พอกลับเข้ามาหลังจาก 2 สัปดาห์ ปรากฏว่ามีข้อความเยอะมากกกกกกกก เลยคิดว่าคงตอบไม่หมด ㅠㅠ เลยมาเขียนไว้ตรงนี้... สันจมูกของฉันต่ำมาก ส่วนปลายจมูกก็โอเค เพราะไม่มีสันจมูกเลยไม่ชอบหน้าที่ดูแบนๆ ของตัวเอง ก็เลยไปผ่าตัด ฉันทำซิลิโคน 4 มม., รัดปีกจมูก, เสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก, และทำเสาค้ำด้วยกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกด้วย เรียกว่าทำครบชุดเลย ㅡㅡㅜ พออาการบวมค่อยๆ ยุบ ถึงวันที่ 10 ฉันยังคิดเลยว่า โอ้ย สวยจริง.. จมูกฉัน.. แต่จากซิลิโคนไปถึงปลายจมูกเริ่มเบี้ยวเป็นรูปตัว C นิดๆ เพราะเรื่องนั้นฉันเลยหงุดหงิด เดินวนหาอ่านตามเน็ต แล้วก็รู้จักชุมชนนี้ และได้รู้ว่าปัญหาไม่ใช่แค่จมูกเบี้ยว แต่มีหลายคนที่เอาซิลิโคนออก.. แล้วฉันก็คิดว่า อ๋อ ฉันก็อยากเอาออกเหมือนกัน แม่บอกว่า ถ้าไม่รู้จักที่นี่ก็คงไม่เอาออกหรอกใช่ไหม ฉันก็ระแวงกลัวจะไปชนอะไรอยู่ตลอด แล้วอยู่มาวันหนึ่ง... ฉันก็คิดเองด้วยว่า 60, 70 ปีก็อยู่กับซิลิโคนในจมูกไปตลอดไม่ได้.. ฯลฯ ตอนนี้มันก็สวยนะ แต่ถ้าตอนเอาออกแล้วจมูกที่เปลี่ยนไปนั้นฉันปรับตัวไม่ได้ล่ะ.. แล้วตอนนี้ฉันยังเป็นนักศึกษา อยู่ในช่วงปิดเทอมด้วย.. ก็เลยคิดว่าช่วงนี้แหละ เอาออกซะเลย พอผ่าตัดเสร็จครบ 2 สัปดาห์ ฉันไปโรงพยาบาลแล้วบอกเรื่องนี้ คุณหมอ ผู้จัดการ และผู้หญิงที่เคาน์เตอร์ล้วนเทศนาฉันหมดเลยว่า ทำไมสวยๆ แล้วจะเอาออกทำไม ㅡㅡ ทุกคน ตอนแบบนั้น...... อย่าโมโห การเอาออกก็เป็นการผ่าตัดเหมือนกัน และมันไม่ได้เกี่ยวกับรูปทรงไม่ใช่เหรอ.. แถมเพิ่งผ่านมา 2 สัปดาห์ก็ยังต้องจ่ายค่าเอาออกอีก ฉันโกรธมาก ㅡㅡ แต่ไปโรงพยาบาลอีกแห่ง เขาบอกว่ามันเพิ่ง 2 สัปดาห์เอง ถ้าพวกเขาลงมือทำอะไรแล้วมีปัญหา อาจจะย้อนกลับมาที่พวกเขาได้ เลยบอกให้ไปทำทุกอย่างที่โรงพยาบาลที่ผ่าตัดมา ฉันก็เลยจ่ายเงินก้อนนั้นแล้วเอาออก ถึงจะหงุดหงิดก็ต้องทน ทนแล้วทนอีก.. แล้วปกติถ้าไม่นานมาก โรงพยาบาลอื่นจะเอาออกให้ฟรี~~ ของที่ฉันทำ โรงพยาบาลนั้นก็... แพงอยู่แล้วตั้งแต่แรก......ㅜㅜ (ไม่ได้อวดนะ...