โพสต์

รีวิวศัลยกรรมใบหน้า

ทำศัลยกรรมคางสั้นเกินไปไปแล้วค่ะ..แบบง่ายๆ

วันนี้เพิ่งไปทำคางสั้นมาเองค่ะ.. พอดีเห็นรูปเมื่อสองปีก่อนแล้วตั้งใจไว้ว่าจะทำที่ที่นั่นสักครั้ง พอรอบนี้ได้ทำเลยพยายามหาข้อมูล ส่งข้อความถามไปเยอะมากจริงๆ..มีแค่สองคนที่จำฉันได้ เลยโชคดีมาก..ตอนนี้ยังพันเทปอยู่ก็ยังพอใจมากๆ ค่ะ..กังวลเยอะมากแต่พอตัดสินใจทำแล้วจะลุยให้เต็มที่ เป็นคนไม่มีเวลาด้วยก็เลยรีบทำคางสั้นก่อนเลย..คางสั้นนี่ค่าใช้จ่าย เวลา ความเสี่ยง ภาระน้อยกว่า..ศัลยกรรมมันก็มีทั้งดวงด้วยนะ แต่ก็อย่าเพิ่งตัดสินใจจากรูปเดียวหรือรูปหน้าตรงสวยๆ ของรีวิวแค่รูปเดียวนะคะ..ของฉันเองวันนี้ก็ลงรีวิวแบบดีมากๆ ไปแล้ว แต่พอผ่านไปสักพัก อาจมีจุดที่ยังขาดนิดหน่อยก็ได้ เพราะยังไม่รู้เลยค่ะว่าอนาคตจะเป็นยังไง รีวิวฉันเขียนไม่ค่อยเก่งหรอก แต่พอได้อ่านรีวิวบ่อยๆ ก็มองเป็นแล้วนะ^^ ถ้าเลี่ยงโรงพยาบาลที่รู้สึกว่าไม่ค่อยเข้ากับเราได้ก็น่าจะดีค่ะ,,แต่ยังไงก็เป็นเรื่องดวง..ผลศัลยกรรมรับประกันไม่ได้ใช่ไหมคะ,,เพราะงั้นต้องรอบคอบแต่ก็ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด..พูดง่ายๆ ก็ประมาณนี้ใช่ไหมคะ^^ คนหน้าค่อนข้างแคบ แล้วพื้นที่คางก็ไม่พอ แบบนี้ลายเส้นออกมาดีกว่าที่คิดไว้ค่ะ..ฉันคิดไว้ก่อนว่าจะออกมาแย่กว่านี้อีก..รอบนี้ไปปรึกษามา 3 ที่ค่ะ เพราะก่อนหน้านี้ก็ปรึกษามาเยอะแล้ว เลยไม่ได้วนเพิ่มอีกแล้ว บนอินเทอร์เน็ตก็ไล่ดูหมดแน่นอน..ยังไปโรงพยาบาลคางสั้นย่านอัปกูจองที่มีรีวิวจากหลายคนและคอมเมนต์เยอะมากมาแล้วด้วย แต่รูปเขาถ่ายออกมาสวยเพราะมุมภาพดีมาก แม้ฉันจะโอเคและถูกใจอยู่ แต่ค่าใช้จ่าย..เกือบสองเท่า,,ฮือๆ รู้สึกว่าคงไม่ต่างกันมากหรอกค่ะ คุณหมอจากโรงพยาบาลดังบอกว่าคางฉันทำคางสั้นด้วยซิลิโคนแล้วไม่น่าจะเห็นผล บางที่ก็ให้เติมไขมันแทน,,ทรงช่วงแก้มเป็นแบบสามเหลี่ยมกลับหัว ทำให้ขากรรไกรล่างมีกล้ามเนื้อและเป็นขั้นๆ พื้นที่ใส่ซิลิโคนก็แคบ.. มีที่หนึ่งบอกว่าคางล่างฉันเป็นแบบที่ซิลิโคนจะนูนออกมาเหมือนถุงฟักทองเลย ห้ามทำเด็ดขาด ให้ฉีดโบท็อกซ์ที่รอยย่นตรงโคนคางดีกว่า,,บางที่ก็เพราะฉันค่อนข้างจู้จี้ เลยขอให้ทำเส้นที่อยากได้ก็ยังไม่มั่นใจให้ด้วยค่ะ ยังไงก็แต่ละที่พูดไม่เหมือนกัน..