ช่วยดูรูปของฉันหน่อย...มีคนส่งข้อความส่วนตัวมาหาเยอะมาก.. ฉันไม่มีความรู้เชิงวิชาชีพ,,,ก็ไม่ใช่คนของโรงพยาบาล เลยไม่รู้ว่าจะตอบทีละคนยังไงจึงขอทิ้งข้อความนี้ไว้.... โพสต์นี้...ฉันเขียนเมื่อวันที่ 6 เมษายน หลังจากผ่าตัดปากยื่นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม.. ขอให้ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงนะ?^^ ก่อนอื่น....ความไม่สะดวกหลังผ่าตัด....ค่าใช้จ่าย....ระยะพักฟื้น ฯลฯ มีหลายคนถามเรื่องพวกนี้.... เป็นเรื่องที่ฉันเองก็สงสัยก่อนผ่าตัดเหมือนกัน... ถึงจะไม่ครบถ้วน..แต่ขอแชร์ความเห็นของฉันไว้.. ฉันก็ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์...เป็นแค่สตาฟของกลุ่มพบปะศัลยกรรมความงามกลุ่มหนึ่ง..และฉันก็ผ่าตัดมาแล้วด้วย ดังนั้นจะตอบจากประสบการณ์เท่านั้น... โรงพยาบาลที่สามารถทำผ่าตัดขากรรไกรสองข้างแบบต้นฉบับได้คือ... P...Y...I...S.......G... สรุปได้ประมาณนี้.. ในบรรดาที่กล่าวมานั้น ที่ Y.... น้องลูกพี่ลูกน้องของฉันผ่าตัดขากรรไกรสองข้างที่นั่นในปี 2009 และคนที่เขียนรีวิวในหน้าเว็บของ Y ในหมวดแนะนำรีวิวหลังผ่าตัดด้วยไอดี "Aengtaejaengi" ก็คือน้องลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง...^^ เพื่อนก็ผ่าตัดขากรรไกรสองข้างเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2010.. วันที่ 5 เมษายน น้องคนหนึ่งที่ฉันชอบมาก.. ได้ผ่าตัดแบบรวม: โหนกแก้ม+ขากรรไกรสองข้าง+แก้ความไม่สมมาตร+อะไรสักอย่างใต้ตา.. ฉันก็หาข้อมูลเกี่ยวกับโรงพยาบาลข้างต้นไว้มากเช่นกัน.. และผลที่ได้ก็คือ、、、ฉันเลือก Y.. สำหรับฉัน ผลลัพธ์การผ่าตัดของท่านผู้อำนวยการ Y น่าเชื่อถือ 100% อีกทั้งอีกสองที่นั้น เพื่อนพี่สาวคนสนิทของฉันกับน้องสาวของเธอทำกันคนละที่ และผลการผ่าตัดก็ออกมาดีเช่นกัน...(ทำที่ P กับ O) ฉันผ่าตัดปากยื่นที่ Y แห่งนี้เมื่อวันที่ 24 มีนาคม เวลา 10:40 น. ก่อนผ่าตัดฉันหาข้อมูลหลายที่และเลือกอย่างรอบคอบ เพราะฉันเป็นสตาฟของกลุ่มศัลยกรรมความงาม ทำให้มีความรู้จิปาถะเยอะมาก หลังจากตรวจสอบทุกโรงพยาบาลอย่างละเอียด...ก็เลยตัดสินใจที่นั่น.. ผลการผ่าตัดของน้องลูกพี่ลูกน้องกับเพื่อนที่ทำที่ Y ก็...มีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจของฉันด้วย.. ค่าใช้จ่ายคือ.. O > P > G... > Y > S > O.... ก่อนอื่น เนื่องจากที่ O ไม่สามารถทำขากรรไกรสองข้างแบบต้นฉบับได้ จึงขอตัดออก.. ค่าใช้จ่ายของแต่ละโรงพยาบาลคือ.... โดยทั่วไป รวมค่าจัดฟันด้วย กรณีปากยื่นจะอยู่ที่ประมาณ 1000~1800 ส่วนกรณีขากรรไกรสองข้างอยู่ที่ประมาณ 1600~2800.. ความไม่สบายหลังผ่าตัดนั้น จริงๆ แล้วไม่มีใครรับประกันได้.. แม้แต่ไส้ติ่งก็ยังอาจทำให้ไม่สบายได้ อาจเป็นเพราะฉันเพิ่งผ่าตัดไม่นาน...