โพสต์

รีวิวศัลยกรรมโหนกแก้ม

ถ้าย้อนกลับไปได้ ฉันก็จะทำศัลยกรรมปรับโครงหน้าที่นี่อยู่ดี

ปกติเวลาถ่ายเซลฟี่ฉันไม่ได้รู้สึกมากนัก แต่ตั้งแต่เด็กแล้ว แค่ถ่ายรูปด้วยกล้องหลังเมื่อไหร่ รูปหน้าของฉันก็ออกมาเหมือนโทรทัศน์ ทำให้เครียดมากค่ะ มันเป็นทรงสี่เหลี่ยมจริง ๆ ด้านข้างก็กว้างด้วย เลยคิดแล้วคิดอีกมาตลอด ได้ยินมาว่าการศัลยกรรมปรับโครงหน้ามีผลข้างเคียงเยอะ และยังไงมันก็เป็นการผ่าตัดที่ต้องกรอกระดูก...

หลังจากคิดอยู่ประมาณหนึ่งปี พอเห็นรูปที่ถ่ายด้วยกล้องหลังตอนเดินทางท่องเที่ยว ฉันก็ตัดสินใจว่าจะไปปรึกษา ฉันไปปรึกษาเพราะได้ยินว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและไม่มีค่าปรึกษาแยกต่างหาก แล้วก็ชอบที่คุณหมอดูชัดเจนและเด็ดขาดมาก ท่านแยกให้ชัดเลยว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ และพูดแต่ข้อเท็จจริง เช่น “แบบนั้นไม่ได้” ทำให้รู้สึกว่า ถ้าจะทำทั้งที ท่านไม่ได้พยายามหาเงินด้วยการเพิ่มบริเวณผ่าตัดอีกหลายจุด แต่ตั้งใจทำให้แต่ละคนสวยขึ้น ราคาก็สมเหตุสมผลกว่าที่คิด และหลังปรึกษา ฉันจองผ่าตัดปรับโครงหน้า 2 ส่วน (โหนกแก้ม, กรามเหลี่ยม) ไว้อีก 3 สัปดาห์ถัดไป

วันก่อนผ่าตัด ไม่ใช่ว่ากลัวผลข้างเคียงของการผ่าตัดเท่าไหร่ แต่เห็นรีวิวที่บอกว่าเจ็บเยอะมาก เลยกังวลว่าถ้าตื่นจากยาสลบแล้วเจ็บมากจะทำยังไง จนอดนอนทั้งคืนแล้วไปค่ะ ฉันตื่นเต้นมาก แต่พอเข้าห้องผ่าตัดแล้วทุกอย่างดำเนินไปเร็วมากจนเสร็จ เลยเหมือนว่ากลับตื่นเต้นน้อยลงแล้วจบไป ความเจ็บของการผ่าตัดเอง แค่รู้สึกเจ็บจากเข็มตอนนอนให้น้ำเกลือก็พอค่ะ แล้วหลังตื่นขึ้นมาก็ไม่ได้เจ็บเท่าที่ฉันคิดไว้ รู้สึกเหมือนมีรถบรรทุกวิ่งผ่านบนใบหน้า เจ็บก็เจ็บนะ แต่เป็นความเจ็บที่ทนได้..? ประมาณนั้น ฉันกลัวไว้ก่อนเลยขอให้ฉีดยาแก้ปวด พอยาเข้าไป ความเจ็บนั้นก็หายไปแทบหมดภายในประมาณ 3 นาทีจริง ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันดมยาสลบ แต่ไม่มีอาการคลื่นไส้ เลยนอนอยู่ประมาณ 30 นาทีหรือ 1 ชั่วโมง จากนั้นถ่าย CT รับยาด้วยตัวเอง แล้วนั่งแท็กซี่กลับบ้านเองด้วยค่ะ คิดว่าเพราะผ่าตัดออกมาดี การฟื้นตัวเลยเร็วด้วย ทันทีที่ออกมาหลังผ่าตัด โหนกแก้มก็หายไปแล้ว เลยรู้สึกน่าทึ่งมาก

สำหรับฉัน ความเจ็บจากตัวการผ่าตัดเองไม่ได้รุนแรงขนาดนั้นค่ะ!! แต่ว่า นรกจริง ๆ เริ่มตั้งแต่หลังผ่าตัดเสร็จ ฉันชอบกินมาก แต่ปากอ้าไม่ได้เลย การกินได้แค่ของเหลวเป็นอะไรที่ลำบากมาก แม้แค่นั้นก็ยังไหลเลอะออกมา... ฉันเป็นคนกินเก่งจริง ๆ การกินอะไรอย่าง New Care หลายวันมันยากเกินไป ตั้งแต่วันที่สามเลยต้มโจ๊กกินอย่างเดียวซ้ำ ๆ ตั้งแต่ครบหนึ่งสัปดาห์ก็เอาข้าวใส่แกงกิน...;; แถมฉันกำลังจัดฟันอยู่ การแปรงฟันก็ยากมาก ๆ ด้วย ฉันเป็นคนที่นอนตะแคง การต้องนอนหงายก็ทรมานมาก และสิ่งที่ลำบากที่สุดคือ!! อาการเจ็บคอจากยาสลบค่ะ น่าจะคิดว่าเหมือนระดับโควิดได้ แต่ตอนเราเป็นโควิด การขยับกรามหรือขยับบริเวณโหนกแก้มยังเป็นอิสระใช่ไหมคะ..? แต่พอขยับอะไรไม่ได้เลย แล้วยังคอเจ็บขนาดนั้นอีก รู้สึกเหมือนจะบ้าจริง ๆ.. สัปดาห์แรกต้องคิดเสียว่าอยู่พักฟื้นที่บ้านจริง ๆ ค่ะ มันไม่ใช่การผ่าตัดที่ง่ายเลย และช่วงนี้บวมมากด้วย ทำให้เจอคอมโบสามชั้นคือ เจ็บ + ไม่สะดวก + ไม่ชอบหน้าตัวเอง เลยรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้ากว่าเดิม

