โพสต์

รีวิวศัลยกรรมกราม

รีวิวผ่าตัดขากรรไกรสองข้างหลังผ่าตัดครบ 1 เดือน สำหรับภาวะคางยื่นและใบหน้าไม่สมมาตร!! (เขียนละเอียด…)

ฉันเครียดมากมาตลอดเพราะคางยื่นและใบหน้าไม่สมมาตร เวลาไปถ่ายรูปก็เอาแต่รีบปิดคาง ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว ไม่ใช่แค่ปัญหาภายนอกเท่านั้น แต่ฉันยังเคยไปปรึกษาจัดฟันที่คลินิกทันตกรรมเพราะมีปัญหากัดไม่สนิท (open bite) ด้วย แต่ทางคลินิกก็บอกว่าไม่อาจมั่นใจผลลัพธ์ได้ เลยลังเลอยู่นานมาก สุดท้ายจึงตัดสินใจผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง โรงพยาบาลที่ฉันเลือกคือ Y คลินิกศัลยกรรมช่องปากและขากรรไกร! ฉันหาข้อมูลรีวิวจาก YouTube, Gangnam Unni และคอมมูนิตี้ต่าง ๆ อย่างละเอียดก่อนจะไปปรึกษา ฉันเน้นปรึกษาเฉพาะศัลยกรรมช่องปากและขากรรไกร ไม่ใช่ศัลยกรรมตกแต่ง สิ่งที่มีจุดเด่นกับฉันมากคือสามารถทำทั้งการผ่าตัดและจัดฟันได้ในโรงพยาบาลเดียว! ทันทีที่เดินเข้าไปใน Y Oral บรรยากาศภายในโรงพยาบาลเงียบและสะอาด ทำให้ความประทับใจแรกดีมาก ก่อนปรึกษาจะถ่ายรูปฟันและเอกซเรย์ต่าง ๆ แล้วหลังจากคุยสั้น ๆ กับผู้จัดการคลินิกก็ได้คุยกับคุณหมอ! ก่อนคุณหมอเข้ามา ผู้จัดการบอกเบา ๆ ว่าคุณหมออาจจะค่อนข้างพูดตรง ๆ แต่กลับยิ่งทำให้ฉันเชื่อมั่นจากคำอธิบายที่กระชับและแม่นยำ รวมถึงประสบการณ์ของคุณหมออีซอกแจ ทำให้การปรึกษารู้สึกสบายใจมาก! ฉันจองผ่าตัดไว้แล้วเหลือเวลาอีกพอสมควร เลยไปที่โรงพยาบาลก่อนผ่าตัด 1 เดือนเพื่อทำการตรวจต่าง ๆ และพิมพ์ฟันเพื่อทำเวเฟอร์! ช่วงเวลาที่เหลือฉันกินแบบจัดเต็มมาก แล้วคืนก่อนผ่าตัดตั้งแต่ 3 ทุ่มก็เริ่มงดอาหาร ก่อนจะไปเข้ารับการผ่าตัด ก่อนผ่าตัด โรงพยาบาลส่งข้อความแจ้งข้อควรระวังและของที่ต้องเตรียมผ่าน KakaoTalk มาให้หลายอย่าง ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเอง ก็เตรียมตัวได้สบาย ๆ วันผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง, ปรับโครงหน้า 2 รายการ (กรามเหลี่ยม, คางหน้า) (6/3) ในวันผ่าตัด ฤทธิ์ยาชายังไม่หมดดีทำให้ฉันมึน ๆ งง ๆ และด้วยฤทธิ์ยาแก้ปวดก็แทบไม่มีเวลารู้สึกเจ็บเลยตลอดวัน พยาบาลจะเข้ามาเช็กประมาณชั่วโมงละหนึ่งครั้ง และเพราะมีอุปกรณ์อยู่ในปากจนพูดไม่ได้ จึงสื่อสารกันด้วยโน้ตอิเล็กทรอนิกส์ที่เตรียมไว้ พอแก๊สยาสลบหมดลง ราว 2 ทุ่ม เขาก็นำน้ำใส่ภาชนะซอสที่ฉันเตรียมมาให้. คอแห้งผากมาก ดื่มเท่าไรก็ยังคอแห้ง แต่ไม่ว่าจะดื่มเท่าไรก็น้ำก็ไม่ลด เลยฝึกใช้ภาชนะซอสไปพร้อมกับค่อย ๆ ดื่มน้ำต่อ ตอนกลางคืนหลับลึกค่อนข้างยาก ฉันเลยเปิดเพลย์ลิสต์แจ๊สเบา ๆ แล้วหลับตา เวลาเลยผ่านไปเร็วดี แบบนั้นก็คือผ่านวันผ่าตัดไปได้ วันที่ 2 หลังผ่าตัด (6/4) วันถัดมาจะถอดท่อที่จมูก ท่อเลือด และสายสวนปัสสาวะ ตอนแรกฉันไม่เคยมีสายพวกนี้มาก่อน ตอนดึงออกจึงไม่เจ็บ แต่เพราะเป็นความรู้สึกใหม่เลยค่อนข้างแปลกใจ ตั้งแต่วันถัดมาก็เดินเล่นเบา ๆ ได้ และไปห้องน้ำเองได้ เลยใช้ชีวิตได้สบายมาก! วันที่ 4 หลังนอนโรงพยาบาล 2 คืน 3 วัน! (6/6) อาการบวมในวันที่ 4 น่ากลัวมาก.. บวมหนักจนเหมือนสิ่งที่บวมในโรงพยาบาลไม่ใช่อะไรเลย ฉันช็อกมาก.. จมูกยังอุดตันแน่นอยู่ จึงต้องพึ่งเครื่องเพิ่มความชื้น.. มีน้ำมูกใสปนเลือดเล็กน้อย และเพราะปากยังปิดไม่สนิท น้ำลายก็ไหลตลอด ช่วงสัปดาห์แรกเลยต้องใช้ผ้าเช็ดตัวทำเป็นผ้ากันเปื้อนตลอดเวลา ฉันรู้สึกร้อนวูบวาบบนใบหน้าตลอด เลยคิดว่าน่าจะทำการรัดพยุงและประคบเย็นบ่อย ๆ เรื่องอาหาร โรงพยาบาลแนะนำให้ดื่ม New Care ฉันก็ดื่มอยู่ แต่ปกติฉันไม่ค่อยชอบนมถั่วเหลืองอยู่แล้ว แต่ก็ต้องกินยา เลยดื่มไปนิดหน่อย ที่เหลือก็ประคองความหิวด้วยเครื่องดื่มเกลือแร่และน้ำผลไม้หลายชนิด ฉันเป็นคนที่อยู่ได้เพราะการกิน พอกินอะไรไม่ได้เลยก็เริ่มหดหู่ขึ้นเรื่อย ๆ ต้องทนเพื่อให้สวยขึ้นก็จริง แต่ลำบากก็คือลำบากอยู่ดี อากาศเริ่มร้อนขึ้นแล้ว แต่เพราะบวมมาก ฉันก็ใส่หมวกบัคเก็ตกับหน้ากากออกไปเดินเล่นเบา ๆ ด้วย คอยก็ยังแห้งผากอยู่ ดังนั้นเวลาจะเดินก็ต้องพกขวดน้ำไปด้วย! วันที่ 5-7 หลังผ่าตัด (6/7 ~ 6/9) อาการบวมยังแน่น ๆ อยู่มากกว่าวันที่ 4 แต่เพราะเห็นว่ามันค่อย ๆ ยุบลงทุกวันก็เลยเริ่มรู้สึกดีขึ้นทีละน้อย หลังจากวันนั้นเวลาส่องกระจกของฉันก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ฉันดูรีวิวผ่าตัดขากรรไกรสองข้างของคนอื่นแล้วก็หาว่าอะไรพอกินได้ บางคนกินกล้วย บางคนเอาคาสเทลล่าจิ้มนมกิน ฉันก็ลองทำตาม แต่ล้มเหลวแบบเบา ๆ.. กินไม่ไหวจริง ๆ วิธีเดียวที่ฉันหาได้คือโจ๊กข้าวแบบเหลว ๆ เลยทนกินแต่โจ๊กจนถึงสัปดาห์แรก จนถึงสัปดาห์ที่ 2 หลังออกจากโรงพยาบาล ฉันนอนบนโซฟาลมที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งสบายกว่านอนบนเตียงแล้วใช้หมอนหลายใบหนุนมาก เลยนอนง่าย! วันที่ 8 หลังผ่าตัด (6/10) วันนี้คือวันที่ต้องกลับไปโรงพยาบาลที่รอคอย! เพราะเอาแต่กักตัวอยู่บ้านเพราะบวม เลยตั้งตารอไปโรงพยาบาลมาก ได้พบคุณหมอ ทำความสะอาดแผลเย็บ และสอนวิธีใส่เวเฟอร์ เขาบอกว่าตั้งแต่นี้ไปตอนกินข้าวสามารถถอดเวเฟอร์ออกได้ ทำให้ฉันดีใจมาก และยังบอกว่าเริ่มแปรงฟันได้แล้วด้วย หลังตรวจเสร็จฉันก็ได้เลเซอร์ลดบวมและให้น้ำเกลือก่อนกลับบ้าน วันที่ 9 ถึง 14 หลังผ่าตัด (6/11 ~ 6/16) ช่วงนี้เป็นช่วงที่ความอยากอาหารเริ่มกลับมา แต่กระเพาะยังหดอยู่เลยกินได้ไม่เยอะ ถึงอย่างนั้นก็ได้กินของอร่อยมากกว่าสัปดาห์แรก เช่น เฝอ โรลเค้ก โจ๊ก มันหวาน ซุปเกี๊ยว ฯลฯ ฉันก็ออกไปเดินเล่นเบา ๆ ไม่ได้นาน ทำให้เห็นชัดว่าอาการบวมค่อย ๆ ยุบลง ใช้ชีวิตประจำวันก็โอเค