ㅜㅜ) ก่อนผ่าตัดฉันอ่านโพสต์ของ Maybey แล้วคิดว่า อ๋อ มีคนที่เขียนวิธีรับมือไว้แบบนี้ด้วยก็ดีจริงๆ แต่พอเห็นเขาดูเหนื่อยมาก ฉันก็ ..... กลัว... เครียดจนร้องไห้ทุกวัน... นั่นแหละฉัน ฉันบอกว่าจะเอาออกตอน 2 สัปดาห์ แต่เพราะช่วงนั้นมีเด็ก ม.6 เตรียมสอบเยอะ และเป็นช่วงฤดูศัลยกรรมของผู้หญิงหลายคน... เลยเอาออกตอนครบ 3 สัปดาห์ ฉันร้องไห้ทั้งสัปดาห์เหมือนอยู่ในนรก.... พอเอาออกแล้ว ฉันก็กินข้าวแบบเอาเป็นเอาตายเพราะกลัวสารอาหารจะขาด.. พอครบสัปดาห์ก็ถอดเฝือกออก แล้วก็... จมูกไม่มีสัน? ปลายจมูกกว้าง? ทั้งที่ฉันเป็นคนทำเองแท้ๆ แต่ก็ยังร้องไห้ไม่หยุด...... ครบ 2 สัปดาห์ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใหญ่อะไร ล้างหน้าก็เบามือมาก.. พอแตะแล้วเจ็บ ครบ 3 สัปดาห์.. ก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนมาก.. แค่กินข้าวดีๆ ดูทีวี ร้องไห้... ครบ 1 เดือน บวมยุบลงนิดหน่อยเลยดูเป็นคนขึ้นมานิดนึง... แล้วถึงเดือนครึ่ง.. อาการบวมก็ค่อยๆ ยุบลงอีกนิด เพื่อนบอกว่าสันจมูกดูหายไปกว่าเดิมอีก.. ทั้งที่เดิมทีก็ต่ำมากอยู่แล้วㅠㅠ แต่ก็ จมูกฉันไม่ได้หงายขึ้นเยอะเหมือนคุณ Solbi.. และก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดในเชิงความงามเพราะการเอาซิลิโคนออก.. ไม่ใช่หน้าที่ทำให้คนอื่นรู้สึกขยะแขยงแน่นอน.. จมูกที่หงายขึ้นก็แค่ 0.1%... แถมขนาดนั้นก็มีแต่ฉันที่รู้ รูจมูกก็ใหญ่ขึ้นนิดหน่อย แต่ฉันก็ยังคอยกังวลเรื่องจมูกที่หงายอยู่.. ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่.. แล้วก็มีคนถามเรื่องการดูแล ดูโพสต์ของ Maybey ได้เลย แต่ในความคิดฉัน สิ่งที่ทำได้จริงมี 1. กิน Livaben วันละ 3 มื้อ แบบเอาชีวิตเป็นเดิมพัน บางโรงพยาบาลก็ไม่สั่งให้ แต่ฉันยืนยันว่าจะต้องกินให้ได้แล้วก็ขอมา หมอบอกว่า ในเมื่อเขาไม่ให้ จะไปกินทำไมให้ยุ่งยาก แต่แล้วแต่เถอะ~ ฉันกินมันเป็นเส้นความหวังสุดท้ายในขอบเขตทางการแพทย์ กินตัวนี้แล้วส่วนที่แข็งๆ ในจมูกดูจะผ่อนลงนิดหน่อยจริงๆ 2. กินมัลติวิตามินและใช้ชีวิตให้สะอาดดี (?) อันนี้ไม่เกี่ยวกับจมูก ใครใช้ชีวิตแบบนี้ก็เป็นผลดีต่อร่างกายทั้งนั้น! กินข้าวให้ดี ไม่ดื่มไม่สูบ แล้วใช้ชีวิตสบายๆ เหมือนคนว่างงาน แบบนี้สภาพจมูกก็น่าจะดีขึ้นหน่อยใช่ไหม เพราะกล้ามเนื้อหรือเซลล์อะไรพวกนั้นดีขึ้นมั้ง?... 3. นวดจมูกเบาๆ Maybey บอกว่าเธอใช้ผ้าร้อนประคบแล้วนวด หรือแค่จับจมูกแล้วกดลงบ่อยมาก แต่จมูกฉันแข็งมากกก.. ตอนนี้ก็ยังเป็นแบบนั้น