ผู้จัดการให้คำปรึกษาใจดีมาก ถามแค่ว่าเห็นจากที่ไหนแล้วมา ไม่มีพูดอย่างอื่นเป็นพิเศษ ผู้อำนวยการให้ใส่ที่คาดผมแล้วเปิดผมหน้าม้าขึ้นหมด จากนั้นดูสภาพจมูกให้ เขาบอกว่าถึงจะมีฮัมพ์ แต่จมูกเราค่อนข้างยาว และผิวบริเวณสันจมูกบาง ดังนั้นทำแบบไม่ใส่วัสดุเสริมจะสวยกว่า ถ้าใช้ซิลิโคนก็จริงที่ดูสูงขึ้น แต่จะเห็นเป็นเงาทะลุ..ㅜ มีวิธีเสริมทับด้วยกระดูกอ่อนหูหรือชั้นหนังแท้เหมือนกัน แต่เพราะเป็นการผ่าตัดครั้งแรก จึงบอกว่าไปทางที่ปลอดภัยคือไม่ใส่วัสดุเสริมดีกว่า (เพื่อไม่ให้เกิดการหดรั้ง + อักเสบ) ฮัมพ์จะแก้ด้วยการตะไบออกแค่นิดหน่อย ส่วนที่เหลือจะใช้วิธีบดกระดูกอ่อนหูแล้วเติมเข้าไป ปลายจมูกจะไม่ใช้กระดูกอ่อนหู และเพราะผนังกั้นจมูกอยู่ในสภาพคด เขาบอกว่าใช้กระดูกอ่อนซี่โครงบริจาคจะดีกว่า ที่นี่มีค่าเก็บกระดูกอ่อนหูแยกต่างหาก และบอกว่าจะทำการแก้จมูกชมพู่ให้เป็นบริการเสริม การดูแลหลังทำ: เลเซอร์ลดบวม ----- ถึงตรงนี้คือสิ่งที่เราดึงมาจากที่จดแยกไว้ในโน้ต ก่อนอื่นวัสดุปลายจมูก ทุกที่แนะนำเหมือนกันหมดว่าเป็นกระดูกอ่อนซี่โครงบริจาค...ㅜ มีที่ที่เราชอบทรงจมูกอยู่นะ แต่สิ่งที่กังวลอย่างหนึ่งคือ หลายที่บอกว่าจะแก้ฮัมพ์แค่ระดับตะไบออก.. เลยคิดว่า มันคงไม่งอกกลับมาหรือเกิดเป็นขั้นต่างระดับใช่ไหม?..ㅜㅜ แล้วถ้าทำแบบไม่ใส่วัสดุเสริม ความพึงพอใจจะสูงได้ไหม.. เรื่องดีไซน์ เราชอบที่ที่แนะนำวัสดุเสริมมากกว่า แต่แน่นอนว่าแบบไม่ใส่วัสดุเสริมภาระน้อยกว่า ก็เลยรู้สึกสนใจอันนี้เหมือนกัน..
อีโมติคอนแสดงความเห็นใจ
กำลังแปล
ต้องการบันทึกรีวิวนี้หรือไม่? +0
ดูโพสต์เพิ่มเติมของ hurado369
รายงานสงสัยนายหน้า บล็อกสมาชิก