เดิมทีตัวไขมันเองก็แทบไม่มีอยู่แล้ว ตาค่อนข้างโหลนิดๆ และลูกตาก็โปน แต่ใต้ตามีไขมันนูนออกมานิดหน่อยจนเกิดร่องน้ำตา อยู่ๆ มันก็เริ่มเห็นชัดขึ้นมา แล้วเครียดมาก เลยไปปรึกษามา
ลิสต์ตระเวนปรึกษารอบที่ 1 1. ㅇㅇㅅ ไปเพราะเขาบอกว่าไม่มีการรักษาเกินจำเป็นและไม่ทำปลูกถ่ายไขมัน แต่ตอนแรกถ่ายรูปแล้วต้องรอเกือบเกิน 40 นาที ตอนปรึกษากับผู้จัดการปรึกษา เขาถามว่าเคยทำหัตถการอะไรมาก่อนไหม เลยบอกว่าไม่ใช่ใต้ตา แต่เมื่อต้นปีไปเป็นโมเดลเดโมให้บริษัทฟิลเลอร์ของเพื่อน ตอนนั้นโดยรวมหน้าขาดวอลุ่ม เลยฉีด (ฟิลเลอร์+Juvelook) ที่แก้มหน้าและตามจุดต่างๆ พอไปปรึกษากับผู้อำนวยการแพทย์ เขาบอกว่าฉีดฟิลเลอร์เยอะเกินไป เลยจะยิ่งดูโหล แล้วปรึกษาจบใน 1 นาที.. ตอนนั้นฉันคิดว่าการที่ฉันฉีดฟิลเลอร์คงผิดมากจริงๆ (เพิ่งเคยฉีดครั้งแรก) แต่พอไปโรงพยาบาลอื่น เขาก็ไม่ได้พูดถึงขนาดนั้นนะ,,
2. ㅅㅅㅇ ผู้จัดการปรึกษาใจดีมาก และอาจเพราะผู้อำนวยการแพทย์กำลังผ่าตัดอยู่ เลยให้คำปรึกษานานมาก ฟิลเลอร์ที่ฉีดไปจะละลายตอนผ่าตัด และถ้ามีสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ระหว่างผ่าตัด ก็จ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อเอาสิ่งแปลกปลอมออก ได้รับคำแนะนำให้ปลูกถ่ายไขมัน+จัดเรียงไขมันใหม่ เพราะไป ㅇㅇㅅ มาแล้ว พอเจอการปรึกษาที่ใจดีเลยหวั่นไหวมาก แต่กำลังลังเลอยู่ เพราะรู้สึกว่าถึงขั้นปลูกถ่ายไขมันอาจจะไม่ใช่หรือเปล่า
3. ㅁㅎ แนะนำปลูกถ่ายไขมัน+จัดเรียงไขมันใหม่ ทั้งการปรึกษากับผู้จัดการและผู้อำนวยการแพทย์ไม่มีอะไรที่จำได้เป็นพิเศษ
4. ㅇㄷ ไปเพราะดูรีวิวของผู้อำนวยการแพทย์ ㅇㅅㅎ แต่การผ่าตัดยังไม่เสร็จ ผู้จัดการปรึกษาเลยบอกว่าวิธีผ่าตัดเหมือนกันหมดแต่ถูกกว่า แล้วให้ปรึกษากับผู้อำนวยการแพทย์อีกคน ที่นี่บอกว่าผิวไม่มีความยืดหยุ่น ถ้าทำแค่จัดเรียงไขมันใต้ตา จะไม่ช่วยให้ริ้วรอยหรือความยืดหยุ่นดีขึ้น จึงแนะนำผ่าตัดถุงใต้ตา+ปลูกถ่ายไขมัน
5. ㅍㄹ*ㅈ เขาดูหน้าฉันหลายๆ มุม แล้วบอกว่ามีริ้วรอยนิดหน่อยและไม่มีความยืดหยุ่น ดังนั้นอย่าเพิ่งจัดเรียงไขมันก่อน ให้ลองฟิลเลอร์ใต้ตาดูก่อน ถ้าไม่ชอบค่อยละลาย แล้วแนะนำจัดเรียงไขมันใต้ตา+ปลูกถ่ายไขมัน พูดตรงๆ ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันฉีดฟิลเลอร์มา แต่ฉันไม่ค่อยชอบฉีดอะไรเข้าไปในหน้า เลยขอพักไว้ก่อน
ตอนแรกคิดว่าจะทำที่ ㅅㅅㅇ แต่พอคิดไปคิดมา รู้สึกว่าเหมือนจะรีบร้อนไปหน่อย ไปถึงรอบที่ 2 มาแล้ว และกะว่าจะไปรอบที่ 3.. ยากมาก
ดูโพสต์เพิ่มเติมของ Toshio2