ตอนแรกฉันตั้งใจจะใช้วันลาพักร้อน 2 วัน รวมกับเสาร์อาทิตย์ แล้วกลับไปทำงานหลังจาก 4 วัน แต่นั่นเป็นไปไม่ได้เด็ดขาดค่ะ.. เรื่องบวม ถ้าใส่หน้ากากก็ปิดได้หมดก็จริง แต่เสียงพูดก็รั่วออกหมดด้วย ถ้ามีเวลา ฉันคิดว่าควรพักอย่างน้อย 2 สัปดาห์แล้วค่อยกลับไปทำงาน โชคดีที่ฉันพักได้ประมาณ 2 สัปดาห์ เลยพอทนได้ค่ะ

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 การกินยังเหมือนเดิม แต่ตอนแปรงฟันเริ่มมีอิสระขึ้นพอสมควร และรู้สึกได้ชัดว่าสบายขึ้น อาการบวมก็ยุบลงมาก แต่พออาการบวมที่อยู่ด้านบนไหลลงมาด้านล่าง ใบหน้าก็ดูบวมเหมือนคนทำศัลยกรรมมานิดหน่อย เขาเรียกว่าเนื้อแก้มล่างแบบบูลด็อกหรือเปล่าคะ ตรงนั้นพองมาก แล้วอาการบวมแข็ง ๆ เหมือนอมลูกอมก็คงอยู่นานมาก แต่บริเวณโหนกแก้มก็ลดลงอย่างชัดเจนมากเหมือนกัน เดิมทีฉันไม่เคยถ่ายรูปด้านข้างเลย แต่พอถ่ายด้านข้างแล้วกรามเรียวขึ้น ทำให้คางยื่นดูน้อยลง และจมูกก็ดูสูงขึ้น เลยดีใจมาก จากนั้นฉันก็ได้รับแรงกระตุ้นและพยายามดูแลมากขึ้นเรื่อย ๆ

และตอนนี้ครบหนึ่งเดือนแล้ว อาการบวมยังมีเยอะอยู่ค่ะ อาการบวมที่กรามยุบไปมากแล้ว แต่บริเวณแก้มยังรู้สึกพอง ๆ อยู่ตลอด สิ่งนี้ต่างจากความรู้สึกว่าหน้ากว้างนิดหน่อย คือทำให้ดูแก่ขึ้นและดูอ้วนขึ้น เลยเครียดอยู่เหมือนกัน แต่พอจับดูก็ชัดเจนว่าเป็นอาการบวม เลยประคบอย่างขยันและรออยู่ค่ะ แต่ว่า!! ถึงจะยังบวมอยู่ เวลาเห็นเงาตัวเองสะท้อนในรถไฟใต้ดิน หรือถ่ายรูปหน้ากระจกเต็มตัว มองปุ๊บก็เห็นว่าเป็นหน้าทรงไข่ เลยมีความสุขมากจริง ๆ ตั้งแต่ครบหนึ่งเดือนมา ฉันคิดว่าไม่ได้แต่งรูปทรงหน้าตอนถ่ายเซลฟี่แบบที่เคยทำเลยสักครั้ง แม้แต่ฉันเองยังคิดว่าผ่าตัดออกมาดี... แต่คนรอบตัวถ้าไม่บอกก็ไม่รู้ค่ะ.. อาจเพราะยังบวมเยอะอยู่

สรุปก็คือ! เมื่อเทียบกับความเจ็บและความยุ่งยากที่ต้องเจอ มันไม่ได้เปลี่ยนแบบดรามาติกอย่างที่คิดค่ะ (ยังไงก็ไม่ได้ไปแตะเครื่องหน้า) ดังนั้นอยากให้ทุกคนคิดให้ดีแล้วค่อยตัดสินใจว่า รูปหน้าของเราเป็นปมในใจมากพอที่จะยอมแบกรับความลำบากและความเสี่ยงนี้ไหม? สำหรับฉันที่ครบหนึ่งเดือนแล้ว ถ้าย้อนกลับไปได้ก็จะทำ และถ้าย้อนกลับไปได้ก็คิดว่าจะทำที่โรงพยาบาลนี้เหมือนเดิม เหนือสิ่งอื่นใด ราคาก็สมเหตุสมผล แต่หาสาเหตุได้ยากมากว่าเพราะอะไร (ไม่ค่อยรู้ว่าทำไมถึงถูก..) ห้องพักฟื้นก็เป็นห้องส่วนตัวซึ่งดี และถ้าถามอะไรไปก็จะตอบกลับทาง KakaoTalk ทันที โดยเฉพาะตอนที่ฉันรู้สึกกังวลระหว่างทางและถามว่าสามารถเข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันทีได้ไหม พวกเขาก็จองให้ทันที ทำให้ฉันได้พบแพทย์ทันทีค่ะ พยาบาลทุกคนก็ใจดีค่ะ

รีวิวนี้เป็นรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความงามแบบธรรมชาติ

ดูบน sungyesa

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้