เดิมทีรูปหน้าของเราไม่ได้เหลี่ยมมาก แต่เวลามองจากด้านหน้า เราคิดว่าถ้าแนวกรามดูเรียบร้อยขึ้นอีกนิดก็คงดี เลยเริ่มพิจารณาผ่าตัดเพราะอยากได้วีไลน์ที่สวยขึ้น ตอนปรึกษา เราก็บอกชัดเจนว่าไม่ต้องการให้คางสั้นลงหรือดูเหมือนคางถอยอย่างเด็ดขาด และบอกไปว่าอยากได้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติและเรียวลง
หลังผ่าตัดวันที่ 7 ปากปิดไม่ค่อยสนิทและคางรู้สึกแปลก ๆ เราเลยขอให้โรงพยาบาลถ่าย CT แต่เขาบอกว่าจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เลยรู้สึกตกใจเล็กน้อย เราคิดว่าการตรวจดูความคืบหน้าหลังผ่าตัดเป็นขั้นตอนพื้นฐาน จึงไม่เข้าใจว่าทำไมคนไข้ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายถึงส่วนนี้ด้วย และท่าทีของทางโรงพยาบาลเกี่ยวกับการดูแลหลังจากนั้นก็ทำให้รู้สึกเสียดายค่ะ
หลังผ่าตัด รู้สึกว่าปลายคางถอยเข้าไปมาก และแนวกรามพังลง ทำให้ภาพรวมดูเหมือนคางถอย โดยเฉพาะปากปิดเองตามธรรมชาติไม่ได้ ต้องคอยเกร็งคางตลอด และรู้สึกไม่สะดวกในชีวิตประจำวัน เช่น เวลาพูดมีลมรั่วออกมา ผลลัพธ์ต่างจากทิศทางที่เราบอกชัดเจนตอนปรึกษาว่าไม่ต้องการ เลยรู้สึกผิดหวังมากเป็นการส่วนตัว ผ่านมา 1 ปีแล้วหลังจากผ่าตัดกรามเหลี่ยม + ปลายคาง ตอนปรึกษาเราบอกชัดเจนว่าไม่ต้องการให้คางสั้นลงหรือดูเหมือนคางถอยอย่างเด็ดขาด และเขาบอกว่าไม่ต้องกังวล แต่ผลจริงกลับออกมาแตกต่างอย่างสิ้นเชิง อาการและการเปลี่ยนแปลงหลังผ่าตัด ปลายคางถอยเข้าไป ทำให้ดูเหมือนคางถอย และสมดุลโดยรวมของใบหน้าพังลง ทั้งที่น้ำหนักลดลงเมื่อเทียบกับก่อนผ่าตัด แต่ใบหน้ากลับดูเหลี่ยมขึ้นและเหนียงเด่นขึ้น ปากปิดตามธรรมชาติไม่ได้ จึงต้องเกร็งคางอยู่เสมอ และเวลาพูดมักมีน้ำลายไหลออกมาหรือออกเสียงไม่ชัดมากขึ้น บริเวณแผลผ่าในช่องปากยังคงรู้สึกเป็นก้อนและตึงดึง ทำให้ไม่สบาย โรงพยาบาลบอกว่า 6 เดือนก็จะดีขึ้น แต่ผ่านไป 1 ปีแล้วยังเหมือนเดิม ที่โรงพยาบาลไม่ได้ตรวจอย่างละเอียด แค่ดูด้วยตาแล้วบอกเพียงว่าไม่ใช่เพราะการผ่าตัด และไม่ได้พิจารณาปัญหาด้านการใช้งาน ฉันแนบรูปไว้ด้วยเพื่อเปรียบเทียบโดยคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักก่อนและหลังผ่าตัด ฉันเขียนรีวิวนี้เพราะอยากบอกให้คนที่กำลังลังเลเรื่องผ่าตัดทราบว่าอาจเจอความไม่สะดวกด้านการใช้งานเหมือนฉันได้