จะอธิบายยังไงดี เหมือนเวลานี้ยวแล้วฟันลอยขึ้น? มันให้ความรู้สึกแบบนั้น เลยยังกัดเคี้ยวไม่ค่อยได้..(อันนี้เป็นข้อความที่ฉันเขียนหลังผ่าตัดได้หนึ่งสัปดาห์...ก็เลยเป็นแบบนั้น...ตอนนี้เคี้ยวได้ดีแล้ว...แต่เพราะเครื่องมือจัดฟัน.. ทุกครั้งที่ข้างในปากไปโดนอะไรนิดหน่อยก็มักจะเจ็บแสบเป็นบางครั้ง..) ผ่านมาประมาณ 13 วันหลังผ่าตัดแล้ว..อาการบวมแทบจะยุบหมด เหลือแค่บวมเล็กน้อย?? แต่ยังไง....ถ้าเวลาผ่านไปอีกหน่อยก็น่าจะโอเค น้องลูกพี่ลูกน้องของฉันผ่านมา 1 ปีแล้ว ใช้ชีวิตได้ปกติและสวยขึ้นมาก เคี้ยวได้ดีด้วย....หน้าเล็กลงมาก และแนวริมฝีปากก็สวยด้วย.. แต่ตรงคาง...ความรู้สึกยังไม่มากเหมือนเดิมอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม... นั่นคงเป็นความไม่สะดวกที่มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่รู้สึกได้... อ้อ ยังมีบางครั้งที่ต้องใส่อุปกรณ์คงสภาพ...สีใส..ที่หล่อจากรูปฟันไว้บนฟันด้วย ส่วนของเพื่อนฉัน,,,เพิ่งทำเมื่อวันที่ 29 มกราคม ก็เลยเพิ่งครบ 2 เดือนกว่าๆ.. ผลลัพธ์คือใบหน้าที่เล็กมาก และเธอพอใจกับผลการผ่าตัดสุดๆ ด้านข้างของเธอยังเล็กกว่าน้องลูกพี่ลูกน้องของฉันอีก แต่พอฉันถามท่านผู้อำนวยการ...ท่านบอกว่าเป็นเพราะโครงสร้างกระดูก.. จึงสามารถทำออกมาแบบนั้นได้ อาจจะไม่ถึงขั้น C-d... แต่ดูเล็กและสวยมาก.. เพื่อนบอกว่า....พอใจกับการผ่าตัดมาก แต่ปลาหมึกแห้งแข็งๆ ยังเคี้ยวยากอยู่.. พอฉันถามพี่สาวคนหนึ่งที่ผ่านมาประมาณ 4 ปีหลังผ่าตัด.. เธอสวย....และการเคี้ยวก็ปกติดีทุกอย่าง...(พี่คนนี้ผ่าตัดที่อีกแห่งหนึ่งในบรรดาโรงพยาบาลข้างต้น ไม่ใช่ที่ที่ฉันทำ ที่ P กับ O) ทุกอย่างดี...แต่พี่คนนั้นก็พูดเหมือนน้องลูกพี่ลูกน้องของฉันเป๊ะ ความรู้สึกบริเวณไขมันคาง...มันต่างไปเล็กน้อย...., ความรู้สึกนั้น... อันนี้ก็คงมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้สึกได้.. ระยะพักฟื้นล่ะ? ฉันก็ไม่แน่ใจว่าคำว่าพักฟื้นหมายถึงอะไร.. แต่ฉันคิดว่าต้องอย่างน้อย 5 เดือนถึงจะเคี้ยวได้เกือบปกติ จริงๆ แล้วช่วงจัดฟันน่าจะอยู่ประมาณ 3 ถึง 9 เดือน.. ตอนนั้นก็ยังเคี้ยวลำบากเพราะอาหารติดซอกฟัน ทำให้กินไม่ค่อยได้.. กว่าจะกลับไปเป็นปกติแบบสบายๆ จริงๆ ฉันคิดว่าควรเผื่อไว้ประมาณ 10 เดือน.., ชีวิตประจำวันไม่กระทบ.. กว่าจะไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็นก็น่าจะประมาณ 2 เดือน? อาการบวมโดยทั่วไป....ประมาณ 2 สัปดาห์ก็น่าจะยุบไปเยอะ.. ยังเหลือบวมค้างอยู่...และบวมค้างนั้นมักจะค่อยๆ ยุบลงภายในไม่กี่เดือน.. พอผ่านไป 1 เดือน...อาการบวมก็แทบจะยุบหมด จึงใช้ชีวิตประจำวันได้.. เอ่อ ฉันไม่ค่อยเข้าใจความหมายของการฟื้นตัว เลยเขียนตามที่ฉันคิด.. ค่าใช้จ่ายก็สูง...