ส่วนใหญ่บอกว่ามีโอกาสออกมาไม่ตรงอย่างที่ต้องการ และไม่ใช่เงื่อนไขที่เหมาะจะทำ เลยแนะนำซิลิโคน 60-70% ที่เหลือก็ บอกว่าก้ำกึ่งบ้าง ให้ตัดกระดูกบ้าง ทำไม่ได้บ้าง หรือถ้าจะเติมไขมันค่อยแต่งนิดหน่อยแทน.. แต่คือเรื่องศัลยกรรมด้านอื่นนะคะ ฉันเคยเห็นกรณีที่ทุกคนบอกว่าทำไม่ได้ แต่โรงพยาบาลดังที่ยืนยันว่าจะทำได้แน่นอนและให้ไปเลย สุดท้ายก็ล้มเหลวเหมือนกัน เหตุผลก็คงมีหลายอย่าง แต่ฉันไม่ขอเปิดเผยนะคะ ชื่อเสียงดีๆ โอกาสทำได้ก็มากกว่าจริง แต่ปัจจัยที่มีผลต่อผลศัลยกรรมมันต่างกันไปในแต่ละคน มันน่า ปวดหัวมากก่อนศัลยกรรม ยิ่งหาข้อมูลยิ่ง ยังไงคางสั้นถ้าทำแบบปกติก็มักจะออกมาดี และน่าจะดีกว่าไม่ทำค่ะ ถ้าเป็นคนที่มุมหน้าล่างกว้างและคางถอยจริงๆ จะเห็นผลแบบชัดมาก ของฉันต้องรอแกะเทปดูก่อน แต่ตอนนี้พอมองเห็นลางๆ แล้วว่ามีอะไรเปลี่ยนไปจากก่อนหน้า 조금นะ การทำให้หน้าดูมีความเรียบร้อยและดูเก็บรายละเอียดขึ้นนิดหนึ่งนี่สำคัญจริงๆ.. ตอนนี้มันดูดีมากเลยค่ะ..รีวิวของคนที่เคยทำก่อนหน้านี้ก็ตรงกับความรู้สึกของฉันเลย หน้าดูไม่ยาวขึ้นเลย..ถ้ายาวขึ้นอีกสัก 1 มม. ก็น่าจะดี แต่คงยาวไม่พอค่ะ ฉันกังวลว่าจะยิ่งเป็นหน้า V มากขึ้นเพราะจัดฟันแล้วต้องเหลาลงไปอีก แถมแก้มกับกล้ามเนื้อแก้มก็ลดลงด้วย แต่พอทำแล้วกลับรู้สึกว่าโครงหน้าดูเรียบร้อยขึ้น.. พอแกะเทปแล้วถ้ามีจุดที่ยังไม่พอ ค่อยเติมฟิลเลอร์หรือเติมไขมันทีหลังเป็นวิธีที่ดีค่ะ.. ฉันคิดว่าซิลิโคนเป็นวัสดุพื้นฐานที่ค่อนข้างเหมาะสมและธรรมดาที่สุดในบรรดาวัสดุผ่าตัดทั้งหมดค่ะ ไม่ได้เพราะฉันเพิ่งไปทำคางหรอกนะคะ แต่ก่อนฉันก็คิดแบบนี้อยู่แล้ว และค้นข้อมูลศัลยกรรมมาสิบปีแล้ว..เพราะอ่านรีวิวผลข้างเคียงของซิลิโคนบ่อยๆ เลยกังวลว่าจะได้เส้นไม่สวยค่ะ พอทำจริงแล้วมันก็ไม่ได้ใหญ่อะไรเลยนะคะ ฉันยังรู้สึกดีเลยตอนที่หลับในยาสลบแบบฉีดเข้าหลอดเลือดและมึนๆ สบายๆ เวลาในการผ่าตัดก็ผ่านไปเร็วมาก.. การตัดกระดูกมีข้อดีตรงที่ไม่ดูปลอมเท่าซิลิโคนและไม่มีวัสดุแปลกปลอมเข้าไป แต่ถ้าเส้นออกมาแล้วไม่ชอบล่ะคะ..