แต่ก่อนนอนตรงคางจะมีอาการจี๊ด ๆ แปลบ ๆ เลยขยันประคบอุ่นมาก! พอทำให้คางอุ่น อาการแปลบ ๆ ก็จะสงบลง เป็นสัปดาห์ที่ 2 ที่ฉันรู้สึกได้ว่านี่คือช่วงที่ความรู้สึกกำลังกลับมา วันที่ 15 หลังผ่าตัด (6/17) ในที่สุดก็มาถึงวันที่ไปตัดไหม! การตัดไหมเจ็บจริง ๆ.. ถ้าจะถามว่าช่วงไหนเจ็บที่สุดหลังผ่าตัด ฉันตอบได้เลยว่าตอนดึงไหมออกนี่แหละ.. เจ็บจริงถึงขนาดนั้น.. แต่จากวันนี้เป็นต้นไปกินของมัน ๆ และของเผ็ดจัดได้หมด เลยดีใจ วันนั้นก็ได้เลเซอร์และให้น้ำเกลืออีก และนี่เป็นครั้งแรกหลังผ่าตัดที่ฉันนอนตัวตรงบนเตียงเพื่อให้น้ำเกลือ สบายมาก ๆ เป็นวันที่ทำให้รู้ว่าการมีเตียงดีแค่ไหน วันที่ 16 หลังผ่าตัดถึง 1 เดือน (6/18~7/2) ช่วงสัปดาห์ที่ 3-4 ถึงหน้าจะยังบวมตุ่ย แต่ก็ไม่มีช่วงไหนที่เวียนหัวหรือเหนื่อยทางร่างกาย เลยยังไปเที่ยวในประเทศได้อีกด้วย เมื่อเทียบกับก่อนผ่าตัด อาหารที่กินได้ยังจำกัดอยู่ แต่ก็สามารถกินเนื้อได้โดยหั่นชิ้นเล็ก ๆ แล้วแค่รับรสก่อนกลืน ข้าวถ้ามีความชื้นเล็กน้อยก็กลืนได้โดยไม่ต้องเคี้ยว จึงไม่มีปัญหาเวลาไปกินข้าวที่ร้านอาหาร ถึงอย่างนั้นบริเวณคางก็ยังบวมอยู่มาก ฉันเลยคอยสะกดตัวเองว่า “ฉันก็แค่คนที่มีไขมันบนหน้าเยอะ!” แล้วก็เดินไปมาบ่อยมากโดยไม่ใส่หน้ากาก ตอนนี้เป็นวันที่ 1 เดือน + 1 วันหลังผ่าตัดแล้ว! หลังไปตรวจจัดฟัน ฉันกลับมาพร้อมเครื่องมือจัดฟันที่ติดเฉพาะฟันล่าง อาการบวมตอนเช้ากับตอนกลางคืนไม่เหมือนกัน ตอนเช้าจะบวมตุ่ยเหมือนซาลาเปา แต่พอถึงกลางคืนก็จะยุบลงมานิดหน่อย อาการบวมยังไม่ได้ยุบไปมากนัก เลยยังตุ่ยอยู่.. พอติดเครื่องมือจัดฟันแล้วก็ได้บอกลาวาฟเฟอร์สักที เลยรู้สึกว่าพูดชัดขึ้นมาก! ฉันเป็นเคสจัดฟันหลังผ่าตัด ดังนั้นตอนนี้เริ่มจัดฟันแล้ว ฉันจะดูแลให้ดีกว่าเดิม และพยายามอย่างเต็มที่ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น! การผ่าตัดขากรรไกรสองข้างให้ความรู้สึกว่า ความเจ็บจากตัวการผ่าตัดเองไม่ได้มากนัก แต่ความไม่สะดวกในช่วงฟื้นตัวนั้นไม่น้อยเลย 2-3 วันแรกหลังผ่าตัดผ่านไปเร็วมากจริง ๆ และถ้าฝ่าฟันช่วงหนึ่งสัปดาห์หลังออกจากโรงพยาบาลไปได้ดี หลังจากนั้นจะเริ่มรู้สึกว่าดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่าเศร้าไปมากเพราะมันลำบากเลย แค่ทนไปทีละวันด้วยความรู้สึกว่า “ต้องอดทนอีกหน่อย” เดี๋ยววันดี ๆ ก็จะมาถึงเอง ฉันลองเขียนสิ่งที่อยากบอกกับคนที่กำลังจะผ่าตัดขากรรไกรสองข้างไว้เล็กน้อย หวังว่าจะพอช่วยได้บ้าง นี่คือรีวิวตั้งแต่วันผ่าตัดจนถึงครบ 1 เดือนของฉัน! หวังว่าจะเป็นประโยชน์ได้แม้เพียงเล็กน้อย และขอบคุณที่อ่านข้อความยาว ๆ นี้นะคะ!

รีวิวนี้เป็นรีวิวหลังผ่าตัดที่มุ่งเน้นความเป็นธรรมชาติ

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้