และหลังผ่าตัดก็มีความเจ็บปวดมาก จึงควรคิดให้มากก่อนตัดสินใจผ่าตัด,,,เพราะมันต่างจากการทำตาสองชั้นธรรมดาหรืออะไรแบบนั้น.. ฉันทำผ่าตัดปากยื่นมาแล้ว มันหนักมากจนมีวันหนึ่งฉันคิดว่าตัวเองจะตาย น้องลูกพี่ลูกน้องของฉันบอกว่าช่วง 3 วันแรกทรมานแทบตาย แน่นอนว่าหลังจากนั้น ความเจ็บและความลำบากก็ยังต่อเนื่องอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ แค่เป็นระดับที่ทนได้เท่านั้น เพราะเป็นการผ่าตัดใหญ่ จึงควรศึกษาดีๆ เลือกให้ดีๆ....แล้วค่อยตัดสินใจ แต่จากที่ฉันลองทำดู...การผ่าตัดปากยื่นทำให้รูปหน้าดูเปลี่ยนมากจริงๆ.. จากที่เห็นน้องลูกพี่ลูกน้องและเพื่อน...ขากรรไกรสองข้างน่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่แรงที่สุดในแง่ขนาดใบหน้า... ฉันเองก็อยากทำขากรรไกรสองข้างเหมือนกัน แต่ท่านผู้อำนวยการบอกว่า ถ้าฉันทำขากรรไกรสองข้าง...หน้าจะไม่ออกมาสวย แถมอาจดูแก่ขึ้นนิดหน่อย.. เพราะหน้าฉันก็ไม่ได้ใหญ่มาก....ท่านจึงบอกว่าทำแค่ปากยื่นน่าจะดีกว่า...เลยฉันทำปากยื่นกับ V-line.. เอาเป็นว่าการเปลี่ยนแปลงมันสุดยอดมาก แต่ก็กลัวและเจ็บด้วย จริงๆ.. วันผ่าตัดกับวันถัดมา...และวันถัดไปอีก...ฉันเสียใจมากที่ผ่าตัด ก่อนผ่าตัดฉันก็กังวลเพราะจินตนาการเรื่องอุบัติเหตุตอนดมยาสลบ... แต่พอถึงเวลาฉีดยาสลบจริง คุณหมอวิสัญญีคุยกับฉันอย่างอ่อนโยนไปด้วยแล้วค่อยๆ ให้หลับ^^ พอตื่นขึ้นมาก็ผ่าตัดเสร็จแล้ว... ตอนนี้ผ่านมาประมาณ 13 วันแล้ว... ความเจ็บหายไป อาการบวมก็ยุบลงมาก และยังมีคนบอกว่าหน้าฉันสวยขึ้น...เลยได้กลับมานึกถึงอดีตแล้วเขียนบทความนี้ ฉันเจ็บจนคิดว่าจะตาย....คนที่เขียนรีวิวบนหน้าเว็บของโรงพยาบาลตั้งแต่วันผ่าตัด...น่านับถือจริงๆ..ขยันมาก.. เมื่อไหร่พวกเราจะนัดรวมตัวกันแล้วตั้งกลุ่มสนิทกันสักทีนะ?ㅋㅋ อาจเป็นเพราะฉันทำตอนอายุมากแล้ว..ตอนนี้เพิ่งจะ...คิดจะลงรีวิวสักหน่อย ตอนนี้ก็ยังกินข้าวสองชามแบบเมื่อก่อนไม่ได้ เลยผอมลงเยอะ.. คงเพราะอย่างนั้น...เลยไม่มีแรงㅋㅋㅋㅋ(เป็นการบ่นของหญิงชรา...)^^ เลือกดีๆ นะคะ..^^ สู้ๆ ค่ะ.. เป็นข้อความที่ไม่เป็นระเบียบเลย^^ สภาพตอนนี้น่ะเหรอ...ก็ได้ยินบ่อยว่าดูเด็กลงมาก.. ฉันไม่ใช่ศิลปินที่ชอบมากอะไร แต่ก็ยังมีคนบอกว่าหน้าเหมือน Bunny.. ก็คงอย่างนั้นแหละ.. เอาเข้าจริง ฉันจะไปเหมือน Bunny ได้ยังไง?? เขาว่ากันว่าการ์ดใบสุดท้ายของผู้หญิงคือความงามน่ะนะ,, คิดให้เยอะๆ..แล้วไปปรึกษาหลายๆ ที่.. ตัดสินใจให้ดี...แล้วลองทำดูสักครั้ง ก่อนอื่น...ขากรรไกรสองข้าง..ปากยื่น...ทำให้รูปหน้าเปลี่ยนมาก ถึงจะแพง แต่ก็คุ้มราคา...พูดไม่ถูกเหมือนกัน มันเหมือนเพิ่มความมั่นใจให้ จึงรู้สึกว่าดีมาก ทุกคน..ขอให้สวยขึ้นนะคะ..^^สู้ๆ...