ศัลยกรรมทุกแบบก็ต้องนึกถึงการแก้ซ้ำไว้ก่อนอยู่ดี กระดูกที่ถูกตัดไปแล้ว ต่อให้เสียใจทีหลังก็ทำอะไรไม่ได้ใช่ไหมคะ..บางทีความไม่พอใจจากการตัดกระดูกอาจจะมากกว่าผลข้างเคียงของซิลิโคนด้วยซ้ำ โรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านโครงหน้ามากๆ มักจะแนะนำการตัดกระดูกเยอะค่ะ เพราะเป็นโรงพยาบาลที่เน้นตัดกระดูกเป็นหลัก ถ้าเป็นฉันก็คงจะแนะนำการตัดกระดูกก่อนเหมือนกัน..ถ้าใครมีข้อจำกัดเรื่องปริมาณการใส่ซิลิโคนหรือ ถ้าสิ่งที่จำเป็นจริงๆ คือการตัดกระดูก ก็ควรตัดกระดูกค่ะ แต่ถ้าคนที่การสบฟันปกติดี ฉันคิดว่าพื้นฐานแล้วซิลิโคนก็น่าจะเหมาะสมที่สุดนะคะ ศัลยกรรมเหมือนจะเป็นการรีทัชต่อเนื่องเลยค่ะ คนที่ชอบความสวยงามมากๆ พออายุมากขึ้นหรือสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ใบหน้าก็เปลี่ยนตามไปด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นหัตถการเล็กหรือผ่าตัดพื้นฐาน อาจต้องรีทัชไปตลอดชีวิตก็ได้.. แค่ทำในระดับที่ไม่มากเกินไปและรู้สึกดีแค่นั้นก็พอแล้วค่ะ.^^ จริงสิ,,เรื่องซิลิโคนคางแล้วเสียวฟัน ฟันผุ มีความรู้สึกแปลกปลอม อะไรพวกนี้นะคะ นี่เป็นความเห็นของฉันเอง เพราะฉันเคยไปปรึกษามาแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน ทั้งย่านอัปกูจองและยอกซัม ตอนนั้นก็ขอดูซิลิโคนที่จะใส่จริง ไม่ใช่แค่ตัวอย่างที่วางเกลื่อนบนโต๊ะ แล้วก็ได้ดูค่ะ ขนาดตอนนั้นมันใหญ่กว่าอันปัจจุบันในแนวนอนมาก สีขาวและดูแข็ง เหมือนเกือกม้าแบบนั้น..เขาเอามาให้ดูเยอะเลย ก็เลยคิดว่าถ้าใส่อย่างนั้นจะใส่ยังไง คางคงไม่ไหวแน่ แล้วก็สะดุ้งมาก ตอนนั้นยังไปดูเรื่องรอยรัดปลายคางที่ทำในโรงพยาบาลผ่าตัดจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงด้วย เผื่อจะลองทำแบบนั้นก็ยังเคยหาข้อมูลมา.. แต่ซิลิโคนที่เห็นตอนนี้นะคะ ฉันขอให้เอาของที่จะใช้ผ่าตัดมาให้ดูเลย แล้วก็เห็นว่ามันขนาดพอๆ กับครึ่งนิ้วก้อยเด็ก? หรือเล็กกว่านั้นนิดหน่อย หรืออาจไม่ใหญ่กว่านั้นมาก ดูบาง ใส และนุ่มนิ่ม มีรูเข็มเล็กๆ สองสามรูให้เห็น..