ดังนั้นพอแตะแล้วจะเจ็บนิดๆ เลยทำได้ไม่มากเลย วันละ 1-2 ครั้ง ตอนนั่งคอมฯ หรือดูทีวี ฉันก็จะค่อยๆ ดึงจมูกลงเบาๆ? ประมาณนี้ แต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน แต่ฉันว่าจมูกหดรั้ง.. หรือยกขึ้น ไม่ต้องกังวลมากก็ได้ รูจมูกอาจจะกว้างขึ้นนิดหน่อย รูปทรงอาจเปลี่ยน หรือจมูกอาจดูต่ำลงนิดหน่อย.. แต่ไม่ถึงขั้นน่าขยะแขยง ฉันเองก็...... พอใจกับจมูกมากจริงๆ ยกเว้นตรงที่มันเบี้ยวนิดหน่อย แต่เพราะรู้สึกว่าจะเป็นประสาทเสียเลยเอาออก... ตอนนี้ใจเลยสบายขึ้น แต่พอเห็นคนดัง โดยเฉพาะคนที่ทำจมูกแล้ว ฉันก็ยังอยากใส่ซิลิโคนกลับไปㅠ แต่... คิดว่าคงเอาไว้จนตาย จน 60, 70 ปีไม่ได้.. ก็เลยคิดว่า อยู่กับจมูกตัวเองไปดีกว่า.. บางคนอาจจะบอกว่า งั้นรอถึง 60, 70 แล้วค่อยเอาออกก็ได้.. ก็แล้วแต่... แล้วนอกจากพวกอักเสบที่จำเป็นต้องเอาออกแน่ๆ ยังมีจมูกตกหรือการเห็นเงาโปร่ง... เพื่อนฉันตอนนี้ก็เป็นแบบนี้.. เพื่อนๆ ลำบากกันมากㅠㅠ ทุกคน...... ยาวมากเลย.. แล้วก็ไม่มีลำดับด้วย... เพราะถูกถามหลายอย่าง.. จมูกของทุกคนจะไม่แย่จนกลายเป็นสภาพเลวร้ายที่สุดแบบที่คิดกันแน่นอน!!!!!!! มันแค่ระดับนั้นเอง?.... แล้วก็อย่าไปคาดหวังเกินกว่านั้นㅠㅠ ตอนนี้ฉันเพิ่งเดือนครึ่งเอง ในจมูกก็ยังมีพังผืดอยู่ และรูปทรงจมูกก็ดูไม่ค่อยดี แต่... เพราะมันไม่ใช่ความน่าเกลียดที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนจากศัลยกรรมความงามแน่นอน..!! ฉันเลยมีความสุข ทุกคนสู้ๆ นะ! อ้อ ท้ายสุด ㅜㅜ คนที่ทำงานบริษัทก็คงไม่มีเวลาเยอะ.. เหมือนตอนทำจมูกครั้งแรก อย่างน้อยก็ต้องมีหนึ่งสัปดาห์สำหรับเฝือกกับการไปโรงพยาบาล ดังนั้นต้องเผื่อเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากนั้น... ก็จะเจ็บเหมือนตอนผ่าตัดครั้งแรก ล้างหน้าก็ต้องเบาๆ และยังมีอาการบวม... ต้องทำใจตรงนี้ไว้ㅠㅜ ตอนนี้ฉันก็ยังแต่งหน้าไม่ค่อยได้ ส่วนอื่นจะโบกรองพื้นหนาแค่ไหนก็ได้ แต่บริเวณจมูกต้องแตะเบาๆ มากจริงๆ ตอนล้างออกก็เหมือนกัน..ㅜㅜ พูดตรงๆ เลยว่า ตั้งแต่ตอนนี้ต่อให้รูปจมูกเปลี่ยนไปบ้าง.. เฮ้อ.. โรงพยาบาลก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี เลยเหมือนมีทางเดียวคืออดทน ควบคุมใจตัวเอง แล้วก็ใช้ชีวิตของตัวเองโดยไม่ไปสนใจจมูก นั่นแหละคือทางเดียว!!
ถูกใจ 2