เป็นแนวพูดกับตัวเอง เลยจะขอพูดสบายๆ แบบกันเองนะ.. ใครรู้สึกไม่ดี ก็หวังว่าจะไม่อ่านนะ ㅠ ㅠ ตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย ฉันใช้ชีวิตมาพร้อมความอยากทำศัลยกรรมจมูกมาตลอด พอจะทำจมูกจริงๆ ก็กลัวจนยอมแพ้ไป แล้วพอตัดสินใจครั้งใหญ่และจองคิวไว้ ปรากฏว่าตั้งครรภ์ค่ะ ก็เลยยอมแพ้เรื่องทำจมูก ㅠ ตั้งครรภ์ 10 เดือน คลอดลูก แล้วผ่านไป 1 ปีหลังมีลูก ฉันก็ตัดสินใจครั้งใหญ่อีกครั้ง หาข้อมูลโรงพยาบาลคร่าวๆ ในชุมชนนี้ ไปมาสามที่ แล้วก็ตัดสินใจตามที่เดิมที่ตั้งใจไว้ค่ะ แต่พอได้ยินว่าหลังทำจมูกอาจเกิดการอักเสบได้ ก็กลัวจนวันผ่าตัดหายตัวไปเลย แต่ก็ยังอยากทำมากๆๆ เลยกลับไปขอโทษยกใหญ่ที่หายไป แล้วนัดวันใหม่ ตอนรับคำปรึกษา ฉันบอกว่า “มีสันจมูกอยู่แล้ว ขอทำแค่ปลายจมูกค่ะ” < พูดแบบนี้ แล้วโดนดุหนักมาก คุณหมอมองฉันเหมือนอึดอัดใจมากๆ งั้นฉันเลยงอแงว่า จะทำตามที่หมอบอกก็ได้ แต่ช่วยทำให้ปากดูยุบเข้าไปด้วยนะคะ พอได้ยินว่าหมอจะทำให้ปากดูยุบเข้าไปได้แน่นอน ฉันก็มั่นใจค่ะ วันผ่าตัดไปโรงพยาบาล เขาฉีดยาที่แขนสามเข็ม เขาบอกว่าจะเจ็บนะคะ แต่เมื่อเทียบกับเข็มที่ฉีดตอนคลอดลูกแล้ว มันเป็นเรื่องเล็กมาก บอกไว้ก่อนว่าฉันผ่าคลอดค่ะ แต่ตอนสุดท้ายเหมือนเป็นอะไรสักอย่างเกี่ยวกับการทดสอบปฏิกิริยาต่อยาปฏิชีวนะ เขาบอกว่าเข็มนั้นทุกคนเจ็บกันหมด คราวนี้จะเจ็บจริงๆ นะ.. ฉันบอกว่าตอนคลอดลูกเคยตรวจปฏิกิริยานั้นครบแล้ว ไม่ขอฉีด แต่ก็ไม่มีใครฟังเลย แต่เข็มสุดท้ายนั้นเจ็บจริงๆ ตรงที่ฉีดมีอะไรนูนปูดขึ้นมา ตอนพี่พยาบาลไม่อยู่ ฉันลองแตะเบาๆ รู้สึกเหมือนมีหินก้อนเล็กๆ อยู่ใต้ผิวหนังทันที จากนั้นก็ขึ้นเตียงผ่าตัด พอเขาหนีบคลิปที่นิ้วเท้า ก็มีเสียงชีพจรดังติ๊ดติ๊ดติ๊ด พอได้ยินว่าจะวางยาสลบแบบหลับ เพราะฉันนอนไม่ค่อยได้เพราะลูก เลยมีความสุขที่คิดว่าจะได้นอนเต็มที่ พอเขาบอกว่าจะใส่ยาสลบ ฉันก็นึกถึงความทรงจำตอนลูกของฉันเกิดเมื่อก่อน แล้วนับหนึ่งวินาที สองวินาที เมื่อก่อนหลับใน 5 วินาที แต่ครั้งนี้ 8 วินาทีก็ปิ๊งไปเลย แต่ระหว่างนั้นฉันตื่นขึ้นมาครั้งหนึ่ง ได้ยินเสียงฉับๆ ไม่รู้ว่าเอาหินก้อนใหญ่แบบไหนมาผูกแขนฉันไว้หรือเปล่า แขนหนักมาก จมูกก็เจ็บด้วย ㅠ เลยพยายามจะพูดว่า “ช่วยแก้หินที่แขนออกหน่อยค่ะ” แต่มีแค่เสียงอือๆ ออกมา แล้วเขาก็ทำให้ฉันหลับต่ออีกครั้งค่ะ ลืมตาขึ้นมา สามีก็พาลูกมาแล้ว เขามองฉันแล้วจิ๊ปาก บอกว่าฉันเหมือนสัตว์ประหลาด สติยังมึนๆ พี่พยาบาลบอกข้อควรระวังอยู่ แต่ฟังไม่ค่อยเข้าหัว ฉันถามพี่พยาบาลว่า “เมื่อกี้หนูตื่นขึ้นมานิดนึงใช่ไหมคะ?” พี่เขาบอกว่าไม่ตื่น เป็นแค่ความฝัน ฉันอยากเถียงว่าไม่ใช่ความฝัน แต่ไม่มีแรงเถียง ฟังข้อควรระวังอยู่แต่ไม่มีสติพอจะเข้าใจว่าเขาพูดอะไร เลยบอกให้สามีฟังแทน ผู้ชายของฉัน..วันนั้นดูเท่มากเป็นพิเศษ กลับถึงบ้านแล้วเจ็บมากๆ เลยกินยาแก้ปวดก่อน จมูกตันแน่น ต้องนอนอ้าปาก แต่ตอนหลับ ปากดันปิดเอง เลยหายใจไม่ออก ตกใจตื่นหลายครั้ง ปกติฉันเหนื่อยจากการเลี้ยงลูกหนักๆ แล้วออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกบ่อยๆ แต่จนถึงวันที่สองก็ไม่ได้คิดถึงบุหรี่เลย พอวันที่สามก็อยากสูบมากๆๆ อยากสูบขนาดที่ฝันแต่เรื่องสูบบุหรี่ติดกันสองคืน วันที่ 5 หลังตัดไหมและกลับถึงบ้าน ฉันก็สูบบุหรี่เป็นอย่างแรก วันที่ 6 สูบมากขึ้นอีกหน่อย วันนี้ก็สูบมากขึ้นอีก แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีความผิดปกติอะไรเป็นพิเศษ กลัวว่าจะเกิดการอักเสบอยู่เหมือนกัน แต่คิดว่าถ้าอักเสบก็เป็นชะตาของฉัน ยังไงตอนนี้ก็รอแค่ให้ยุบบวม เศร้าเพราะสามีเอาแต่ล้อว่าเหมือนอวตาร สิ่งที่รู้สึกคือ การทำจมูกเจ็บแค่ประมาณหนึ่งในสิบของการคลอดลูก- ทำจมูกก็เจ็บเหมือนกัน แต่ฉันคิดถึงตอนคลอดลูก แล้วอดทนโดยคิดว่า ระดับนี้ก็เหมือนหกล้มแล้วถลอกเท่านั้น สรุปคือ พอคิดแบบนี้แล้ว กลัวจนคงคลอดลูกคนที่สองไม่ได้ ㅠ ㅠ จบเรื่องบ่นๆ เกี่ยวกับการทำจมูกของแม่ที่ยังไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่ค่ะ ㅋㅋ
ถูกใจ 0