พอรู้ว่ามีอะไรเข้าไปในร่างกายเรากันแน่ ก็สบายใจและอุ่นใจขึ้นค่ะ จมูกก็เหมือนกัน ซิลิโคนเมื่อสิบปีก่อนกับตอนนี้ทำไมต่างกันขนาดนั้น ของเก่าเกือบจะทำให้เป็นสันจมูกเหมือนชอล์กอยู่แล้วค่ะ..เมื่อก่อนยังไม่มีเทคนิคการยกคอลัมเมลลาที่จำเป็นสำหรับคนที่ปลายจมูกตกเหมือนจมูกศรด้วยซ้ำ ตอนนี้เส้นซิลิโคนดูออกมาดีมากจริงๆ ค่ะ.. ฉันคิดมาตลอดว่าซิลิโคนเป็นวัสดุศัลยกรรมพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพที่สุดในหลายด้าน แต่ก็เห็นโพสต์ผลข้างเคียงบ้างเป็นครั้งคราวเหมือนกัน..ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่เคยกังวลนะคะ..แม้ฉันจะเขียนแบบนี้ แต่ก็คงต้องรอดูอีกสักพักถึงจะรู้ค่ะ.. แต่ช่วงนี้พอได้เห็นวัสดุคางโดยตรงแล้วก็รู้สึกเลยว่า อ๋อ มันไม่ได้ใหญ่โตอะไร ใส่เข้าไปก็คงไม่ค่อยเกิดผลข้างเคียงหรอก ความกังวลมันคงมีมากตอนใช้วัสดุรุ่นเก่าหรือใช้มากเกินไปหรือเปล่านะคะ..เขาบอกว่าจะดูแลหลังผ่าตัดให้หนึ่งปีด้วย และตอนปรึกษาคุณหมอบอกว่า 4,5 มม. แต่ตอนผ่าตัดฉันดันยืนกรานจะเอา 5 มม. ตอนที่ลังเลระหว่าง 4 กับ 5 มม. ก็ลองเอามาทาบด้านนอกให้ดู สุดท้ายฉันก็เปลี่ยนใจไปมา จนเขาลองใส่ทั้งสองแบบให้ดูภายใน แล้วก็ช่วยคิดเยอะมาก สุดท้ายเลยได้ 4 มม.ค่ะ..ฉันไปยืนกรานตอนยังมึนยาสลบจนเวลาผ่าตัดน่าจะสั้นลงแท้ๆ กลับทำให้เขาต้องรบกวนเนื้อเยื่อเพิ่มเปล่าๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้ค่ะ..ตัดสินใจไม่ได้ แล้วยังเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนไม่กล้าเจอคุณหมออีก แต่พอได้ลองใส่ทั้งสองแบบแล้วค่อยเลือก เลยหมดเสียดายเรื่องมิลลิเมตรพวกนั้น ซึ่งก็ดีแล้วค่ะ..ตอนฉีดยาสลบก็เหมือนฉีดยาที่แขนธรรมดาแค่หนึ่งเข็ม แล้วเขาใส่ยาสลบทางนั้นจนรู้สึกดีขึ้นมาเฉยๆ..จนกว่าจะลงมาไม่มีอะไรเลย ตอนเย็บแผลถึงจะรู้สึกนิดหน่อยเท่านั้น ไม่มีการฉีดยาชาเข้าที่คางโดยตรงค่ะ แต่ละโรงพยาบาลคงสั่งทำซิลิโคนเฉพาะหรือใช้ของสำเร็จรูปมั้งคะ 1. แสดงรูปทรงคางด้านหน้าและด้านข้างที่อยากได้ให้คุณหมอดู 2. แค่บอกว่าขอให้ไม่ยาวเกินไป หรือขอให้ยาวขึ้นประมาณไหน เท่านี้ก็น่าจะพอ แม้ว่าคุณหมอแต่ละท่านจะมีสไตล์ที่ชอบต่างกัน แต่ก็น่าจะปรับตามความต้องการของคนไข้ได้ค่ะ หลังตัดสินใจผ่าตัดแล้ว ที่เหลือก็ฝากคุณหมอทั้งหมด แล้วสบายใจไปกับการทำคางสั้นนะคะ.. ฉันกังวลเรื่องคางสั้นมากจริงๆ..