ถ้ามีใครสักคนที่ได้เห็นเส้นทางทั้งหมดของฉัน ก็คงคิดว่าฉันเป็นคนยึดติดสุด ๆ เลยล่ะ.. ㅎㅎ ฉันเกิดปลายเดือนธันวาคม และนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ผ่าตัด และนั่นก็คือการผ่าตัดบริเวณข้างปีกจมูก หน้าฉันเป็นแบบที่ต้องทำบริเวณนั้นจริง ๆ ไม่มีแม้แต่ร่องแก้ม แต่ข้างจมูกกลับยุบลึก.. เพราะอย่างนั้นริมฝีปากก็เลยดูเชิดขึ้นนิด ๆ.. โหนกแก้มก็ดูเด่นขึ้นนิด ๆ.. จมูกก็น่าจะสวยขึ้นถ้ายกให้เชิดขึ้นอีกหน่อย แล้วถ้าไม่ยิ้มก็จะดูเหมือนหน้ามุ่ยนิด ๆ.. แต่ตรงกันข้าม พอยิ้มนิดเดียว ข้างจมูกก็เหมือนยิ้มตามไปด้วย ทำให้ฉันยิ้มได้ทั้งด้วยตาและจมูก (เหมือนฮันซึงยอนเลย - ไม่ได้หมายถึงว่าเหมือนหน้าเธอ แต่ฮันซึงยอนก็มีทั้งการย่นจมูกนิด ๆ + ยิ้มด้วยตา) ตอนผ่าตัดครั้งแรก ฉันขอให้ใช้ยาชาเฉพาะที่ แต่พอขึ้นไปนอนบนเตียงผ่าตัด ความกลัวก็พุ่งเข้ามาอย่างแรง แล้วฉันก็ร้องไห้ขอให้เปลี่ยนเป็นยานอนหลับแทน ㅡㅡ;; ตอนนั้นคิดว่า.. อา ฉันคงทำผ่าตัดอะไรแบบนี้อีกไม่ได้แล้ว กลัวเกินไป.. แต่พอทำออกมาแล้วดันไม่เท่ากัน ก็เลยต้องผ่าตัดแก้ไขบริเวณข้างปีกจมูกอีกครั้งหลังจาก 1 เดือน.. ระหว่างนั้นก็ไปแก้ความไม่สมมาตรที่ปลายคางมาด้วย.. (ที่โรงพยาบาลอื่น) แล้ววันนี้ก็เอาบริเวณข้างปีกจมูกออกจนได้ รู้สึกเหมือนทั้งฤดูหนาวนี้ฉันได้ทำการผ่าตัดที่เหมือนจะทำทั้งชีวิตไปหมดแล้ว ในคอลัมน์ของโรงพยาบาลที่ฉันไปมีเขียนไว้แบบนี้ โดยยกตัวอย่างจางจื่ออี้กับกงลี่ว่า บริเวณข้างปีกจมูกของพวกเธอยุบลึกจนดูโทรม จึงเป็นใบหน้าที่ต้องทำการผ่าตัดบริเวณข้างปีกจมูก แต่เพราะนักแสดงหญิงควรดูเย็นชา มากกว่าจะมีภาพลักษณ์น่ารักสดใส ใบหน้าแบบนั้นจึงเหมาะสมแล้ว จางจื่ออี้กับกงลี่มีเสน่ห์มากจริง ๆ ใช่ไหมล่ะ แต่ศัลยแพทย์กลับมองว่าเป็น “ใบหน้าที่บริเวณข้างปีกจมูกยุบ จึงจำเป็นต้องทำบริเวณนั้น” ฉันเองก็คิดว่าเป็นหน้าที่ต้องทำบริเวณนั้นเหมือนกัน.. เลยไม่คิดเลยว่าจะเอาออกแน่นอน ถ้าพลาด ฉันก็เตรียมใจไว้ว่าจะผ่าตัดแก้ถึง 3 หรือ 4 ครั้ง แต่สุดท้ายก็ต้องเอาออกไป พี่ ๆ ผู้จัดการกับคุณหมอก็บอกว่าจะต้องเสียใจแน่ ๆ// แต่ฉันเองก็คิดว่าเอาออกแล้วสวยกว่ามาก.. คนชื่อซงพาโดจีก็เคยพูดไว้แบบนั้น ตอนนั้นฉันยังคิดว่า ‘ยังไงทำตรงนี้แล้วก็ดูสวยจริง ๆ งั้นไม่เอาออกดีกว่า..;;’ แต่การที่ส่วนร่องแก้มไม่อิ่มฟูเกินไป กลับให้ความรู้สึกเซ็กซี่(?) อยู่เหมือนกัน.. แถมยังดูเย็นชาขึ้นนิด ๆ.. ก็มีเสน่ห์ในแบบของมันนะ ฉันเคยคิดมาตลอดว่าร่องแก้มที่ยุบลงคงไม่มีทางเป็นเสน่ห์ได้ แต่พอเสียไปแล้วได้กลับมาอีกครั้งก็เข้าใจแล้ว ถึงฉันจะเขียนแบบนี้ คนที่อยากทำก็คงยังทำอยู่ดี! เพราะมันเอาออกได้ การลองทำดูก็ไม่น่าแย่ ตอนนี้ฉันไม่ได้คิดว่าเสียดายเงินมากกว่ากัน.. แต่คิดว่าดีใจมากที่มันไม่ใช่สิ่งที่เอากลับคืนไม่ได้ ถ้าไม่ได้ผ่าตัดมาก่อน ก็คงไม่รู้ว่าตอนนี้ใบหน้าของตัวเองมีเสน่ห์และมีค่าขนาดไหน ㅎㅎ (ฉันใช้ชีวิตอยู่กับความคิดจะทำผ่าตัดบริเวณข้างปีกจมูกอยู่เต็ม ๆ ประมาณ 6 เดือน) แล้วก็คงจะคิดมาตลอดว่าสักวันอยากทำมันอีก เอาเป็นว่าวันนี้เอาออกแล้ว โล่งสุด ๆ ๆ ๆ ๆ เลย.. ฉันมาโพสต์ในบอร์ดนี้แล้วก็โวยวายอยู่คนเดียวทุกวัน คงจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสินะ? ㅎㅎ;; เอาเป็นว่า แทนที่จะเชื่อแค่ว่าคุณหมอบอกว่าจำเป็น หรือแค่คิดว่าทำแล้วจะสวยขึ้นอีกนิด.. ลองคิดดูจริง ๆ ว่าส่วนนั้นมีปัญหามากพอถึงขั้นต้องผ่าตัดหรือไม่ แล้วตรงนั้นไม่มีเสน่ห์เลยจริง ๆ หรือเปล่า งั้น.. ลาก่อนนะ!
ถูกใจ 0