<ก่อนปรับโครงหน้า><หลังปรับโครงหน้า>พูดตรง ๆ ก่อนผ่าตัดก็ไม่ใช่ว่ารูปหน้าดูไม่สวยมาก หรือแปลกอะไรหรอก แต่ความเครียดที่ฉันรู้สึกอยู่คนเดียวมันหนักมาก ถ้ามองจากด้านข้าง ส่วนกรามเหลี่ยมจะเห็นชัดมาก และถ้ามองจากด้านหน้า หน้าดูกว้างแบน ๆ ซึ่งกวนใจฉันมาตลอด.. ก็เลยมีกฎของตัวเอง? ประมาณนั้น คือห้ามเอาผมทัดหลังหูเด็ดขาด.. แล้วก็ห้ามมัดผม ต่อให้ร้อนแค่ไหนก็ต้องปกป้องผมไว้จริง ๆ อาจเพราะแบบนั้น ตอนแรกที่ฉันบอกว่าจะทำศัลยกรรมปรับโครงหน้า เพื่อน ๆ รอบตัวก็ห้ามกันหมด ถามว่าทำไมต้องทำ ทั้งที่รูปหน้าก็ไม่ได้ดูจำเป็นต้องทำโครงหน้าเลย.. แต่ที่ว่าศัลยกรรมคือความพึงพอใจของตัวเองนี่มันจริงนะ คนที่ต้องอยู่กับหน้านี้ก็คือฉัน.. คนที่เครียดก็คือฉันเอง เลยตัดสินใจผ่าตัดโดยไม่ลังเลมากกว่านี้ แล้วสิ่งที่รู้สึกตอนไปปรึกษาคือ คุณหมอตรวจและบอกให้รู้จริง ๆ ทั้งความไม่สมมาตรของใบหน้า ไลน์หน้า ไลน์กราม ที่มีแค่ฉันรู้สึกเล็ก ๆ น้อย ๆ มาตลอด.... ตอนแรกก็คิดว่าต้องทำถึง 3 อย่างเลยเหรอ? แต่พอถ่าย CT อีก แล้วฟังคุณหมออธิบายก็เข้าใจ สุดท้ายเลยทำ ตัวการผ่าตัดเองทำโหนกแก้ม กรามแบบ long curve และปลายคาง พร้อมใส่ฟิลเลอร์ที่ปลายคางเพื่อทำ V-line แทนที่จะเป็นธรรมชาติจนแทบไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง ฉันอยากได้แบบโดดเด่นพอประมาณ เลยบอกคุณหมอให้ปรับรูปหน้าให้ดูเด่น ๆ แล้วฉันอยู่คนเดียว หลังผ่าตัดเพื่อนเลยมาช่วยอยู่ข้าง ๆ หนึ่งสัปดาห์ อยากให้บวมยุบไว ๆ ก็เลยกินยาสม่ำเสมอและพยายามมาก ช่วงแรกคิดซะว่ากำลังไดเอต แล้วก็หาแต่อาหารนิ่ม ๆ กิน แต่พอเวลาผ่านไปมันก็เริ่มลำบาก จนมีแรงกระตุ้นอยากกินของแข็ง ถึงอย่างนั้นก็อดทนไว้... พยายามจริง ๆ และกินแต่อาหารนิ่ม ๆ อาจเพราะแบบนั้น หลังผ่าตัดไปถ่าย CT ดู โหนกแก้มก็ติดดี ไม่มีส่วนที่แยกออก ตอนนี้ผ่าตัดมาก็นานพอสมควรแล้ว และอาจเพราะผลลัพธ์ดีชัดเจน กระบวนการผ่าตัดเลยถูกจำให้สวยงามขึ้นนิดหน่อย.. แต่ถึงอย่างนั้น อย่ามองศัลยกรรมปรับโครงหน้าเป็นเรื่องง่าย! และหลังทำแล้ว ฉันคิดว่าความพึงพอใจต่อรูปลักษณ์จะเปลี่ยนไปจริง ๆ
นี่คือรีวิวการผ่าตัดที่มุ่งเน้นความโดดเด่น