เครียดจนปวดหัวไปหมด..ช่วงล่างของหน้าแคบ แล้วก็มีรอยย่นคล้ายลูกพีชเป็นขั้นๆ ระหว่างแก้มกับขากรรไกรล่าง..มีเงื่อนไขที่ทำให้ออกมาไม่สวยครบเลยค่ะ ใบหน้าแค่ 1 มม. ก็สำคัญจริงๆ ดูเหมือน.. อย่างน้อยริมฝีปากก็ดูเรียบร้อยขึ้น มีคนบอกว่าริมฝีปากล่างจะบางลง แต่ของฉันไม่เลยค่ะ กลับปิดปากได้สวยขึ้น ดูทรงปากดีขึ้นเฉยๆ.. ก่อนหน้านี้ฉันเผลอเกร็งคางล่างตลอดเพื่อให้ดูยาวขึ้น แล้วก็หุบปากแบบไม่สบาย ปิดปากได้ไม่คล่อง คางเลยล้า แต่หลังผ่าตัดกลับรู้สึกเหมือนได้วางคางล่างลงสบายๆ ทันที.. นี่เพิ่งวันแรกหลังผ่าตัด แต่ปากก็หุบได้เองดี และไม่ต้องเกร็งคางล่างเลย รู้สึกสบายค่ะ..นอกจากเหนือความคาดหมายแล้ว ถ้าการทำงานของคางล่างกลับมาดีขึ้นด้วยก็เหมือนได้สองต่อเลย..ตอนนี้ไม่ต้องเกร็งคางล่าง ปิดปากได้สบาย รู้สึกโล่งจริงๆ นี่เพิ่งวันแรก แล้วก็ยังไม่ได้แกะเทปเลย ฉันเว่อร์ไปหรือเปล่านะ..? ถึงจะเคยผ่าตัดหลายครั้ง แต่แค่วันแรกก็มองคร่าวๆ ได้แล้วค่ะ..^^ แล้วก็ไม่ค่อยเจ็บจริงๆ ด้วย..ถ้าฉันบอกว่าไม่เจ็บ ก็คือไม่เจ็บนะคะ..ฉันเป็นคนช้ำง่าย ร่างกายก็บอบบางและไวต่อความรู้สึกมากด้วยค่ะ..รูปถ่ายฉันยังถ่ายแบบคร่าวๆ อยู่เลย เดี๋ยวค่อยเอาลงทีหลังนะคะ ฉันขี้เกียจมากจริงๆ..ครั้งหน้าจะพยายามมาเขียนรีวิวอีกค่ะ..แค่เลือกค่ามิลลิเมตรเฉลี่ยที่หมอแนะนำจากหลายโรงพยาบาลให้ดีก็น่าจะพอ ฉันคงกังวลเรื่องที่ไม่จำเป็นมากเกินไปจริงๆ..อ้อ ต่อให้บอกว่าโรงพยาบาลสองที่ทั้งคู่ให้ 5 มม. ก็อาจไม่ใช่ 5 มม. แบบเดียวกันนะคะ.. ยกเว้นคนที่อักเสบกันจริงๆ แบบน้อยมากแล้ว ถ้ามองเรื่องค่าใช้จ่าย ดีไซน์ ผลลัพธ์ และการแก้ซ้ำ ซิลิโคนก็น่าจะดีที่สุด ส่วน Gore ต้องยอมรับว่าขนาดอาจเล็กลงไป และ Silitex ก็คงเป็นวัสดุที่เหมือนเอากาวติดระหว่าง Gore กับซิลิโคนเท่านั้นเอง.. ง่วงจนพูดวกไปวนมาแล้วค่ะ..