โรงพยาบาลที่ถูกกล่าวถึง
โพสต์อื่นในหมวดนี้
รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review1 พ.ย. ฉันทำศัลยกรรมขากรรไกรสองข้างเพราะคางยาวที่กังวลมาตั้งแต่สมัยเรียน
ตั้งแต่สมัยเรียน ภาพด้านข้างในรูปถ่ายและคางที่ยาวเป็นปมด้อยใหญ่ของฉันมาโดยตลอด ดังนั้นฉันจึงเข้ารับการผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง และศัลยกรรมปรับโครงหน้า 2 รายการ (กรามเหลี่ยม, คางหน้า) ที่ Y Oral เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม และตอนนี้ก็ผ่านมาได้หนึ่ง
รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review1 พ.ย. แนะนำการจัดฟันใส!
ตอนนี้ฉันอยู่ช่วงต้นวัย 30 แล้ว ที่นี่คือที่ที่ฉันเคยจัดฟันใสตอนอายุ 20 กว่าๆ! การรักษาทางทันตกรรมก็ทำได้ดี แต่การจัดฟันใสก็ทำได้ดีมากจริงๆ! เหนือสิ่งอื่นใด คุณหมอให้ความรู้สึกเหมือนคุณพ่อนิดๆ... อบอุ่น และไม่แนะนำสิ่งที่ไม่จำเป็น.... คุณหม
รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review1 พ.ย. รีวิวจริงครบ 1 เดือนหลังผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง
สวัสดีค่ะ นี่เป็นรีวิวหลังจากทำผ่าตัดขากรรไกรสองข้าง และปรับโครงหน้า 2 จุด คือกรามเหลี่ยมกับปลายคาง มาได้พอดีประมาณหนึ่งเดือนค่ะ ฉันผ่าตัดที่ Y Oral and Maxillofacial Surgery ใกล้สถานี Nonhyeon และอยากเขียนอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสิ่งที่รู้
รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review31 ต.ค. รีวิวครบ 4 เดือนหลังผ่าตัดสองขากรรไกร! เปลี่ยนรูปหน้าได้สำเร็จแล้ว ㅎ…
ผ่านมาครบ 4 เดือนหลังผ่าตัดแล้วค่ะ เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ㅎㅎ ตอนแรกก็กังวลมากว่าการฟื้นตัวจะใช้เวลานานไหม แต่ตอนนี้ใช้ชีวิตประจำวันได้โดยไม่มีความไม่สะดวกเลย ตอนที่ตัดสินใจผ่าตัดครั้งแรก เครียดมากเพราะปัญหาการสบฟันผิดปกติและใบหน้าที่ยาว แต่ตอน
รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review30 ต.ค. ไปทำลามิเนตมาแล้ว ㄱㄹㅇ
<ก่อนทำหัตถการ><หลังทำหัตถการ>เพราะเรื่องสีฟันเลยลองหาข้อมูลดู แล้วเจอโรงพยาบาลประมาณสามที่ที่ดูค่อนข้างโอเค ก็เลยไปปรึกษามาทั้งหมด.. ใช้เวลาค่อนข้างนาน เหมือนกินเวลาไปทั้งวันเลย ㅋㅋ.. ในนั้นเลือกที่ที่ดูโอเคกว่าแล้วก็รับหัตถการมา จุดที่ดีที
รีวิวศัลยกรรมกราม@jaw-review29 ต.ค. ช่วยดูศัลยกรรมขากรรไกรสองชั้นของฉันหน่อยค่ะ!!
ตั้งแต่เด็ก เวลาถ่ายรูปทีไร มุมด้านข้างเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันเครียดมาตลอดค่ะ มองจากด้านหน้าก็โอเค แต่พอมองจากด้านข้าง คางดูยาวและยื่นออกมาข้างหน้า ทำให้ภาพรวมของใบหน้าดูเปลี่ยนไปค่ะㅜㅜ เวลายิ้มหรือพูดคุย มันยิ่งดูยื่นออกมาชัดขึ้นเป็นพิเศษ เลยทำ