หลังผ่าตัดเขาบอกให้นอนพักพร้อมประคบเย็นสักพัก ฉันบอกว่าเมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับเลย เขาก็บอกว่าถ้ากลัวบวมก็นอนต่ออีกสักพักได้ ฉันเลยเปิดทีวีเองแล้วงีบไปนิดหน่อย.. นอนอยู่ชั่วโมงครึ่งเพราะเจ็บ เลยคิดว่า โอ๊ย ทำไมมันเจ็บจริงๆ โกรธขึ้นมาแล้วยังนึกถึงพระเจ้าด้วย บ้านฉันอยู่ค่อนข้างไกล ก็เลยคิดว่าขับรถมาเองเสียเที่ยวเสียเวลาจริงๆ แต่หลังจากนั้นยาชาก็เริ่มออกฤทธิ์ และตอนกลางคืนก็เป็นแบบเดิมเลย..เป็นห่วงว่าจะเข้าที่ไม่ดีเลยไม่กล้าพูด ไม่กล้ากินอะไรด้วย..ยังไม่เจ็บเท่าตอนทำจมูกค่ะ..ใช้ชีวิตได้ปกติ และไม่ได้แปะเทปสีขาว แต่เป็นเทปสีเนื้อที่ดูเรียบร้อยมาก แค่ใส่หมวกไปเดินช็อปปิงหรือเจอคนอื่นก็คงไม่ดูแปลกเลยค่ะ..ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัดปวดเหมือนทำจมูกจนคิดว่า โอ๊ย ที่บอกว่าไม่เจ็บนี่โกหกชัดๆ เลยนึกขึ้นมา..เขาบอกให้พักก่อนนิดหน่อยเพราะถ้านอนจะบวมแล้วค่อยกลับบ้าน แต่เมื่อคืนฉันนอนไม่ค่อยหลับ เลยดูทีวีสักหนึ่งสองชั่วโมงแล้วนอนประคบน้ำแข็ง แล้วก็ขับรถกลับมาเลย..ขับรถได้แบบไม่เป็นไรค่ะ..วันนี้เจ็บนิดเดียวแบบที่รู้สึกดีด้วยซ้ำค่ะ..ฉันเป็นคนช้ำง่ายและเวลาศัลยกรรมจะรู้สึกเจ็บกว่าคนอื่น เป็นคนร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว เดิมทีตั้งใจจะลงรีวิวที่โรงพยาบาลก่อนนะคะ แต่พอได้ข้อมูลจากที่นี่แล้ว ไปหาข้อมูลเรื่องจมูกแก้เพิ่ม เลยมาเขียนก่อนค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่ช่วยให้คนที่กำลังกังวลเรื่องคางสั้นได้..ไม่แน่ใจว่าใครรู้จักที่ทำจมูกของฮวังอูซึลฮเยหรือพัคมินยองไหมคะ..? คิดว่าเป็นทรงจมูกที่เข้ากับฉันค่ะ ไม่ว่าคุณจะทำที่ไหน หรือใช้วิธีไหน คางสั้นก็ให้ผลแน่นอนค่ะ แค่ทนหิวมันยากจริงๆ. พรุ่งนี้น่าจะบวมมากขึ้นอีก ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนไปยังไง..รีวิวนี้อาจลบทิ้งทีหลังเลยก็ได้ค่ะ^^ ตอนนี้ผลลัพธ์ยังไม่ใช่ทั้งหมดนะคะ ฉันก็เลยเขียนทั้งความรู้สึกตอนนี้และเรื่องต่างๆ ไว้..ตื่นเต้นแล้วก็หิวจนหลับไม่ลงค่ะ..

ดูบน sungyesa

โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง

ยังไม่มีความคิดเห็น

โพสต์อื่นในหมวดนี้